Group Blog
All Blog
<<< "สมาธิที่จะมีกำลังที่จะต่่อสู้กับความอยาก" >>>











“สมาธิที่จะมีกำลัง

ที่จะต่อสู้กับความอยาก”

ถ้าจิตรวมสงบแล้วไม่อยู่เฉยๆ ไม่นิ่ง

 ออกไปรับรู้สิ่งต่างๆ ไปติดต่อกับกายทิพย์ได้

 หรือไปมีความสามารถพิเศษ

ไปอ่านจิตใจของผู้อื่นได้

 ไปรู้ว่าคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่

 หรือไประลึกชาติได้ ระลึกว่าชาติที่แล้วเป็นอะไร

 อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นมิจฉาสมาธิ

 เป็นสมาธิที่ไม่ถูกต้องต่อการดับความทุกข์

 เป็นสมาธิที่วิเศษ แต่มันไม่วิเศษสำหรับ

การดับความทุกข์ ถ้าไปติดกับสมาธิแบบนี้แล้ว

จะไปไม่รอด จะไม่รอดพ้นจากความทุกข์

ถ้าไปติดอยู่กับสมาธิที่เกิดคุณวิเศษ

 เช่น ไปติดต่อกับกายทิพย์ได้ มีตาทิพย์มีหูทิพย์

 มีอ่านความคิดของผู้อื่นได้ ระลึกชาติได้

 หรือมีความสามารถพิเศษอย่างอื่น

อันนี้มันไม่ได้เป็นประโยชน์

ต่อการที่จะนำไปดับความทุกข์

เพราะสมาธิแบบนี้ไม่มีพลัง

 ไม่มีกำลังที่จะสู้กับความอยากนั่นเอง

สมาธิที่จะมีกำลังที่จะต่อสู้กับความอยากได้นี้

ต้องเป็นสัมมาสมาธิ คือจิตต้องสงบนิ่งเป็นอุเบกขา

 ต้องสักแต่ว่ารู้ ไม่รักไม่ชังไม่กลัวไม่หลง

 ถึงจะเป็นสัมมาสมาธิ ถ้ามีสัมมาสมาธิแล้ว

เวลาเกิดตัณหาความอยาก

ถ้ามีสัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป

 ก็จะสอนจิตว่าต้องหยุดความอยาก

อย่าทำตามความอยาก

เวลาอยากจะไปหาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

ก็ต้องไม่ทำ ถ้าทำแล้วจะทำให้เกิดแก่เจ็บตายตามมา

 ถ้าไม่อยากจะเกิดแก่เจ็บตาย

ก็ต้องอย่าไปทำตามความอยาก

อยากดูอยากฟัง อยากลิ้มรสดมกลิ่น ก็ต้องหยุด

 หยุดได้ด้วยสัมมาสมาธิ หยุดได้ด้วยอุเบกขา

 ให้รู้เฉยๆ สักแต่ว่ารู้ ถ้ามีสัมมาสมาธิก็จะรู้เฉยๆ ได้

จะใช้อุเบกขาหยุดมันได้ ถ้าไม่มีสัมมาสมาธิ

เช่นมีสมาธิที่ไปรับรู้เรื่องราวต่างๆ นี้จะไม่มีอุเบกขา

 พอเกิดความอยากขึ้นมาก็จะสู้กับความอยากไม่ได้

เช่นพระเทวทัตนี้ท่านก็มีสมาธิแบบนี้

ท่านมีความสามารถพิเศษมีอิทธิฤทธิ์

ที่เกิดจากสมาธิที่ไม่ถูกต้องนี้ พอท่านมีความอยาก

 อยากเป็นใหญ่เป็นโตก็เลยไม่หยุดความอยาก

 กลับไปทำตามความอยาก

ไปขออนุญาตจากพระพุทธเจ้า

เพื่อจะให้พระพุทธเจ้าแต่งตั้งให้พระเทวทัต

เป็นผู้ปกครองสงฆ์แทนพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าก็รู้ว่าอันนี้เป็นตัณหาความอยาก

 และก็พระเทวทัตยังไม่มีความสามารถ

ที่จะระงับตัณหาความอยากได้

จะไปแต่งตั้งให้คนมีกิเลสตัณหา

มาเป็นหัวหน้าได้อย่างไร พระองค์ก็ทรงปฏิเสธไป

แม้แต่พระสาวกทั้งสอง คือ

 พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ

 เป็นผู้ที่ตัดความอยาก ละ ดับความอยากได้หมดแล้ว

 พระองค์ยังไม่ได้ทรงแต่งตั้งเลย

 แล้วจะไปแต่งตั้งพระเทวทัตขึ้นมาได้อย่างไร

 พอพระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธ

 พระเทวทัตก็เกิดความโกรธขึ้นมา

 ก็เลยเกิดความอาฆาตพยาบาท

เพียรพยายามฆ่าพระพุทธเจ้าถึงสามครั้ง

 แต่ก็ไม่สามารถกระทำได้ เพราะบารมีของพระพุทธเจ้า

ทรง คุ้มครองพระพุทธเจ้าเอาไว้

นี่คือตัวอย่างของผู้ที่ไปในทางสมาธิที่ไม่ถูกต้อง

 ผู้ที่มีมิจฉาสมาธิคือผู้ที่มีหูทิพย์ตาทิพย์ ระลึกชาติได้

แปลงกายได้ เหาะเหินเดินอากาศได้

ถ้ามีสมาธิแบบนี้แล้วจะไม่สามารถดับความทุกข์ได้

 เพราะไม่มีอุเบกขา

ที่จะมาหยุดความอยากสู้กับความอยากได้

เวลาเกิดความอยากก็ต้องทำตามความอยาก

 เพราะเวลาเกิดความอยากแล้วมันจะรู้สึกทรมานใจ

ถ้าไม่ทำตามความอยากมันจะทรมานใจมาก

 จึงต้องไปทำตามความอยาก

เพื่อระบายความทรมารใจออกไป

 แต่มันระบายได้ชั่วคราว พอได้ทำแล้วมันก็หายไป

 ถ้าไม่ได้ทำมันก็จะยิ่งทรมานใหญ่

 ถ้าหายไปแล้วเดี๋ยวมันก็กลับมาใหม่

นี่ไม่ใช่วิธีดับความทุกข์ไม่ใช่วิธีละความอยาก

หยุดความอยากด้วยมิจฉาสมาธิ

 ด้วยสมาธิที่มีความวิเศษมีคุณวิเศษมีตาทิพย์หูทิพย์

 มีความสามารถพิเศษต่างๆ

อันนี้เอามาใช้ละความอยากดับความทุกข์ไม่ได้

ต้องเป็นสมาธิที่นิ่งเฉยๆ สักแต่ว่ารู้เป็นอุเบกขา

 มีความสุขอย่างยิ่งกับสมาธิแบบนี้

ถ้ามีความสุขกับสมาธิแบบนี้

ก็จะสามารถสู้กับความอยาก

ที่จะไปหาความสุขอย่างอื่นได้

 เพราะความสุขอื่นเหนือกว่าความสงบไม่มี.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

......................................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๐

“ทางสู่การดับทุกข์ทุกข์”








ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 16 มกราคม 2561
Last Update : 16 มกราคม 2561 10:27:15 น.
Counter : 179 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ