Group Blog
All Blog
<<< “ความสุขเพียงชั่วคราว” >>>









“ความสุขเพียงชั่วคราว”

ถ้าเรายังหาความสุขจากลาภยศสรรเสริญ

จากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะอยู่

 เวลาที่ร่างกายนี้ตายไปแล้ว

เราก็ยังจะต้องกลับมามีร่างกายอันใหม่

 เหมือนกับตอนที่เรามีร่างกายกันตอนนี้

ก่อนที่เราจะได้ร่างกายอันนี้มา

 เราก็มีร่างกายอีกร่างหนึ่งในอดีตชาติ

แต่เราจำไม่ได้เราไม่รู้กัน เราเคยมีร่างกายแบบนี้มาก่อน

ไม่ใช่ร่างเดียว มีเป็นแสนล้านร่าง มีมาตลอดเวลา

เพราะเราต้องมีร่างกายนี้ เพราะเรายังอยากได้

รูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะกัน

เรายังอยากได้ลาภยศสรรเสริญกัน

พอร่างกายตายไปก็ไปหาร่างกายอันใหม่มาทำหน้าที่ต่อ

 เพราะความอยากมันไม่ได้ตายไปกับร่างกาย

 ความอยากมันอยู่กับใจ ใจก็ไม่ได้ตายไปกับร่างกาย

 ใจนี่แหละเป็นผู้ที่แสวงหาความสุขต่างๆ ไม่ใช่ร่างกาย

 ร่างกายเป็นเพียงผู้ทำเป็นผู้รับใช้คำสั่งของใจ

 ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว ใจสั่งให้ร่างกายมาหาความสุข

ทางตาหูจมูกลิ้นกาย พอร่างกายตายไป

ก็ต้องหาร่างกายอันใหม่ ก็จะได้มีตาหูจมูกลิ้นกายอันใหม่

เพื่อที่จะได้มาหาความสุขอันใหม่

แต่การมีร่างกายนอกจากมีได้ความสุขแล้ว

 มันก็ได้ความทุกข์อันมหันต์เช่นเดียวกัน

 ทุกข์ ตอนที่เกิดมานี้ก็ทุกข์แล้ว

ทุกข์เพราะต้องดิ้นรนเลี้ยงชีพ

 ต้องหาอาหารหาน้ำหาอากาศมาเลี้ยงชีพ

และนอกจากนั้นยังต้องต่อสู้กับภัยต่างๆ

 ทั้งภัยธรรมชาติ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

ภัยจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หรือสัตว์เดรัจฉานด้วยกัน

 ถ้าพลาดเผลอหรือว่าโชคไม่ดีก็อาจจะถูกเขาฆ่าตายได้

ต้องคอยหลบคอยระวังอยู่ตลอดเวลา

และยังต้องมาเจอกับความแก่ที่หลบยังไงก็หลบไม่ได้

 เจอกับความเจ็บไข้ได้ป่วยที่หลบไม่ได้

เจอกับความตายที่หลบไม่ได้ เวลาเจอกับสิ่งเหล่านี้

มันเป็นความสุขหรือเป็นความทุกข์ มันเป็นความทุกข์

 แต่มันก็ไม่เข็ดกัน พอร่างกายตายไป

ความอยากมันก็จะหลอกให้ใจมาหาร่างกายอันใหม่

อันนี้เป็นภารกิจของกิเลสตันหาที่จะคอยหลอกใจ

ให้มาทุกข์กับร่างกายอยู่เรื่อยๆ จนกว่าจะเกิดปัญญาขึ้นมา

 ถ้าเกิดปัญญาขึ้นมาเองก็เป็นพระพุทธเจ้า

 พระพุทธเจ้านี้เกิดปัญญาขึ้นมาเอง

เห็นว่าเกิดนี้มันเป็นทุกข์ เห็นว่าแก่เจ็บตายนี้มันเป็นทุกข์

ฉะนั้นต้องหยุดการเกิดแก่เจ็บตายให้ได้

 และการจะหยุดการเกิดแก่เจ็บตายให้ได้

ก็ต้องค้นหาสาเหตุว่ามันมาจากอะไร

พระพุทธเจ้าก็ทรงค้นพบสาเหตุว่า

มันมาจากตันหาทั้ง ๓ ก็คือ

...กามตัณหา ความอยากในรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

...ภวตัณหา ความอยากได้ลาภยศสรรเสริญ

ความอยากได้ร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ เรียกว่าภวตัณหา

...วิภวตัณหาคืออะไร ก็คือความอยากให้ลาภยศสรรเสริญ

กับร่างกายนี้ไม่เสื่อมไม่เสียไม่หมด ให้อยู่กับใจไปตลอด

แต่ความอยากเหล่านี้มันก็ให้ความสุขเพียงชั่วคราว

 เพราะเวลาอยากแล้วไม่ได้นี้มันก็จะกลายเป็นความทุกข์ไป

 เวลาอยากได้รูปเสียงกลิ่นรสแล้วไม่ได้รูปเสียงกลิ่นรส

เวลานั้นก็กลายเป็นความทุกข์ไป

 เช่นเวลาอยากไปเที่ยวแล้วไม่ได้ไปเที่ยว

 อยากซื้อของอยากได้ของชิ้นนั้นชิ้นนี้แล้วไม่ได้ก็เสียใจ

หรือถ้าได้มาแล้วเดี๋ยวเวลาหายไปหรือหมดไปก็เสียใจอีก

 เพราะของทุกอย่างมันไม่เที่ยง ห้ามมันไม่ได้สั่งมันไม่ได้

ท่านถึงสอนให้เราพยายามใช้ปัญญามองให้เห็นว่า

 การเกิดแก่เจ็บตายนี้มันเป็นทุกข์

 ทุกข์เพราะว่าร่างกายมันไม่เที่ยง

 การหาลาภยศสรรเสริญ หาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

มันก็ไม่เที่ยง มันเป็นความสุขชั่วคราว

ได้มาแล้วเดี๋ยวมันก็ต้องหมดไป

พระพุทธเจ้าเป็นคนแรกที่ได้ปัญญาอันนี้

 แล้วก็ได้ทรงค้นพบว่าสาเหตุที่ทำให้กลับมาเกิดอยู่เรื่อยๆ

 ก็คือความอยากทั้ง ๓ ประการนี้

คือกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหานี้เอง

พระพุทธเจ้าก็เลยหยุดมัน หยุดด้วยการทำทาน

 มีสมบัติ มีพระราชสมบัติมี ปราสาทสามฤดู

 มีภรรยา มีบุตร มีราชโอรส ก็สละไปทิ้งไว้ในวัง

 แล้วพระองค์ก็เสด็จออกจากพระราชวังไป

 ไปอยู่ตามป่าตามเขา ไปรักษาศีล ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗

 รักษาศีลของนักบวช คือไม่ทำกิจกรรม

ทางตาหูจมูกลิ้นกายอีกต่อไป.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..........................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๐

“ฝึกจิตให้อยู่กับความว่างเปล่า”







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 16 ตุลาคม 2560
Last Update : 16 ตุลาคม 2560 12:27:39 น.
Counter : 414 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ