Group Blog
All Blog
<<< " ให้คิดไปในทางปัญญา " >>>











"ให้คิดไปในทางปัญญา"

ความวุ่นวายใจกับความไม่วุ่นวายใจอันไหนจะดีกว่ากัน

 ตอนนี้ใจเราไม่วุ่นวายใจเราสบาย

 ทำไมเราไม่รักษามันไว้ให้มันเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

 เพราะเราไม่รู้จักวิธีรักษามันนั่นเอง

เดี๋ยวพอร่างกายไปหิว

พอร่างกายไปอะไรก็วุ่นวายขึ้นมา

 ถ้าไม่ได้กินไม่ได้อะไรเดี๋ยวร่างกายเจ็บ

ถ้าไม่ได้ขยับก็วุ่นวายขึ้นมาแล้ว

 ต้องขยับแข้งขยับขาถึงจะหายวุ่นวาย

 แต่ถ้ารู้จักฝึก ถ้าจำเป็นจะต้องให้มันนั่งอยู่อย่างนั้น

ให้มันเจ็บอยู่อย่างนั้น

ก็ยังสามารถรักษาใจไม่ให้วุ่นวายได้

 ถ้ามีสติ มีสมาธิ มีปัญญา

อันนี้จะสามารถสอนใจให้ไม่วุ่นวาย

กับความเจ็บของร่างกายต่างๆ ได้

นี่แหละประโยชน์ที่เราจะได้รับ

จากการที่เรามาฟังเทศน์ฟังธรรม

 แล้วเราเอาไปปฏิบัติตามต่อ

 อันนี้รู้แล้วว่าเราต้องปฏิบัติอะไรกันบ้าง

 ถ้าเราอยากจะรักษาใจของเรา

ไม่ให้มันวุ่นวายไปกับเหตุการณ์ต่างๆ

ก็คือเราต้องมีศีล มีสมาธิ มีปัญญา

สมาธิก็คือความนิ่งแบบตอนนี้แหละ

 ตอนนี้เราก็มีสมาธิกันแล้ว แต่ยังไม่เต็มร้อย

ถ้าสมาธิเต็มร้อยนี่มันจะเข้าไปข้างใน

 ร่างกายจะหายไปจะเหลือแต่ตัวใจตัวเดียว

 ใจจะกลับเข้าไปสู่ตัวใจ ตอนนี้ยังไม่ได้กลับเข้าไป

 ตอนนี้เพียงแต่หยุดคิดนึก

 เพราะตอนนี้เอาความคิดมาฟังเทศน์แทน

 เพราะเอาใจมาฟังเทศน์ เลยไม่ได้ไปคิดเรื่องอื่น

 ก็เลยนั่งเฉยๆ ได้ อยู่ในความสงบได้

สมมุติว่าลืมปิดเตาไม่ได้ปิดเตาแก๊สอยู่ที่บ้าน

 ถ้าคิดถึงปั๊บนี่ เดี๋ยวมันจะนั่งอยู่ไม่ได้แล้ว

เดี๋ยวกลัวบ้านไหม้ต้องรีบกลับบ้านไปปิด

 แต่ถ้าลืมคิดถึงมัน มันจะไหม้เราก็ไม่รู้

เราก็สงบของเราสบายไป อันนี้คือสมาธิ

 อย่างไรมันก็ต้องไหม้อยู่ดี ไม่ไหม้มันก็ต้องพังอยู่ดี

 บ้านสร้างมันไปห้าสิบปีร้อยปีก็ต้องทุบทิ้งอยู่ดี

 มีอะไรอยู่คงเส้นคงวาบ้าง ดูกรุงศรีอยุธยาสิ

มโหฬารใหญ่โตขนาดไหน

 เดี๋ยวนี้ก็กลายเป็นซากปรักหักพัง

ถ้าจะคิดก็ให้คิดไปในทางปัญญา

คิดไปในทางความเป็นจริงว่า

ทุกอย่างมันจะต้องมีวันจบวันหมด

 ร่างกายของเราดูแลรักษามันดีขนาดไหน

 เดี๋ยวมันก็ตาย จะใหญ่โตร่ำรวยขนาดไหน

 ก็ห้ามมันไม่ได้ ถ้าไปกังวลกับมัน

 กังวลไปทำไม ห่วงมันทำไม

 แล้วเราไปเปลี่ยนมันได้หรือเปล่า

 เปลี่ยนแปลงมันได้หรือ ห้ามมันได้หรือ ก็ไม่ได้อยู่ดี

ไปวุ่นวายไปทำไม ไปทุกข์กับมันทำไม

 พอมันเห็นด้วยปัญญา มันก็ไม่ทุกข์ มันก็เฉยๆ ไป.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

....................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐









ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2561
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2561 9:54:29 น.
Counter : 80 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ