Group Blog
All Blog
<<< "เป้าหมายของการฝึกจิตตภาวนา" >>>









"เป้าหมายของการฝึกจิตตภาวนา"

การปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

เป็นการฝึกอบรมจิตใจให้อยู่กับความว่างเปล่า

 ให้อยู่โดยปราศจากสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกนี้

 เพราะความว่างเปล่านี่แหละเป็นความสุขอย่างยิ่ง

 ดังที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า

นิพพานัง ปรมัง สุญญัง นิพพานัง ปรมัง สุขัง

จิตที่อยู่กับความว่างได้เป็นจิตที่มีความสุขอย่างยิ่ง

เป้าหมายของการปฎิบัติจิตตภาวนา

 เพื่อฝึกฝนจิตให้อยู่กับความว่างเปล่า

ไม่ต้องมีอะไรมาให้ความสุขแก่จิต

เพราะจิตนี้มีความสุขในตัวอยู่แล้ว

 แต่ถูกความหลงคืออวิชชาโมหะหลอก

ให้ไปหาความสุขข้างนอก ซึ่งเป็นความสุขปลอม

 เป็นความสุขที่เคลือบความทุกข์

เพราะสิ่งต่างๆ ที่ให้ความสุขกับจิตนั้น

เป็นของไม่เที่ยงแท้แน่นอน เป็นของชั่วคราว

 มีเกิดขึ้นตั้งอยู่และต้องดับไป

 ได้อะไรมาเดี๋ยวก็ต้องเสียไป

 เวลาจิตมาเกิดในโลกนี้จิตก็ไม่ได้มีอะไรติดตัวมาเลย

 มาได้ร่างกายแล้วก็ใช้ร่างกายหาความสุขจากสิ่งต่างๆ

 หาความสุขจากลาภยศสรรเสริญ

 หาความสุขจากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

 เวลาได้เสพได้สัมผัสก็มีความสุข แต่ในที่สุด

เวลาที่ร่างกายนี้ตายไป

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ให้ความสุขกับจิตก็จะหมดไป

 เหลืออยู่แต่ความทุกข์

 แล้วก็ทำให้จิตต้องกลับมาเกิดใหม่อยู่เรื่อยๆ

 เพราะความหลงจะหลอก

ให้ออกมาหาความสุขภายนอกจิตอยู่ตลอดเวลา

 ถ้าไม่ดึงจิตเข้าข้างในถ้าไม่ปล่อยวางสิ่งต่างๆ

 ที่จิตออกมาแสวงหา

 จิตก็จะต้องแสวงหาสิ่งต่างๆ ไปอยู่เรื่อยๆ

 เพราะคิดว่าเป็นแหล่งของความสุข

ไม่รู้จักแหล่งของความสุขที่แท้จริง

 คือความสุขที่อยู่ภายในใจ

ความสุขที่อยู่กับความว่างอยู่กับความไม่มีอะไร

การฝึกจิตจึงเป็นการฝึกให้ปล่อยวาง

ทุกสิ่งทุกอย่างที่จิตถูกหลอกให้มาหา

 เพราะคิดว่าเป็นความสุข แต่เป็นความสุขปลอม

 เป็นความสุขประเดี๋ยวประด๋าว

เพราะว่าได้มาแล้วเดี๋ยวก็ต้องเสียไปเดี๋ยวก็ต้องหมดไป

 ไม่ว่าจะเป็นลาภยศสรรเสริญ

 ไม่ว่าจะเป็นความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

 จะต้องมีวันสิ้นสุดมีวันหมดไป

 เพราะร่างกายก็จะต้องเสื่อมไปตามกาลตามเวลา

มาแล้วเดี๋ยวก็ต้องแก่ ต้องเจ็บ แล้วก็ต้องตาย

 เวลาที่แก่เวลาที่เจ็บเวลาที่ตาย

ก็จะไม่สามารถหาความสุขให้กับจิตได้

 จิตก็เลยต้องอยู่กับความว้าเหว่

อยู่กับความเศร้าสร้อยหงอยเหงา

อยู่กับความทุกข์ทรมานใจ

 แต่ถ้าได้ฝึกจิตให้เข้าหาความสุขภายในจิต

 ให้ใช้ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสอน

เป็นเครื่องมือดึงจิตให้เข้าข้างใน

ให้ปล่อยวางสิ่งต่างๆ ภายนอก ถ้ามีกำลัง

ถ้าสร้างธรรมะเครื่องมือที่พระพุทธเจ้าทรงมอบไว้ให้

มาเป็นเครื่องมือในการดึงจิตเข้าข้างในได้

 พอจิตเข้าข้างในแล้ว จิตก็จะพบกับความสุข

ที่มีอยู่ภายในจิต พอมีความสุขภายในจิตแล้ว

 ก็ไม่ต้องออกไปหาความสุขภายนอกอีกต่อไป

ความสุขภายในจิตก็คือความสงบความว่าง

ปราศจากสิ่งต่างๆ นี่คือจุดหมายปลายทาง

ของการบำเพ็ญเพียรดึงจิตให้กลับเข้าข้างใน.

อาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..........................

ธรรมะบนเขา

วันที่ 17 กันยายน 2560

"ฝึกจิตให้อยู่กับความว่างเปล่า"









ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 19 กันยายน 2560
Last Update : 19 กันยายน 2560 9:14:41 น.
Counter : 380 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ