Group Blog
All Blog
<<< "อย่าไปกังวล" >>>










“ อย่าไปกังวล”

อย่าไปดู ต้องหยุดมัน มันวุ่นวาย

เพราะเราไม่หยุดมันไง

 อันที่ให้หยุดมันก็บริกรรมพุทโธ พุทโธ พุทโธไป

 ถ้าเราอยู่กับพุทโธ พุทโธ มันก็จะหยุดวุ่นวาย

 ถ้าเราดูมัน มันไม่หยุดวุ่นวาย อย่าไปดูมัน

หัดบริกรรมพุทโธโทรไปเรื่อยๆ หรือสวดมนต์ไป

ท่องพุทโธพุทโธหรือสวดมนต์ไป

 ความวุ่นวายมันก็จะสงบลง

เพราะว่ามันไม่มีโอกาสที่จะไปคิดได้นั่นเอง

ถ้าเราเอาความคิดมาคิดอยู่กับพุทโธ

คิดอยู่กับบทสวดมนต์

ไอ้ความคิดที่จะไปคิดเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวาย

มันก็คิดไม่ได้ พอไม่คิดมันก็ไม่วุ่นวาย

ห่วงนี้ก็ต้องใช้ปัญญา ห่วงทำไม

 ห่วงแล้วไปทำอะไรได้หรือเปล่า

 ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าไปห่วงเลย มันเสียเวลา

 ถ้าทำได้ก็ทำไป ของบางอย่างเราทำได้ก็ทำไป

 ของบางอย่างเราทำไม่ได้ก็ต้องปลง

 ปล่อยไปตามบุญตามกรรม ใช่ไหม

 เหมือนฝนตกนี้ เราไปห่วงมันได้ไหม

 บอกว่าฝนจะตกไม่ตกนี้มันห่วงได้หรือเปล่า

 ห่วงก็ทำอะไรไม่ได้ ฝนมันจะตกมันก็ตก

 ของต่างๆมันก็เหมือนกับฝน

 คนหรืออะไรเราควบคุมมันไม่ได้เสมอไป

 บางทีเราก็ควบคุมได้ บางทีเราก็ควบคุมไม่ได้

 ถ้าอันไหนที่ควบคุมไม่ได้

ก็คิดว่าเหมือนฝนฟ้าอากาศไปปล่อยมันไป

อันไหนเราควบคุมได้แล้วก็ควบคุมไป

แล้วเราก็จะไม่กังวล ไม่ห่วง ไม่วุ่นวายใจ

 นี่พระพุทธเจ้าบอกทุกอย่างในโลกนี้ล้วนเป็นอนัตตา

เป็นธรรมชาติอนัตตานี้แปลว่าธรรมชาติ

ไม่ได้เป็นของใครเป็นของธรรมชาติ

เมื่อเป็นของธรรมชาติเราจะไปสั่งมันไม่ได้เสมอไป

บางเวลาแล้วก็สั่งได้บางเวลาแล้วก็สั่งไม่ได้

แต่ใจเราทำให้มันสงบได้

เวลามันวุ่นวายแล้วก็พุทโธใส่เข้าไปเลย

 บริกรรมพุทโธ ๆๆๆ ห้านาทีมันก็สงบแล้ว

 ถ้าเราท่องพุทโธ พุทโธกันสักห้านาทีแล้ว

เรื่องที่เราวุ่นวายนี้มันจะหายไป เราจะลืมไป

 แล้วมันก็จะหยุด แต่ถ้าเราหยุดพุทโธเมื่อไร

 กลับไปคิดเมื่อไร จะวุ่นวายขึ้นมาใหม่

 มันเหมือนรถแหละถ้าเราเหยียบเบรคมันก็หยุด

พอเราปล่อยเบรคมันก็ไหลไป

ใจเราเหมือนรถที่ไหลลงเขา ก็ต้องทำไปเรื่อยๆ

 จนกว่าเราจะคุมมันได้ พอมันนิ่งเราก็หยุดพุทโธ

พอมันไม่นิ่งเราก็พุทโธ แล้วต่อไปมันก็จะนิ่งไปเรื่อยๆ

 ใหม่ๆยากหน่อย เพราะเป็นรถที่วิ่งเร็วมาก

แล้วเราเหยียบเบรคทีสองทีมันยังไม่หยุด

 ถ้าเราเริ่มต้นพุทโธใหม่ๆมันจะยังไม่รู้สึกว่าเราสงบเลย

 ก็อย่าไปกังวล พยายามพุทโธไปเรื่อยๆ

 เพราะเรายังเหยียบเบรคไม่นานพอ เหยียบไปเรื่อยๆ

 พุทโธไปเรื่อยๆ เดี๋ยวต่อไปความคิดมันก็จะเบาลง เบาลง

 ความวุ่นวายใจมันก็จะน้อยลง.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 01 ธันวาคม 2560
Last Update : 1 ธันวาคม 2560 12:29:33 น.
Counter : 265 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ