Group Blog
All Blog
<<< “ ซ้อมฝึกปฏิบัติไปในตัว” >>>









“ ซ้อมฝึกปฏิบัติไปในตัว”

ทำอย่างพระนี้ มีอาชีพก็เพียงวันละชั่วโมง

 ไปบิณฑบาตกัน บิณฑบาตก็เป็นอาชีพของพระ

อาชีพหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

บิณฑบาตเสร็จกลับมา ฉันเสร็จก็หมดแล้ว

ทีนี้ก็ซ้อมปฏิบัติกัน พระที่อยู่บนเขานี้

 ตอนเช้าก็เดินลงไปตีสี่กว่า เดินไปให้ทันสว่างที่วัดข้างล่าง

 เพื่อที่จะได้ขึ้นรถไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน

บิณฑบาตที่หมู่บ้านเสร็จ กลับมาก็มาฉันที่ศาลา

ขณะที่บิณฑบาตขณะที่ฉันก็ปฏิบัติ ปฏิบัติด้วยสติ

 ที่คอยควบคุมจิตตลอดเวลา ไม่ให้จิตคิดโน่นคิดนี่

 คิดเรื่องนั้นคิดเรื่องนี้ ให้อยู่กับงานที่กำลังทำ

 เดินบิณฑบาตก็เหมือนเดินจงกรมไป

 ถึงเวลาเปิดฝาบาตรก็เปิดถึงเวลาปิดก็ปิด

 แต่ไม่ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ คนนั้นคนนี้

ไม่ไปมอง เดินไปมองร้านโน้นมองร้านนี้

มองคนนั้นมองคนนี้ พระจะเดินแบบ

ทอดสายตาลงไปข้างหน้า มองแค่เฉพาะเวลาโยมใส่บาตร

 ให้โยมใส่บาตรก็เปิดฝาบาตร ไม่มองหน้าโยม

 โยมใส่บาตรเสร็จก็ไป นี่เรียกว่าเป็นการปฏิบัติ

ทำไปในตัว ฝึกสติ สตินี้มีไว้เพื่อหยุดความคิด

ถ้าไม่มีสติมันก็จะคิดเพ้อเจ้อ คิดเพ้อฝัน คิดเรื่อยเปื่อย

 คิดแล้วก็เกิดอารมณ์ เกิดความอยากต่างๆขึ้นมา

 ทำให้ใจร้อน นักปฎิบัติอาชีพนี้ ไม่ว่าเขาทำอะไร

ที่จำเป็นต้องทำ เขาก็ทำไปแบบปฏิบัติไป

ควบคู่กันไป บิณฑบาตก็บิณฑบาตไป

 แต่ใจก็ปฏิบัติสติไป ฝึกสติคอยควบคุมความคิด

ไม่ให้คิด ให้อยู่ในปัจจุบัน ให้อยู่ที่งานที่กำลังทำ

 เวลากลับมาถึงวัด ฉันก็ไม่คุยกัน

 ต่างคนต่างฉันกัน เวลาฉันก็ดูอาหารพิจารณาอาหาร

พิจารณาใจ ดูว่ามีความอยากกับอาหารหรือเปล่า

 ถ้ามีความอยากก็ต้องพิจารณาด้วยปัญญา

 ให้มันไม่อยาก ให้กินแบบไม่อยากกินแบบกินยา

 ยานี้เรากินเราไม่ค่อยอยากกิน แต่เราต้องกิน

 กินแบบกินยายังไง ก็ให้นึก มันอยากก็ให้นึกถึงอาหาร

ที่มันน่ากินแล้วเวลามันเข้าไปในปากแล้วมันน่ากินไหม

 อาหารที่อยู่ในจานเห็นแล้วน้ำลายไหล

นี่แสดงว่าอยากแล้ว เวลามันเข้าไปในปาก

เคี้ยวผสมกับน้ำลาย แล้วคายออกมานี้

ยังอยากจะกินเข้าไปไหม

ให้นึกถึงภาพของอาหารที่อยู่ในปาก

อย่าไปคิดถึงอาหารที่อยู่ในจาน

ถ้านึกถึงอาหารในจานแล้วมันอยากกิน

 แต่คิดถึงอาหารที่อยู่ในปากแล้ว

ถ้าคายออกมาแล้วมันกินไม่ลง

หรืออยู่ในท้อง หรือเวลาถ่ายออกมา

นี่คือวิธีพิจารณาอาหารเพื่อไม่ให้กินด้วยความอยาก

 พิจารณาว่าในที่สุดมันก็ต้องกลายเป็นอุจจาระไป

 อาหารอันวิเศษราคาแพงๆ ไปนั่งตามร้านอาหาร

สั่งอาหารชนิดนั้นชนิดนี้มา

เดี๋ยวก็มากลายเป็นอุจจาระไป

หน้าที่ของอาหารก็มีเพื่อเลี้ยงดูร่างกายเท่านั้นเอง

 ไม่ให้ร่างกายมันหิว หรือดับความหิว

ที่เกิดจากการขาดอาหาร

 แต่ยังไปรับประทานอาหารด้วยการติดรสชาติอาหาร

 ติดรูปของอาหาร มันจะเป็นกิเลส

มันจะทำให้อยากกินมาก กินเท่าไหร่ก็ไม่พอ

 ทั้งๆที่ร่างกายไม่ต้องการ แต่เราก็ยัดอาหารเข้าไป

ให้ร่างกายมันพองขึ้นมา

เห็นไหมคนที่พองก็เพราะกินอาหารด้วยความอยาก

นึกถึงอาหารเห็นอาหารที่อยู่ในจานแล้วอดไม่ได้ ต้องกิน

 บางทีร่างกายมันอิ่มแล้วแต่ใจมันไม่อิ่ม

กินแบบนี้มันก็จะเป็นโทษ เพราะมันจะหิวอยู่เรื่อยๆ

 แต่ถ้ากินแบบกินยานี้ มันจะไม่หิว กินหนเดียว

 พระวัดนี้ฉันมื้อเดียว ไปบิณฑบาตเสร็จ

กลับมาพิจารณาอาหารฉันไป ฉันเสร็จก็ล้างบาตร

เสร็จแล้วก็ช่วยกันกวาดถูศาลาให้เรียบร้อย

เก็บข้าวเก็บของให้เรียบร้อย

แล้วก็ขึ้นรถขึ้นมาอยู่บนเขา พอมาถึงก็แยกกัน

ไปอยู่ตามที่พักของตน ไปเดินจงกรม ไปนั่งสมาธิ

 ไปควบคุมจิตต่อไปด้วยสติ

เบื้องต้นนี้ต้องฝึกสติให้มาก

เพื่อทำจิตให้สงบ เป็นสมาธิก่อน

พอควบคุมจิตได้ สั่งให้จิตเข้าสมาธิได้แล้ว

 ทีนี้เวลาไม่ได้อยู่ในสมาธิก็มาใช้ปัญญา

 มาพิจารณาสภาวะธรรมต่างๆที่เราไปเกี่ยวข้องด้วย

 ว่าสิ่งต่างๆที่เรามีอยู่นี้ มันไม่เที่ยง มันไม่ใช่ของเรา

 สักวันหนึ่งก็ต้องจากเราไป แล้วสิ่งต่างๆที่เราอยากได้

ก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน ได้มาแล้ว

เดี๋ยวมันก็จากเราไปเหมือนกัน

พิจารณาเพื่อให้เราไม่อยากได้อะไร

 เพราะเวลาที่จากเราไป มันทำให้เราทุกข์กัน.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 07 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2560 10:09:28 น.
Counter : 317 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ