Group Blog
All Blog
<<< “ขอให้เราทำตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอน” >>>










“ขอให้เราทำตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอน”

ขอให้พวกเราพยายามเดินตามขั้นตามตอน

 ที่พระพุทธเจ้าและครูบาอาจารย์ทั้งหลายท่านสอนกัน

 อย่าไปฟังพวกที่ไม่ได้ปฏิบัติอย่างจริงจัง

 พวกที่ศึกษาแล้วก็มาสอน พวกนี้มักจะสอนไป

ตามความอยากของกิเลสตัณหา

กิเลสตัณหาไม่ชอบนั่งสมาธิ ไม่ชอบทำใจให้สงบ

 เขาก็จะสอนว่าไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิ

ไม่ต้องทำใจให้สงบ เจริญปัญญาได้เลย

 ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วพระพุทธเจ้าจะสอนสัมมาสมาธิไว้ทำไม

 เราจะเชื่อใครดี เราจะเชื่อพระพุทธเจ้าเชื่อครูบาอาจารย์

 หรือเราจะเชื่อพวกที่สอนว่าไม่ต้องเจริญสมาธิกัน

 อันนี้เป็นเรื่องที่เราต้องใคร่ครวญต้องพิจารณา

 หรือถ้าเราเชื่อพวกที่สอนไม่ให้นั่งสมาธิ

แล้วเราดูการปฏิบัติของเราว่าเป็นอย่างไร

 ผลมันเป็นอย่างไร ตัดกิเลสตัณหาได้บ้างหรือยัง

 พวกที่ชอบใช้ปัญญาโดยที่ไม่ต้องนั่งสมาธินี้

ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ความจริงใครเขาพูดอะไร

ก็ไม่ปฏิเสธหรือไม่รับ ไม่ควรจะปฏิเสธหรือไม่รับ

ควรที่จะนำเอาไปพิสูจน์ดู เขาบอกว่าไม่ต้องนั่งสมาธิ

 เจริญปัญญาได้เลย เราก็ลองไปเจริญปัญญาดู

 ลองไปพิจารณาไตรลักษณ์ดู สัพเพ ธัมมา อนัตตาดู

ธรรมทั้งหลายไม่มีตัวไม่มีตน พิจารณาแล้ว

เราตัดกิเลสตัณหาได้หรือเปล่า

 แล้วเราลองไปทำตามแบบที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน

 แบบที่ครูบาอาจารย์สั่งสอนดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง

อย่างหลวงตาตอนที่ไปศึกษากับหลวงปู่มั่น

 ครั้งแรกเลยที่หลวงปู่มั่นสอนหลวงตา ท่านก็สอนว่า

ท่านมหาท่านเป็นผู้มีความรู้มากแล้ว

ท่านเป็นมหา ๓ ประโยค ได้เรียนรู้ธรรมของพระพุทธเจ้า

มาอย่างโชกโชน แต่ธรรมของพระพุทธเจ้าตอนนี้

มันไม่เป็นประโยชน์ ในการที่จะมาฆ่ากิเลสตัณหา

มาดับความทุกข์ใจ ตอนนี้สิ่งที่ท่านควรจะทำก็คือ

ทำใจให้สงบก่อน เตรียมภาชนะรองรับพระธรรม

ของพระพุทธเจ้าก่อน ตอนนี้ภาชนะของท่านนี้

 ยังไม่พร้อมที่จะรองรับพระธรรมคำสั่งสอน

ของพระพุทธเจ้า พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

ไม่สามารถเข้าไปถึงใจได้ เพราะใจไม่สงบ

ใจไม่สงบใจไม่สามารถพิจารณาธรรมได้อย่างต่อเนื่อง

 ธรรมที่ได้ยินได้ศึกษาจากพระคัมภีร์นี้

เป็นสัญญาความจำ ไม่ใช่เป็นความจริง

ก็คือศึกษาแล้วก็ท่องจำไว้ แล้วถ้าไม่ได้เอามาใช้

เดี๋ยวก็ลืมได้ พอถึงเวลาจะใช้จริงๆ ก็ใช้ไม่ได้

 นี่แหละคือสิ่งที่หลวงปู่มั่นสอนหลวงตา

 หลวงตาท่านเอามาเล่าให้ฟัง

ตอนที่ท่านได้ไปขออยู่ปฏิบัติกับหลวงปู่มั่น

 หลวงปู่มั่นสอนเลยว่า ตอนนี้อย่าพึ่งเอาปัญญามาใช้

 ตอนนี้มาทำใจให้สงบก่อน ทำใจให้สงบแล้วค่อยพิจารณา

 ธรรมทั้งหลายที่ได้ศึกษาที่ได้ยินได้ฟังมาแล้ว

มันจะเข้าไปสู่ในใจ มันจะเป็นอาวุธ

ที่ไว้ต่อสู้กับกิเลสตัณหาได้

 แต่ถ้าใจไม่สงบนี้ธรรมที่ได้ศึกษามานี้ยังไม่อยู่ในใจ

 ไม่สามารถที่จะไปฆ่ากิเลสตัณหาที่มีอยู่ภายในใจได้

ดังนั้นก็ขอให้ท่านทั้งหลาย จงพยายามศึกษา

คำสอนของพระพุทธเจ้า และพยายามปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

 อย่าข้ามขั้นตอน อย่าใจร้อน ปฏิบัติต้องใจเย็นๆ

อย่าปฏิบัติด้วยความอยาก ปฏิบัติด้วยเหตุด้วยผล

 เหตุก็คือต้องทำอะไรก็ทำไป ส่วนผลนี้เดี๋ยวมันตามมาเอง

 ไม่ต้องไปอยากให้มันเกิด ถ้าอยากให้มันเกิดเร็ว

ก็ให้เหตุมันเร็วให้เหตุมันมากไว้ สร้างเหตุให้มาก

 แล้วผลมันก็จะเกิดขึ้นมาเอง ดังนั้นก็ขอให้เราทำตาม

ที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ทำทาน รักษาศีล ศีล ๕ ศีล ๘

แล้วก็สมถภาวนา เจริญสติ นั่งสมาธิทำใจให้สงบ

 ออกจากความสงบก็เจริญวิปัสสนาเจริญปัญญา

 ก่อนจะเจริญปัญญาก็ขอให้จิตมันสงบ

ให้มันมีความสงบแบบต่อเนื่อง คือสงบได้ทั้งวันก่อน

ยิ่งจะดีใหญ่ ตอนที่ยังไม่สงบอย่างต่อเนื่อง

เวลาออกจากสมาธิมา ก็เจริญสติต่อ

 คอยรักษาใจรักษาความสงบไว้ แล้วพอนั่งได้

ก็กลับไปนั่งใหม่ ให้จิตสงบใหม่

 เอาเรื่องของสมาธินี้ให้มันแน่นก่อน ให้มันชำนาญก่อน

 พอสมาธิมันแน่นมันชำนาญแล้ว

 จนเหมือนกับว่าเริ่มติดสมาธิแล้ว

 ตอนนั้นค่อยมาออกทางวิปัสสนาออกทางปัญญาต่อไป

 แล้วการเจริญปัญญามันก็จะได้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

 เวลาเหนื่อยหรือว่าเวลากำลังของความสงบหมด

 ก็หยุดพักเข้าไปในสมาธิสลับกันไป

เบื้องต้นก็เอาสมาธิอย่างเดียวก่อน เอาให้มันชำนาญ

เอาให้มันแน่น เข้าได้ตลอดเวลาทุกเวลา

แล้วก็อยู่ได้นาน แล้วค่อยออกมาทางปัญญา

สลับกับการเข้าไปพักในสมาธิ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

 แล้ว ธรรมก็จะเข้าไปอยู่ในใจ แล้วก็จะเข้าไปทำลาย

กิเลสตัณหาที่อยู่ภายในใจให้หมดไปได้.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..............................

วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

(จุลธรรมนำใจ ๔๑)







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 14 ตุลาคม 2560
Last Update : 14 ตุลาคม 2560 11:59:48 น.
Counter : 300 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ