Group Blog
All Blog
<<< "ผลที่เราได้รับจากการปฎิบัติธรรม" >>>









"ผลที่เราได้รับจากการปฎิบัติธรรม"

เราต้องศึกษาต้องดูว่าตอนนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่

 เรากำลังให้เวลากับการปฎิบัติธรรม

 หรือเรากำลังให้เวลากับกิจกรรมอย่างอื่น

ที่เป็นกิจกรรมที่ให้ผลเพียงชั่วครั้งชั่วคราว

 ไม่ใช่เป็นผลที่ยั่งยืนถาวร ทำไปแล้วผลที่ได้มาแล้ว

เดี๋ยวมันก็หมดไป เพราะเวลาที่เราตายไป

ผลที่เราได้รับจากกิจกรรมอื่นๆ นั้นมันก็จะหมดไป

 แต่ผลที่เราได้รับจากการปฎิบัติธรรมนี้

มันไม่ได้สูญไปกับความตาย มันจะอยู่กับเราต่อไป

 คุณฉลาดจึงเลือกทำกิจกรรมที่จะอยู่ยังยืน

กิจกรรมที่ไม่ยั่งยืน ที่ไม่ให้ผล ที่ไม่ยั่งยืนก็ตัดมันไป

 กิจกรรมทางโลกที่พวกเราทำกัน

 เช่นหาลาภยศสรรเสริญ

 หาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายนี้

เป็นกิจกรรมที่ให้ผลชั่วคราวให้ประโยชน์สุขชั่วคราว

 ให้ขณะที่เรามีชีวิตอยู่เท่านั้น

 พอเราตายไปแล้วประโยชน์สุขที่เราได้

จากกิจกรรมเหล่านี้ก็จะสูญไปหมด

 แต่ถ้าเราปฏิบัติธรรมกัน ประโยชน์สุขที่เราได้รับคือ

มรรคผลนิพพานขั้นต่างๆ จะไม่สูญไปกับความตาย

 เช่นถ้าเราได้มรรคผลนิพพานขั้นที่หนึ่ง

เวลาเราตายไป มรรคผลขั้นที่หนึ่ง

ก็ยังจะอยู่กับเราไม่สูญ

ความสุขประโยชน์สุขที่เราได้รับ

จากมรรคผลขั้นที่หนึ่งก็ยังอยู่กับเรา

 อยู่ที่ใจของพวกเราที่ไม่ตายไปกับร่างกาย

 แล้วพอเรามีโอกาสได้กลับมาเกิดได้มาปฏิบัติต่อ

 เราก็จะสามารถปฏิบัติต่อได้เลย

ไม่ต้องกลับไปเริ่มที่ศูนย์ใหม่

 เหมือนกับกิจกรรมทางโลก

 กิจกรรมทางโลก เช่นลาภยศสรรเสริญ

 เวลาเรามาเกิดเราก็มาเริ่มต้นที่ศูนย์กัน

 มาหาลาภหายศหาสรรเสริญ หารูปเสียงกลิ่นรสกัน

 แล้วเราก็สะสมสิ่งเหล่านี้ได้เป็นจำนวนมาก

บางคนก็ร่ำรวยได้เป็นร้อยล้านพันล้าน

บางคนก็เป็นใหญ่เป็นโต เป็นถึงประธานาธิบดี

 เป็นถึงนายกรัฐมนตรี แต่พอตายไป

ลาภยศสรรเสริญเหล่านี้ก็จะหมดไป

 แล้วพอกลับมาเกิดใหม่ ก็ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่

 เคยเป็นเศรษฐีร้อยล้านพันล้าน

ก็ไม่มีเงินร้อยล้านพันล้านติดตัวกลับมาเกิด

กลับมาก็ต้องมาเริ่มต้นหาเงินหาทองใหม่

 เคยเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นนายพลเป็นอะไร

กลับมาก็ต้องมาเริ่มต้นใหม่ มาเริ่มต้นที่ศูนย์ใหม่

 แล้วก็ต้องกลับมาอยู่เรื่อยๆ

 เพราะว่ายังอยากได้สิ่งที่สูญไป

พอกลับมาเกิดก็ต้องมาหาใหม่ พอตายไปก็สูญใหม่

 สูญแล้วก็ต้องกลับมาเกิดใหม่ มาเกิดแต่ละครั้ง

ก็ต้องมาทุกข์กับการแสวงหาสิ่งต่างๆ ที่ต้องการ

 แล้วก็ต้องมาทุกข์กับการที่ต้องมาสูญเสีย

มาทุกข์กับความแก่ความเจ็บความตายของร่างกาย

นี่คือผลที่เราจะได้รับ

จากการที่เราไปทำกิจกรรมทางโลกกัน

 กิจกรรมทั้งลาภยศสรรเสริญ

ทางรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

 แต่ถ้าเรามาทำกิจกรรมทางธรรมกัน

 เราจะได้รับผลยั่งยืน แล้วผลที่เราได้รับ

ก็จะทำให้เรากลับมาเกิดน้อยลงไปเรื่อยๆ

 เช่นถ้าเราได้รับผล มรรคผลขั้นที่หนึ่ง

 คือขั้นพระโสดาบันนี้ การจะกลับมาเกิดของเรา

ก็จะเหลือเพียงเจ็ดครั้งเป็นอย่างมาก

 และเราก็จะไม่ต้องกลับมาเกิดอีกต่อไป

 ไม่ต้องกลับมาแก่มาเจ็บมาตาย

มาทุกข์กับเรื่องราวต่างๆ ที่เราทุกข์กันอยู่ในปัจจุบันนี้

 ถ้าเราได้มรรคผลขั้นที่สอง ขั้นพระสกิทาคามี

เราก็จะกลับมาเกิดอีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้นเอง

 เพราะเราจะสามารถที่จะปฏิบัติทำให้เราหลุดพ้น

จากการเกิดแก่เจ็บตายได้ขึ้นไปตามลำดับ

พอถึงขั้นพระอนาคามี เราก็ไม่ต้องกลับมาเกิด

เป็นมนุษย์อีกต่อไป เราก็จะไปเกิดเป็นพรหมกัน

 แล้วจากขั้นที่สาม ก็จะก้าวขึ้นไปสู่ขั้นที่สี่ เป็นพระอรหันต์

ก็จะก้าวจากสวรรค์ชั้นพรหมเข้าไปสู่พระนิพพาน

 ไม่ต้องกลับมาเกิดแก่เจ็บตายในไตรภพอีกต่อไป

ไม่ต้องมาทุกข์กับความแก่ความเจ็บความตาย

 ไม่ต้องมาทุกข์กับการพลัดพรากจากกัน

 อย่างที่พวกเรายังต้องพบกันอยู่ในปัจจุบันนี้

และจะพบกันต่อไปเรื่อยๆ ถ้าตราบใดเรายังไม่ได้หยุด

ทำกิจกรรมทางโลกกัน แล้วมาทำกิจกรรมทางธรรมกัน

 ถ้าเราทำกิจกรรมทางโลก คือการหาลาภยศสรรเสริญ

 หาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายกัน

เราก็จะกลับมาอยู่เรื่อยๆ

 กลับมาทำกิจกรรมเหล่านี้อยู่เรื่อยๆ

 เพราะมันทำแล้วมันต้องทำต่อไป

ความอยากทำมันจะไม่หมด

พอได้ทำแล้วมันก็อยากจะทำอีก

 พอไม่มีร่างกายก็ต้องรอให้มีร่างกายอันใหม่

 พอได้ร่างกายอันใหม่พอได้มาเกิดใหม่

ก็จะมาทำกิจกรรมอย่างเดิม

 แล้วก็กลับมาทุกข์กับปัญหาเดิมๆ

ที่เราทุกข์กันอยู่ในปัจจุบันนี้ ชาตินี้เหตุการณ์ต่างๆ

 ที่เราพบกันนี้ไม่ใช่เป็นครั้งแรก

 เป็นครั้งที่ไม่รู้กี่ร้อยล้านครั้งแล้ว

 ภพชาติที่เรามาเกิดกันนี้มันไม่รู้กี่ร้อยล้านชาติแล้ว

 แล้วก็ยังไม่มีวันสิ้นสุด

 ถ้าตราบใดเราไม่หยุดกิจกรรมทางโลกกัน

 ถ้าตราบใดเราไม่มาปฎิบัติธรรมกัน

ไม่มาปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้ากัน

 เราก็ยังจะต้องกลับมาเกิดแก่เจ็บตาย

กลับมาหาลาภยศสรรเสริญ

หาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายกันไปอยู่เรื่อยๆ ต่อไป.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

............................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๐

"ปฏิบัติเพื่อการหลุดพ้น"






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 12 กันยายน 2560
Last Update : 12 กันยายน 2560 7:57:01 น.
Counter : 430 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ