Group Blog
All Blog
<<< "เหตุก็คือการปฏิบัติของเรา" >>>










"เหตุก็คือการปฏิบัติของเรา"

พวกเราเป็นชาวพุทธ มีพระพุทธศาสนา

เป็นผู้สั่งผู้สอนให้พวกเราดำเนินชีวิต

ที่จะพาให้เราไปสู่ความสุขความเจริญ

ให้เราได้อยู่ห่างไกลจากความทุกข์ต่างๆ

 ถ้าเราไม่มีพระพุทธศาสนาเป็นผู้สอนผู้บอก

 พวกเราก็จะไม่รู้ทางที่จะพาให้เราไปสู่การหลุดพ้น

จากความทุกข์ทั้งหลาย ให้เราได้พบกับความสุขที่แท้จริง

 การที่เราได้มาพบกับพระพุทธศาสนา

จึงเป็นบุญเป็นวาสนาของพวกเราอย่างยิ่ง

 การที่พระพุทธศาสนาจะเกิดขึ้นมาได้

ก็ต้องมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้

 มาตรัสรู้ทางสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์

 สู่ความสุขที่แท้จริงที่ถาวร คือพระนิพพาน

 การสิ้นสุดของการเกิดแก่เจ็บตายเวียนว่ายตายเกิด

ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้มาประกาศพระธรรมคำสอน

ให้แก่พวกเรา พวกเราก็จะไม่มีวันที่จะได้หลุดพ้น

จากกองทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิดไปได้

 พวกเราจะต้องเวียนว่ายตายเกิดกันไปอยู่เรื่อยๆ

 อย่างไม่มีวันสิ้นสุด แต่ถ้าเรามีพระพุทธศาสนา

 เราก็จะได้รู้จักทางสู่การหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

 ถ้าเราเดินตามทางที่พระพุทธเจ้าได้ทรงบำเพ็ญ

 เราก็จะได้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดกัน

ฉะนั้นสิ่งที่พวกเราควรที่จะกระทำกัน

 หลังจากที่เราได้พบกับพระพุทธศาสนาแล้ว

พบกับพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว

 สิ่งที่เราควรจะกระทำกันก็คือปฏิบัติตาม

พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าเราปฏิบัติ

เราก็จะได้รับผลตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงรับผล

 เพราะการปฏิบัติที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราปฏิบัติ

ก็เป็นการปฏิบัติที่พระพุทธเจ้าได้ทรงปฏิบัติมาแล้ว

 ได้รับผลมาแล้ว ได้พิสูจน์มาแล้วว่า

การปฎิบัติแบบนี้จะทำให้ได้พบกับผล

 คือการหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง

 ได้พบกับความสุขของพระนิพพานที่ไม่มีวันสิ้นสุด

 เราจึงต้องปฏิบัติ ถ้าเรายังไม่เข้าใจว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร

 เราก็ต้องหมั่นศึกษาพระธรรมคำสอน

ของพระพุทธเจ้าอยู่เรื่อยๆ หมั่นฟังเทศน์ฟังธรรม

 หมั่นอ่านหนังสือธรรมะ หมั่นศึกษาประวัติของพระพุทธเจ้า

 ประวัติของพระอรหันตสาวก เพื่อเราจะได้รู้ว่า

ท่านได้ปฏิบัติกันอย่างไร แล้วเราก็จะได้

เอาการปฏิบัติของท่านมาเป็นตัวอย่าง

มาปฏิบัติตามกัน เพราะบางทีเราก็ไม่รู้

จากการฟังเทศน์ฟังธรรม จากการอ่านศึกษาคำสอน

ที่ทรงสอนให้ปฏิบัติอย่างนั้นปฏิบัติอย่างนี้

แต่เราไม่รู้ว่าต้องปฏิบัติมากน้อยเพียงไร

 เข้มข้นมากน้อยเพียงไร ถึงจะได้ผล

แต่ถ้าเราดูวิธีการปฏิบัติของพระพุทธเจ้าก็ดี

ของพระอรหันตสาวกทั้งหลายก็ดี

เราจะได้รู้การปฏิบัติว่าจำเป็นจะต้องปฏิบัติเข้มข้นอย่างไร

ถ้าเราปฏิบัติไปตามความรู้สึกของเรา

เราอาจจะไม่ปฏิบัติเข้มข้นพอ

 ไม่สามารถที่จะได้รับผลจากการปฏิบัติ

แล้วก็อาจจะทำให้เราหลงผิดไปได้

คิดว่าคำสอนของพระพุทธเจ้านี้ไม่ได้เป็นคำสอนที่ถูกต้อง

 ไม่ได้เป็นคำสอนที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติตาม

ได้รับผลอย่างที่ได้ทรงสอนไว้ นั่นก็เป็นเพราะว่า

การปฏิบัติของเรานี้อาจจะปฏิบัติไม่มากพอ

 ไม่เข้มข้นพอ จึงไม่สามารถทำให้เกิดผล

ที่ควรจะเกิดขึ้นมาได้ แต่ถ้าเราดูวิธีการปฏิบัติ

ของพระพุทธเจ้าเอง ของพระอรหันตสาวกทั้งหลาย

 เราก็จะได้เปรียบเทียบได้ว่า การปฏิบัติของเรานี้

มีความเข้มข้นพอเพียงหรือยัง ถ้ายังไม่พอ

เราจะต้องเพิ่มปริมาณเพิ่มความเข้มข้นของการปฎิบัติ

ให้มีมากขึ้นไป แล้วถึงจะได้รับผลกัน

ดังนั้นการศึกษาพระธรรมคำสอนวิธีการปฏิบัติ

 ก็ยังอาจจะไม่พอเพียง ถ้าเราไม่ศึกษาประวัติ

ของการปฏิบัติของพระพุทธเจ้า

 และประวัติของพระอรหันตสาวก

ประวัติของการปฏิบัติของพระอรหันตสาวกทั้งหลาย

ถ้าเราได้ศึกษาแล้วเราก็จะได้เปรียบเทียบดูว่า

เราปฏิบัติแบบท่านหรือเปล่า ถ้าเราไม่ปฏิบัติแบบท่าน

 เรายังไม่ได้รับผลที่เกิดจากการปฏิบัติ

เราก็จะได้เพิ่มการปฏิบัติของเรา

ให้เหมือนกับการปฏิบัติของท่าน

 เมื่อได้ปฏิบัติเหมือนกับท่านได้ปฏิบัติแล้ว

ผลก็จะเกิดขึ้นมาอย่างแน่นอน

 เพราะเหตุกับผลมันเป็นของตายตัว

เป็นของที่ไม่ได้เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย

ตามการกาลตามเวลา เหตุเป็นอย่างไร

ผลก็จะต้องเป็นอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นในสมัย

พระพุทธเจ้าหรือในสมัยปัจจุบัน

ถ้าเหตุคือการปฏิบัติเหมือนกัน

ผลของการปฏิบัติก็จะเหมือนกันอย่างแน่นอน

 ถ้าในยุคปัจจุบันนี้เราปฏิบัติแล้วเราไม่ได้ผล

 เราก็ต้องมามองที่เหตุของเรา อย่าไปมองที่เรื่องอื่น

 เพราะเรื่องอื่นเช่นว่าหมดยุคหมดสมัยแล้ว

พระพุทธศาสนาเสื่อมไปหมดแล้ว

 คำสอนของพระพุทธเจ้านี้หมดประสิทธิภาพไปแล้ว

 ปฏิบัติอย่างไรก็ไม่สามารถที่จะบรรลุถึงผลได้

อันนี้ไม่ใช่เป็นเหตุของการไม่ได้บรรลุถึงผล

การที่ไม่ได้บรรลุถึงผลก็คือการบำเพ็ญเหตุของเรา

ว่าพอเพียงไหม ว่าถูกต้องไหม

ถูกต้องตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนให้ปฏิบัติหรือไม่

 และปฏิบัติอย่างพอเพียงหรือยัง

 หรือปฏิบัติยังไม่พอเพียง

เช่นวันนึงเราปฏิบัติกันกี่ชั่วโมงอย่างนี้เป็นต้น

 พระพุทธเจ้าท่านปฏิบัติวันละกี่ชั่วโมง

 พระอรหันตสาวกท่านปฏิบัติกันวันละกี่ชั่วโมง

 เราต้องดูเหตุเป็นหลัก เหตุก็คือการปฏิบัติของเรา

 ว่าถูกต้องไหม ว่าเข้มข้นหรือไม่

 เพราะถ้ามันปฏิบัติไม่ถูกหรือปฏิบัติไม่พอไม่มากพอ

 ผลก็อาจจะไม่เกิดขึ้นมาได้

นี่คือหลักของการที่เราจะบำเพ็ญ

ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เราจึงต้องหมั่นศึกษา

ฟังเทศน์ฟังธรรม ทั้งวิธีการบำเพ็ญ

และวิธีการบำเพ็ญของพระพุทธเจ้า

 และของพระอรหันตสาวกทั้งหลาย

เราจึงมีหนังสือประวัติของครูบาอาจารย์ต่างๆ

 ให้พวกเราได้ศึกษากัน เพราะเราจะได้เปรียบเทียบ

การปฏิบัติของเรากับการปฎิบัติของท่านว่าเหมือนกันไหม

 หรือแตกต่างกันอย่างไร ถ้ามีความแตกต่างกัน

 เราก็ควรที่จะปรับการปฏิบัติของเรา

ให้เหมือนกับการปฏิบัติของท่าน เมื่อเหตุเหมือนกัน

 ผลก็จะต้องเป็นเหมือนกันอย่างแน่นอน.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...............................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๐

"ปฎิบัติธรรมเพื่อการหลุดพ้น"





ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 03 กันยายน 2560
Last Update : 3 กันยายน 2560 9:34:50 น.
Counter : 552 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ