Group Blog
All Blog
<<< “ วัดป่า พระปฏิบัติ” >>>










“ วัดป่า พระปฏิบัติ”

ถ้ามีพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ ก็จะมีทานศีลภาวนา

 ท่านก็จะสอนทานศีลภาวนา

ถ้าไปหาพระที่ไม่ใช่เป็นพระสงฆ์ไม่สอนหรอก

 สอนอย่างมากก็ครึ่งเดียว

ทานศีล ภาวนานี้ไม่ค่อยมี ใช่ไหม

เพราะท่านไม่ภาวนาเอง

 แล้วท่านจะเอาภาวนาที่ไหนมาสอน สอนไม่ได้หรอก

คนถ้าไม่ทำแล้วจะไปสอนคนอื่นทำได้ยังไง

ตัวเองต้องทำก่อน ถึงจะสามารถสอนคนอื่นได้

ส่วนใหญ่ไปวัดไหนจะไม่ค่อยได้ยินเรื่องภาวนา

จะได้ยินแค่ทาน ทานเยอะ

 ยิ่งบางวัดนี้บอกให้ทำเยอะๆจะได้รวย ยิ่งทำยิ่งรวย

 ศีลก็แค่ศีลห้าก็พอ ยังไม่ต้องรักษาศีลแปดหรอก

สุดโต่งเลย สุดโต่ง พวกรักษาศีลแปดน่ะพวกสุดโต่ง

 พวกอกหัก (หัวเราะ)

คนที่อกหักเลยต้องไปรักษาศีลแปด (หัวเราะ)

 รักษาศีลห้าทำบุญก็พอแล้ว

ตายไปก็ได้ไปเป็นเทวดา กลับมาก็ร่ำรวย

เรื่องเวียนว่ายตายเกิด เรื่องนิพพานนี้มันยังเกินไป

 ไม่มีใครทำได้หรอก สมัยนี้หมดยุคหมดสมัยแล้ว

ส่วนใหญ่จะคิดกันอย่างนั้น

ก็เลยไม่มีใครเรียนไม่มีใครสอน

ก็มีไม่กี่คนน่ะพระที่สนใจเรื่องภาวนา

นับจำนวนได้เลยในเมืองไทยนี้

พระมีกี่แสน พระที่ภาวนาที่สอนภาวนานี้มีไม่มาก

 ส่วนใหญ่ก็เป็นพระป่า

เพราะพวกพี่ภาวนาต้องไปอยู่ป่า

อยู่บ้านแล้วมันภาวนาไม่ได้หรอกมันวุ่นวาย

 พระอยู่บ้านพระวัดบ้านก็วุ่นวายกับชาวบ้าน

วุ่นวายกับงานศพ สวดศพเห็นไหม

สมัยที่เราบวชนี้ เราคิดอยู่ในใจแล้ว

ถ้าวัดไหนมีศพมีสวดนี้เราไม่ไป ไม่บวชแล้ว

 จะไปหาวัดที่มีปฏิบัติ แต่ไม่มี

สมัยนั้นวัดบ้านไม่มีใครปฏิบัติกัน

 ก็พอโชคดีตอนนั้นพระครูบัวเกตุ

ท่านเพิ่งไปกราบพระป่ามา

 ไปกราบหลวงปู่ฝั้นที่สกลนคร แล้วท่านเห็นวัดป่าร่มรื่น

ท่านศรัทธาอยากจะภาวนา ท่านเลยกลับมาซื้อที่ข้างวัด

 ที่ข้างทางรถไฟที่เป็นวัดป่าสุทธิภาวันนี่

 ท่านก็ซื้อที่ ที่เป็นสวนมะพร้าวแล้วก็ปลูกกระต๊อบเล็กๆ

 ก็คงให้ญาติโยมชวนกันซื้อทำนองนั้น

ครูบาอาจารย์พอพูดอะไรลูกศิษย์ก็ เราก็ไม่รู้ว่าซื้อยังไง

 แต่ก็ท่านได้ที่มาก็แล้วกัน ไม่รู้กี่ไร่

ไม่ใหญ่ 10 ไร่หรือไม่ถึงอะไรประมาณนั้น

ตอนนั้นยังไม่มีทางรถไฟ

 ตอนนั้นเราก็กำลังหาที่บวชพอดี

เขาก็บอกว่าวัดแถวนี้ที่เคร่งที่สุดก็วัดช่องลมนั่นแหละ

 ก็เลยเอาช่องลมก็ไป ไปก็ไปพบท่าน

ไปเล่าว่าเรากำลังภาวนากำลังปฏิบัติสติปัฏฐานสี่

พูดอย่างนี้ท่านก็ตกใจ ยังไม่มีใครพูดเรื่องเหล่านี้กัน

 เราก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องแปลก

 เพราะเราคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติของส่วนหนึ่งของศาสนา

 เราไปพูดท่านบอกว่าบวชที่วัดท่านไม่มีการปฎิบัติหรอก

 วัดท่านก็มีแต่เรียน เรียนแล้วก็สวดกิจนิมนต์

 ตอนที่เล่าให้ท่านฟังเราก็บอกว่าหาวัดที่ปฏิบัติ

 วัดที่สวดก็ขอไม่สวด วัดที่เรียนก็ขอไม่เรียนแล้ว

 เรียนพอแล้ว เรียนพอรู้แล้วว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร

 ตอนนี้สิ่งที่ขาดก็คือที่ปฏิบัติ หนังสือนี้อ่านมาเยอะแล้ว

 รู้แล้วว่าต้องทำอะไร แต่หาที่ปฏิบัติไม่มี

ปฏิบัติในบ้านมันก็ได้เหมือนปลูกต้นไม้ในกระถาง

มันก็โตได้แค่ขนาดของกระถาง

มันจะให้ต้นไม้ใหญ่กว่านั้นไม่ได้แล้ว

 เพราะกระถางที่มันแคบ

รากไม่สามารถที่จะขยายออกไปได้

ต้องหาที่ลงต้นไม้ ต้องเอาต้นไม้ออกจากกระถาง

ตอนนั้นเราปฏิบัติอยู่ปีหนึ่งแล้วรู้สึกว่า

มันเหมือนต้นไม้อยู่ในกระถาง มันโตได้แค่นั้นแหละ

 ก็เลยต้องบวช บวชแล้วเหมือนเอาต้นไม้ลงดินเลย

 พอลงดิน นี่ดูต้นไม้ลงดินและต้นไม้ในกระถางสิ

ใช่ไหม มันใหญ่โตขนาดไหนมันห่างกันขนาดไหน

และเราก็บอกแล้วว่า

เราไม่สนใจเรื่องเรียนเรื่องสวดแล้ว

 เพราะเราไม่เห็นผลประโยชน์อะไร

 มันมีประโยชน์แค่ในระดับที่สอนให้เรารู้จักวิธีปฏิบัติ

 พอเรารู้จักวิธีปฏิบัติ เราไม่ปฏิบัติก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร

 เรียนให้จบพระไตรปิฎกมันก็เหมือนกัน

 พระไตรปิฎกมีตั้ง 84,000 ข้อ

ก็สอนสามตัวนี้ ศีลสมาธิปัญญา

สอนทานศีลภาวนาทั้งนั้นแหละ

 ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น สอนให้ปฏิบัติ

ท่านก็เลยบอกว่าท่านไปกราบพระป่ามา

พระปฏิบัติแต่อยู่ทางภาคอีสานโน่น

 และท่านกำลังทำสวนทำวัดปฏิบัติอยู่

เราก็เลยขอไปดู ขออนุญาตไปดู พอเห็นเราก็เลยชอบ

 เพราะปฏิบัติในบ้านแล้วรู้สึกมันอึดอัดนะ

พอเห็นสวนถึงแม้จะไม่ได้เป็นป่า

 แต่มันก็เป็นที่ ที่ไม่มีบ้านช่องล้อมรอบ

 ก็เลย ตอนนั้นยังไม่ได้บวช กำลังเตรียมตัวจะไปบวช

 ยังไม่ได้ตัดสินใจ ก็เลยขออนุญาต

อยู่ปฏิบัติที่สวนนั่นเลย ท่านก็ให้อยู่

 เมตตาให้กินข้าวก้นบาตร แล้วท่านก็แนะนำว่า

ถ้าจะบวชต้องไปบวชที่วัดบวรฯ

สมเด็จพระญาณสังวรฯ ท่านก็สนใจเรื่องปฏิบัติ

ท่านก็ไปกราบครูบาอาจารย์ทางภาคอีสานมาเหมือนกัน

 กราบครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่น ศิษย์หลวงปู่มั่น

 ถ้าไปบวชกับท่านแล้ว ท่านจะอนุญาตให้ไปอยู่

ไปปฏิบัติกับครูบาอาจารย์สายปฏิบัติได้

 เพราะตามหลักพระวินัยนี้ ถ้าบวชกับใครแล้ว

ต้องอยู่กับพระองค์นั้นห้าปี

พระครูบอกว่าถ้าบวชกับพระครูบัวเกตุ

ก็ต้องอยู่วัดช่องลมห้าปี ก็จะไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้

 ก็จะมีแต่งานสวด งานกิจนิมนต์ งานสวดศพ

แล้วก็เรียนหนังสือ บอกว่าไปที่วัดบวรฯ ดีกว่า

 เพราะที่นั่นมีชาวต่างชาติไปขอบวช

บวชแล้วท่านก็อนุญาตให้ไปอยู่ปฏิบัติ

กับวัดของครูบาอาจารย์ทางสายวัดป่า

นี้เราก็เลยยังไม่ได้ตัดสินใจ จะบวชหรือไม่บวช

ตอนนั้นยังสองจิตสองใจ รักพี่เสียดายน้อง

 ใจหนึ่งก็อยากจะบวช อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากจะบวช

 บวชแล้วมันเหมือนกับถูกจับเอาไปขังในกรงเลย

 ไปไหนก็ไม่ได้ ถ้าเป็นฆราวาสอยู่นี้

ถ้าเบื่อก็ยังเปลี่ยนที่ไปโน่นมานี่ได้

แต่ถ้าบวชนี่ห้าปีไปไหนไม่ได้ติดคุกห้าปี

ก็เลยยังสองจิตสองใจ ตอนนั้นแหมฝัน เพ้อฝันว่า

ถ้ามีใครให้เงินมาสักก้อนก็ดีจะได้ไม่ต้องไปทำงาน

จะได้ปฏิบัติต่อโดยที่ไม่ต้องบวช

แต่ไม่มีใครให้มาเงินก็หมด ก็เลยต้องเลือก

 ถ้าไม่บวชก็ต้องไปทำงาน เพราะไม่มีเงินซื้อข้าวกินแล้ว

 บ้านมีอยู่ บ้านฟรีแต่ข้าวไม่มี

ถ้าไปทำงานก็ เวลาก็จะไม่มีปฏิบัติได้เต็มที่

 ถ้าไปบวชก็สบาย บ้านฟรีข้าวฟรี

แล้วก็มีเวลา มีที่ปฏิบัติด้วย วัดป่าเป็นป่า

 ก็เลยต้องยอมจำนนด้วยเหตุผล

เพราะใจยังอยากปฏิบัติอยู่ ยังอยากภาวนาอยู่

ก็เลยตัดสินใจบวชก็บวช

 พอตัดสินใจนี้เหมือนยกภูเขาออกจากอกเลย

ใจนี้โล่งเลย เบาใจ ดีใจ สบายใจ

ใจนี้เห็นอะไรสดใสไปหมดสวยงามไปหมด

ตอนที่กำลังตัดสินใจนี้ โอ้โหยทุกข์ทรมานใจ

 จะไปทางไหนดี ถ้าเราเจอปัญหาแบบนี้รีบตัดสินใจ

 เอาทางใดทางหนึ่งไป แต่ต้องเอาให้ถูกทางนะ (หัวเราะ)

 เอาผิดทางเดี๋ยวก็น้ำตาตกในอีก.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...............................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ 






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 10 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2560 9:15:04 น.
Counter : 431 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ