Group Blog
All Blog
<<< "สิ่งที่เราจะได้รับจากพระพุทธศาสนา" >>>











"สิ่งที่เราจะได้รับจาก

พระพุทธศาสนา"

ถ้าไม่มี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

 เราจะไม่รู้ต้นเหตุของการ

เวียนว่ายตายเกิดของเราเลย

 เราอาจจะรู้แค่เรื่องบุญเรื่องบาป

 เพราะว่าเรื่องบุญเรื่องบาปนี้ มีคนอื่นที่ไม่ใช่

 พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็รู้กันอยู่

ศาสนาอื่นเขาก็สอนให้ทำบุญละบาปกัน

 แต่ไม่มีศาสนาไหนที่รู้เรื่องของ

การเวียนว่ายตายเกิด เรื่องของการยุติ

การเวียนว่ายตายเกิด

ไม่รู้ว่าเหตุที่ทำให้มาเกิดนั้นคืออะไร

 และจะทำให้เหตุที่ทำให้มาเกิดนั้น

หายไปนั้นทำอย่างไร

 ต้องมีพระพุทธศาสนา

มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เท่านั้น

ถึงจะมาบอกเราให้เรารู้ว่า

เรากำลังเวียนว่ายตายเกิดกันอยู่

กลับมาเกิดเป็นมนุษย์มาทำบุญทำบาปกัน

 ตายไปก็ไปรับผลบุญผลบาปกัน

 พอใช้ผลบุญผลบาปหมดแล้ว

ก็กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่อีก

มาทำบุญทำบาปกันใหม่ต่อไป

เราก็จะไม่รู้ว่าเราจะยุติ

การกลับมาเกิดได้อย่างไร

 เราไม่รู้เสียด้วยซ้ำไปว่า

เรากลับมาเกิดอยู่เรื่อยๆ

 เพราะเราลืมไปชาติก่อน ที่เราตายไป

จากชาติก่อนนี้เราลืมไปหมดแล้ว

 พอมาเกิดชาตินี้เราก็คิดว่าเป็นชาติแรก

ชาติอันเดียวของเรา แต่ความจริง

มันเป็นชาติที่กี่ร้อยล้านแล้วก็ไม่รู้

เพราะเรากลับมาเกิดไม่รู้กี่ร้อยล้านครั้งแล้ว

 แต่เราจำไม่ได้กัน จนกว่าเราจะได้มา

ฟังเทศน์ฟังธรรมกันนี้แหละ เราถึงจะได้รู้ว่า

เรานี้ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์นี้

ไม่รู้กี่ร้อยล้านครั้งแล้ว กลับมาแต่ละครั้ง

ก็ต้องมาแก่มาเจ็บมาตายกัน

 มาร้องห่มร้องไห้กัน

ถ้าเราเก็บน้ำตาที่เราร้องไห้

ในแต่ละภพแต่ละชาตินี้มารวบรวมกัน

 พระพุทธเจ้าบอกว่ามันมากยิ่งกว่า

น้ำในมหาสมุทรเสียอีก ก็คิดดูก็แล้วกันว่า

จำนวนภพชาติจำนวนความทุกข์

ที่เราต้องมาพบนี้ มากมายขนาดไหน

ถ้าเราเห็นว่าการมาเกิดนี้มันเป็นทุกข์

เพราะมันทำให้เราต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย

 คือเราไม่ได้แก่ไม่ได้เจ็บไม่ได้ตาย

แต่เราไปหลงกับร่างกายว่าคิดว่าเป็นตัวเรา

คิดว่าเราแก่เราเจ็บเราตายไปกับร่างกาย

เราเลยกลัว เราเลยอยากไม่แก่

อยากไม่เจ็บ อยากไม่ตายกัน

ความอยากไม่แก่อยากไม่เจ็บ

อยากไปตายนี่แหละ

 ที่เป็นตัวสร้างความทุกข์ทรมานใจ

ให้แก่ใจของพวกเรา ให้แก่เรา

 ความแก่ความเจ็บความตายของร่างกาย

มันไม่ได้รุนแรงทรมาน

ที่มันทรมานเพราะความอยาก

ไม่แก่อยากไม่เจ็บอยากไม่ตาย

ถ้าเราเห็นว่ามันเป็นความทุกข์

แล้วเราอยากจะหลุดพ้น

จากความแก่ความเจ็บความตาย

เราก็มีโอกาสในชาตินี้ เพราะชาตินี้มีคนรู้วิธี

ที่จะทำให้เราไม่ต้องกลับมาเกิด

มาแก่มาเจ็บมาตายอีกต่อไป

ก็คือพระพุทธเจ้า พระอริยสงฆ์สาวกทั้งหลาย

ท่านเป็นผู้ที่ได้ทรงค้นพบเหตุที่ทำให้พวกเรา

กลับมาเกิดมาแก่มาเจ็บมาตายกัน

 และได้พบวิธีที่จะกำจัดเหตุ

ที่จะทำให้เรากลับมาเกิดมาแก่มาเจ็บตายกัน

 นี่คือสิ่งที่เราจะได้รับจากพระพุทธศาสนา

จากการมาฟังเทศน์ฟังธรรมกัน

ทำให้เราได้รู้เรื่องราวของเราอย่างแท้จริง

 ว่าเราเป็นใคร เราไม่ได้เป็นร่างกาย

 เราเป็นใจ เป็นจิตใจผู้รู้ผู้คิด

ผู้มาเกาะติดอยู่กับร่างกาย

 แล้วก็ใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือ

หารูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

หาลาภยศสรรเสริญ มาเสพด้วยความหลง

ด้วยความคิดว่าเป็นความสุข

 แต่มันเป็นความทุกข์

 เพราะมันจะทำให้เราต้องไปทำบาปกัน

 เวลาเราอยากได้สิ่งเหล่านี้

แล้วไม่สามารถหาได้โดยวิธีไม่ทำบาป

 มันก็จะบีบให้เราต้องไปทำบาปกัน

 พอเราทำบาปใจเราก็จะทุกข์จะร้อนขึ้นมา

 แล้วเวลาตายไปก็ต้องไปเกิดในอบายกัน

 อันนี้เป็นสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่

 แต่ถ้าเราโชคดีได้มาพบกับคนดี

คนที่รู้เรื่องบาปเรื่องนรก

เรื่องบุญเรื่องสวรรค์

เขาก็จะสอนให้เราอย่าทำบาป

ให้เราทำบุญกัน เพื่อเราจะได้มีความสุขกัน

 ไม่มีความทุกข์กัน เช่นเรามาพบกับคำสอน

ของพระพุทธเจ้านี่

ท่านก็มีคำสอนไว้สามหัวข้อใหญ่ๆ

 ๑.ไม่ให้ทำบาปทั้งปวง

 ๒.ให้ทำบุญให้ถึงพร้อม

 และ ๓.ให้ชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์

 การชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์นี้

เป็นการกำจัดเหตุที่ทำให้เรา

มาเกิดกันซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่เรื่อยๆ

 เหตุที่ทำให้เรามาเกิดที่มีอยู่ในใจ

 ที่ทำให้ใจของพวกเราไม่บริสุทธิ์

ก็คือกิเลสตัณหานั่นเอง

ความโลภความโกรธความหลง

หรือความอยากสามประการด้วยกัน

 คือความอยากในรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

 เรียกว่ากามตัณหา ความอยากได้ความสุข

จากลาภยศสรรเสริญ เรียกภวตัณหา

 และความไม่อยากสูญเสียความสุข

จากลาภยศสรรเสริญ เรียกว่าวิภวตัณหา

 นี่คือตัวที่ทำให้เรามาเกิดกันอยู่เรื่อยๆ

ถ้าเราอยากจะยุติการมาเกิด

เราก็ต้องมากำจัด

ความโลภความโกรธความหลง

 ความอยากเหล่านี้ให้หมดไป

นี่คือสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้

จากการที่เราได้มาฟังเทศน์ฟังธรรม

 ได้มาพบกับพระพุทธศาสนา

 เราจะได้เรียนรู้เรื่องของการ

เวียนว่ายตายเกิดว่ามีจริง

เราจะเรียนรู้ว่าเรื่องบุญเรื่องบาปนี้มีจริง

 ผลของบุญของบาป คือสวรรค์นรกนี้มีจริง

เรื่องของอบาย มีจริงเรื่องของการยุติ

การกลับมาเวียนว่ายตายเกิดนี้ก็มีจริง

 อันนี้มันจะทำให้เราหายสงสัยในเรื่องนรก

เรื่องสวรรค์เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดได้

แล้วมันจะทำให้เรามีความเห็นที่ถูกต้อง

เห็นว่าการเวียนว่ายตายเกิดนี้มันเป็นทุกข์

 เราต้องมากำจัดการเวียนว่ายตายเกิดนี้ให้ได้

 เพราะว่าถ้ากลับมาเกิดแล้วก็ต้องกลับมาทุกข์

อย่างที่พวกเรากำลังทุกข์กันอยู่ในตอนนี้

แล้วก็จะกลับมาทุกข์อยู่เรื่อยๆ

ถ้าเรายังไม่ได้กำจัดเหตุ

ที่ทำให้เรากลับมาเกิดกัน

อันนี้จะทำให้เรามีความเห็นที่ถูกต้อง

 เห็นว่าเราเกิดมาแล้วนี้เราต้องทำอะไรกัน

 ก็ทำตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอน

ให้ทำ ๓ ประการด้วยกัน ก็คือ

ให้เราอย่าทำบาปเวลาเรามีความทุกข์

ทางร่างกายเช่นความหิว ถ้าเราต้องหาอาหาร

ก็ให้หาอาหารมาโดยวิธีที่ไม่ทำบาป

 อย่าไปฆ่า อย่าไปลักขโมย

อย่าไปโกหกหลอกลวง เพื่อให้ได้อาหาร

มารับประทานเพื่อบำบัดความทุกข์ทางร่างกาย

แล้วถ้าเราสามารถหาอาหารมาได้มาก

เกินกว่าที่เราจะรับประทานได้

ก็เอาไปแบ่งให้กับผู้อื่น เช่นเอาไปใส่บาตร

 อย่างนี้ก็จะทำให้เราได้บุญ

ถ้าเรายังไม่สามารถยุติการกลับมา

เวียนว่ายตายเกิดได้ เวลาเรา ตายไป

เราก็จะไม่ต้องไปเกิดในอบาย

เราจะไปเกิดในสวรรค์

แล้วหลังจากที่เรากลับมาเกิดเป็นมนุษย์

เราก็มาทำบุญกันใหม่ มาละบาปกันใหม่

 และมาชำระใจให้สะอาดกันใหม่

อันนี้เราต้องทำให้ได้ทั้งสามข้อ

เพราะว่าถ้าเราไม่ละบาป

เดี๋ยวเกิดเรายังไม่สามารถชำระใจให้สะอาดได้

 แล้วเดี๋ยวเราก็จะต้องไปใช้กรรมในอบายต่อ

 ถ้าเราไม่ได้ทำบุญเวลาเราตายไป

ก็จะไม่ได้ไปสวรรค์กัน เราจะไม่มีความสุข

ใจเราจะรู้สึกจืดๆ ชืดๆ ไม่มีความสุข

แต่เวลาได้ทำบุญแล้วใจจะรู้สึกอิ่มเอิบมีความสุข

 เราก็ต้องทำทั้งสามอย่างควบคู่กันไป

จนกว่าเราจะสามารถทำใจให้สะอาดบริสุทธิ์ได้.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

....................................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๐

"จิตใจคืออะไร"







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 24 กรกฎาคม 2560
Last Update : 24 กรกฎาคม 2560 6:03:03 น.
Counter : 497 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ