Group Blog
All Blog
<<< "อุปสรรคขวางกั้นการทำใจของเราให้สงบ" >>>









"อุปสรรคขวางกั้น

การทำใจของเราให้สงบ"

คนที่อยากจะปฎิบัติธรรมนี้ ถือศีล ๘ ถึงจะดี

 ต้องไม่กินข้าวหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว

 ถ้ายังง่วงก็จากสองมื้อก็ลดเหลือมื้อเดียว

 ถ้ายังง่วงอยู่ก็เหลือครึ่งมื้อ ลดมันไปเรื่อยๆ

รับรองได้ว่าเดี๋ยวก็หายง่วง

ถ้าร่างกายมันหิวมันไม่ง่วง

หรือถ้าอดไม่ได้ก็ไปหาที่น่ากลัวนั่ง เดิน

ไปหาป่าช้าอย่างนี้ ไปนั่งสมาธิในป่าช้า

หรือไปนั่งในป่าบนเขานี้ ไปนั่งที่ในป่านั่งคนเดียว

 แถวไหนที่มีงูเลื้อยผ่านนี้มันจะไม่ง่วง

มันจะตื่นตัวตลอดเวลา การหาความสุขทางใจนี้

มันก็มีอุปสรรคของมัน ความง่วงก็เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง

 ก็ต้องแก้ด้วยการผ่อนอาหาร รับประทานอาหารให้น้อยลง

 หรือต้องไปหาที่มันน่ากลัวอยู่ ถ้าไปอยู่ในป่าช้านี้

เวลาเดินหรือเวลาทำอะไรนี้มันจะมีความระมัดระวัง

ความระมัดระวังก็คือ สติ

 เดินนี่ต้องคอยดูทางเดินตลอดเวลา

ว่ามีงูเลื้อยออกมาหรือเปล่า

 มันก็จะทำให้มีสติมีความตื่นตัว จะทำให้ไม่ง่วง

 เราต้องแก้ปัญหาถ้าเกิดความง่วง

 ถ้าเกิดความฟุ้งซ่านก็เพราะเราไม่ควบคุมความคิด

ปล่อยให้คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ แล้วก็ฟังแล้วก็อยาก

 ก็ต้องใช้สติคอยกำกับใจควบคุมใจ พุทโธๆๆ ไป

 เพราะถ้านั่งแล้วโกรธขึ้นมาก็ต้องระงับความโกรธ

 ถ้าโกรธคนนั้นคนนี้เพราะส่งเสียงมารบกวน

 เรากำลังจะนั่งสมาธิเขาคุยกัน เราก็โกรธขึ้นมา

 เราก็ต้องให้อภัยเขาอย่าไปถือสาเขา

 เค้าไม่รู้ว่าเรากำลังอยากจะนั่งสมาธิอยากทำใจให้สงบ

เขาอยากจะคุยกันเขาก็คุยของเขาไป

 ถ้าไปโกรธแล้วไม่ให้อภัยใจก็จะไม่หายโกรธ

มันก็จะเริ่มโมโหมากขึ้นๆ เดี๋ยวทนไม่ไหว

ก็ต้องไปบอกเขาไปพูดกับเขาไปว่าเขา

ไปบอกเขาไปพูดกับเขาไปว่าเขา เดี๋ยวเขาจะไม่พอใจ

 เขาก็อาจจะกลับมาเถียงเราได้ เถียงไปเถียงมา

เดี๋ยวก็เป็นการทะเลาะวิวาทกัน มีเรื่องมีราวกัน

 นั่งสมาธิเลยนั่งไม่ได้ แต่ถ้าเราให้อภัยเขา

 บอกเขาไม่รู้เรื่อง เขาเผลอเขาไม่มีสติ

 เขาคุยกันก็อย่าไปถือสาเขา คิดว่าเป็นเด็กก็แล้วกัน

ถ้านั่งตรงนี้ไม่ได้ก็เดินไปหามุมอื่นที่ไม่มีใครคุยกัน

 เปลี่ยนที่อย่าไปดันทุลังนั่งตรงนั้น แล้วก็ไปโกรธเขา

ไปบังคับให้เขาไม่คุยกัน เราต้องรู้จักแพ้

นักปฏิบัตินี้ต้องรู้จักแพ้ แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร

 แพ้แล้วใจจะสงบ ถ้าชนะแล้วใจจะไม่สงบ

 ชนะเขาใจก็ไม่สบาย โอ้ยเราไม่ดีเลยไปด่าเขาเมื่อกี้นี้

 ไปว่าเขา แพ้ดีกว่า ถ้าเรานั่งตรงนี้ไม่ได้

ก็ย้ายที่ไปหาที่อื่นนั่ง หรือต่อไปถ้าจะไปปฏิบัติที่ไหน

ก็ไปหาที่ปฏิบัติที่ไม่มีคนคุยกัน

 ไปที่วัดที่เขามีกฏระเบียบคอยควบคุม

คอยห้ามไม่ให้คุยกัน อันนี้ก็จะแก้ปัญหา

เรื่องของความโกรธได้ อย่าไปเอาแพ้เอาชนะกัน

 ถ้าเอาแพ้เอาชนะกันใจมันจะไม่สงบ

 ชนะเขาใจก็ไม่สบาย แพ้เขาเพราะสู้เขาไม่ได้

ก็ไม่สบายอีก ต้องแพ้แบบพระ คือ ถอยยกธงขาว

ไม่ต่อสู้กัน ยอม ยอมแพ้ แล้วก็จะหยุดต่อสู้กัน

 พอหยุดต่อสู้กันใจก็ใจเย็น ก็เรียกว่า ยอม หยุด เย็น

ใช้สูตร ๓ ย. ถ้าอยากจะให้ใจเราสงบ

เราต้องรู้จักใช้สูตร ๓ ย.

 ยอมแพ้ พอใครจะมาท้าตีท้าต่อยก็ยอมแพ้

 ไม่ตอบโต้เฉยๆ เขาด่าเรา เราก็พุทโธไปภายในใจ

 ทำตัวเป็นเหมือนเสาเนี่ย ลองด่าเสานี้ดูสักพักดูสิ

 เดี๋ยวเราก็เหนื่อยเองแหละ คุณด่าก็เหนื่อยเองแหละ

 เสาไม่ตอบโต้อะไร ทำตัวเราให้เป็นเสา

 ทำใจเราให้อยู่กับพุทโธ ไม่ได้ยินเสียงเขาด่า

ไม่ได้ยินเสียงเขาว่า พุทโธๆ ของเราไป

เดี๋ยวเขาเหนื่อยเขาก็หยุดเอง เขาก็ไป

พอเขาได้ด่าเขาได้ว่าจนพอใจแล้วเขาก็ไป แล้วเรื่องก็จบ

 หยุดต่อสู้แล้วใจก็ใจเย็น ถ้าไม่ยอมก็ต้องสู้กัน

 ด่ามาก็ด่าไป เขาด่ามาเราก็ด่าแรงกว่า

 เราด่าแรงกว่าเขาก็แรงกว่ากลับมา

 พอแรงกว่ากลับมาเราก็ตีเลยทีนี้ พอตีเขาเขาก็ตีแรงกว่า

 เดี๋ยวก็ฆ่ากันเท่านั้น แต่ถ้ายอมไม่ตอบโต้ไม่ต่อสู้

 เราก็หยุด พอเราหยุดใจเราก็เย็นสบาย

แล้วก็ไม่มีเวรมีกรรมกัน ยังอยู่กันเป็นเพื่อนกันได้

เดี๋ยวอารมณ์เขาหายเขาก็ลืมเขาก็เย็นกลับมา

 เขาก็อยากจะมาเป็นเพื่อนกับเราใหม่

บางทีก็อาจจะเสียใจ อาจจะมาขออภัยเสียด้วยซ้ำไป

 ขอโทษ เมื่อกี้นี้น็อตหลุดสติไม่มีเลยต้องโวยวาย

 ต้องเป็นมารต้องเป็นยักษ์เป็นมาร

 แต่เราเป็นพระเขากลับเห็นคุณค่า

ของความเป็นพระของเรา เขาก็เลยมาขอโทษ

 เราก็ต้องยินดีให้เขาขอโทษ รับการขอโทษของเขาไป

 ให้คิดว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่าเป็นศัตรูกัน

 เป็นเพื่อนกันนี้วันดีคืนดีอาจจะต้องพึ่งกัน

ต้องอาศัยกันได้ ถ้าเป็นศัตรูกันนี้จะพึ่งกันไม่ได้

อาศัยกันไม่ได้ ถ้าเราสามารถพลิกศัตรู

กลับมาเป็นเพื่อนได้นี้ เราได้สองเด้งเลย

 หนึ่งได้กำจัดศัตรู สองได้เพื่อน

จะได้ก็ต้องรู้จักใช้สูตร ๓ ย. ยอม หยุด เย็น

ยอมแพ้ หยุดต่อสู้ แล้วใจจะเย็นจะสบาย

 นี่คืออุปสรรคที่จะมาขวางกั้นการทำใจของเราให้สงบ.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 16 สิงหาคม 2560
Last Update : 16 สิงหาคม 2560 15:36:57 น.
Counter : 436 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ