Group Blog
All Blog
<<< "แสงสว่างแห่งธรรม" >>>










"แสงสว่างแห่งธรรม"

ท่านมุ่งไปสู่บัวที่อยู่เหนือน้ำแล้ว

 เพราะว่าเขารอแสงสว่างแห่งธรรม

จากพระพุทธเจ้าเท่านั้นเอง ไม่ต้องไปสอนให้นั่งสมาธิ

ไม่ต้องไปสอนให้รักษาศีลให้เหนื่อย

พวกนี้เขารักษาศีลแล้ว นั่งสมาธิแล้ว

 เขารอ เขาขาดแสงสว่างแห่งธรรมคือปัญญาเท่านั้นเอง

 พอพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมให้ปัญญากับเขา

 เขาก็สามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ได้

 ไปถึงนิพพานได้ทันที นี่คือกลุ่มของผู้ฟังธรรมรุ่นแรกๆ

 นี้จะเป็นนักบวช ภายในระยะเวลาเจ็ดเดือน

 นับตั้งแต่วันแรกที่ทรงแสดงธรรม คือวันเพ็ญเดือนแปด

 ไปจนถึงวันเพ็ญเดือนสาม วันมาฆบูชานี้

เจ็ดเดือน จากเดือนแปดไปถึงเดือนสิบสอง

 ก็สี่เดือน จากเดือนสิบสองไปเดือนสาม

 ก็อีกสามเดือน รวมกันก็เป็นเจ็ดเดือน

พอวันมาฆบูชา ก็มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น

คือพระสาวก พระอรหันต์สาวก

ที่พระพุทธเจ้าสอนให้บรรลุนี้ ที่แยกย้ายกัน

ไปอยู่ตามสารทิศต่างๆ ได้มีความคิดถึง

พระพุทธเจ้าพร้อมกัน ได้มาเฝ้าพระพุทธเจ้า

โดยมิได้นัดหมายกัน มีจำนวนถึง ๑,๒๕๐ รูป

คิดดูเพียงแค่สอนธรรมะเพียงเจ็ดเดือนนี้

ได้พระอรหันต์ถึง ๑,๒๕๐ รูป สมัยนี้แสดงธรรมเป็นสิบปี

ยังไม่ได้สักรูปเลย (ยิ้ม) ก็แสดงว่าคนฟังสมัยนี้

กับคนฟังสมัยพระพุทธเจ้านี้ คนละรุ่นคนละระดับเลย

คนฟังระดับนี้มันระดับที่สามแล้ว

พวกที่อยู่กลางน้ำระดับที่สอง ก็คือผู้ที่มีศีลบริสุทธิ์

 เป็นนักบวช แต่ไม่มีสมาธิ ยังฝึกยังนั่งสมาธิไม่เป็น

 ยังหัดอยู่ ยังหัดนั่งสมาธิอยู่ ยังพุทโธพุทโธอยู่

 เดินจงกรมนั่งสมาธิอยู่

 แต่จิตยังไม่รวม อันนี้เป็นพวกที่สอง

พวกที่สามก็คือพวกญาติโยมนี้แหละ

พวกที่ไม่ได้บวช ศีลก็ขาดๆ เกินๆ

สมาธิก็อย่าไปพูดถึงเลย นั่งทีไรก็ฟุ้งซ่าน

 ไม่เคยพบกับคำว่า จิตรวม เป็นยังไง

 พวกนี้เป็นพวกที่สาม

สมัยนี้เทศน์ก็เทศน์ให้พวกที่สามฟัง

 ถึงต้องใช้เวลาเป็นสิบปีโน่นแหละ

 กว่าจะพัฒนาจากชนิดที่สามไปเป็นชนิดที่สอง

 คือไปบวชกัน นี่มีญาติโยมที่มาฟังธรรมที่นี่

ไปบวชกันหลายคนแล้ว

 ถ้าเป็นแม่ชีนี้ ไปบวชกันหกคนแล้ว

ญาติโยมที่มาฟังเทศน์ฟังธรรม

ตอนต้นก็เป็นญาติโยมธรรมดานี่แหละ

 ยังมีผมมีอะไรอยู่ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นแม่ชีแล้ว

 โกนศีรษะ นุ่งขาวผมขาว

พวกนี้ตั้งใจรักษาศีลให้บริสุทธิ์

กำลังหัดนั่งสมาธิกันเจริญสติกัน

พวกนี้เป็นบัวชนิดที่สอง

ถ้าเขาไปพยายามปฏิบัติไปเรื่อยๆ

รักษาศีลให้บริสุทธิ์ไปเรื่อยๆ คือไม่สึก

รักษาศีลให้บริสุทธิ์ก็คือไม่สึก บวชแล้วไม่สึก

 แล้วก็พยายามฝึกนั่งสมาธิไปเรื่อยๆ

เจริญสติไปเรื่อยๆ พุทโธไปเรื่อยๆ

 เดี๋ยวสักวันหนึ่งจิตก็จะรวม พอจิตรวมแล้ว

 พอมาฟังธรรมทีนี้ก็บรรลุได้เลย

นี่ก็มีนะ ก็มีทั้งพระ โยมที่เป็นผู้ชายมาฟัง

ก็ไปบวชเป็นพระหลายคนแล้ว

มาบวชอยู่ที่วัดนี้ก็สามสี่คนแล้ว

 คนหนึ่งเป็นหมอจากขอนแก่น

คนหนึ่งทำงานโรงกลั่นน้ำมัน

อีกคนก็ทำงานธนาคาร ที่มาฟังเทศน์ฟังธรรม

 ที่ตอนเป็นโยม แล้วพอฟังแล้วก็เกิดศรัทธา

 อยากจะขยับจากบัวเหล่าที่สามขึ้นมาเป็นเหล่าที่สอง

 ก็คือมาบวชกัน ตอนนี้กำลังฝึกสมาธิกัน

ถ้าได้สมาธิเมื่อไหร่ ก็จะเป็นบัวเหล่าที่หนึ่ง

 พอเป็นบัวเหล่าที่หนึ่ง พอพิจารณาไตรลักษณ์

 พิจารณาอริยสัจสี่ พิจารณาร่างกาย

 พิจารณาเวทนา พิจารณาจิตได้

 เดี๋ยวก็บรรลุธรรมได้เป็นพระอรหันต์ได้

นี่คือความก้าวหน้าของญาติโยม

ที่มาฟังเทศน์ฟังธรรมกันที่นี่ นอกจากมาบวชที่นี่แล้ว

 ก็ไปปฏิบัติ ไปบวชที่วัดอื่นก็มี

 แต่ไม่ได้บวชชี ไปถือศีลแปด ไปอยู่วัดเป็นประจำ

ก็เหมือนกับบวชชี เพียงแต่ว่ายังไม่ได้โกนศีรษะ

 ถือศีลแปดเหมือนแม่ชี แล้วก็กำลังหัดฝึกสมาธิกัน

 อันนี้ก็มีหลายคนอยู่ ยุคนี้มันต้องเสียเวลาหน่อย

 เพราะบัวเหล่าที่หนึ่งมันหมดไปแล้ว

 ถ้าเป็นน้ำกะทิน้ำแรกมันก็ถูกบีบออกไปหมดแล้ว

กะทิน้ำแรกน้ำที่สองก็หมดแล้ว เหลือน้ำที่สาม

น้ำที่สามก็ใส มันไม่ข้น มันไม่ได้ข้นด้วยธรรมะ

ก็เลยต้องใช้เวลา สร้างความเข้มข้นขึ้นมา.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..............................

สนทนาธรรม

วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๐






ขอบตุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 31 สิงหาคม 2560
Last Update : 31 สิงหาคม 2560 10:23:51 น.
Counter : 312 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ