Group Blog
All Blog
<<< “เมตตาบารมี” >>>










“เมตตาบารมี”

บุญบารมีข้อที่หนึ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอน

ให้พวกเรามาสร้างกันก็คือ เมตตาบารมี

เมตตาแปลว่าความปรารถนาดี

 ความมีไมตรีจิตต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง

 ทั้งเทวดาทั้งมนุษย์อินทร์พรหม

ไม่ว่าเราพบกับสิ่งที่มีชีวิต

เราควรที่จะให้ความเมตตาต่อกัน

 ไม่ควรที่จะทำร้ายกัน

ไม่ควรที่จะสร้างความทุกข์

สร้างความเดือดร้อนให้แก่กันและกัน

 ดังที่ทรงสอนให้เราสวดบทแผ่เมตตา

 การสวดบทแผ่เมตตานี้

ยังไม่ได้เป็นการแผ่เมตตา

 เป็นการซ้อมเป็นการสอนวิธีแผ่เมตตา

ว่าการที่เราจะมีความเมตตาได้นั้น

เราจะต้องทำอย่างไร ข้อที่หนึ่งท่านบอกว่า

 สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ

เราจะขอให้สรรพสัตว์

เราจะไม่มีเวรกรรมกับสรรพสัตว์ทั้งปวง

 เราจะไม่มีเวรมีกรรมกับใคร

 การที่เราจะไม่มีเวรมีกรรมกับผู้อื่นนั้น

เราต้องทำอย่างไร เราก็ต้องไม่โกรธ ไม่เกลียด

 ไม่อาฆาตพยาบาทผู้อื่นนั่นเอง

 เพราะเวลาที่เราโกรธเวลาที่เราเกลียด

เราอาจจะจองเวรจองกรรม

ใครทำร้ายเราใครทำให้เราเสียหาย

 เราก็จะโกรธจะเกลียดจะอาฆาตพยาบาท

 แล้วเราก็จะพยายามทำร้ายเขา

ฟันต่อฟันตาต่อตานะ

อันนี้ไม่ใช่เป็นการแผ่เมตตา

 การแผ่เมตตานี้เราต้อง อะเวรา โหนตุ

เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

การระงับเวรนี้เราระงับอย่างไร

 เราก็ระงับด้วยการให้อภัย ใครทำร้ายเรา

ใครเขาทำอะไรให้เราเสียหายเดือดร้อน

 เราจะไม่ถือโทษโกรธเคือง เราจะให้อภัย

 เพราะเราต้องการสร้างเมตตาบารมี

เราต้องการสร้างผลประโยชน์

ที่เราจะได้รับจากเมตตาบารมี

 เราต้องคิดถึงภพหน้าชาติหน้าที่จะตามมา

 ถ้าเราไม่มีเวรต่อกัน ภพหน้าชาติหน้า

เราก็จะไม่มีเจ้ากรรมในเวร

ถ้าเราไม่จองล้างจองผลาญ

 เราก็จะไม่มีใครมาจองล้างจองผลาญเรา

 ให้เราคิดอย่างนี้ อย่าคิดแค่ปัจจุบัน

เพื่อทำอะไรให้มันถูกใจสบายใจพอใจ

แต่กลับกลายเป็นปัญหาที่จะตามมาต่อไป

ในภพหน้าชาติหน้าหรือในอนาคต ไม่ถึงภพหน้า

 วันพรุ่งนี้ถ้าเราไปทำร้ายเขา

 เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาก็จะกลับมาทำร้ายเราอีก

 การทำร้ายกันและกันนี้

ไม่ได้เป็นการไปสู่ความสงบสุข

 แต่ไปสู่การเสียหายไปสู่การฉิบหาย

สู่ความทุกข์ต่างๆ ถ้าเขาว่าเราเราไปว่าเขา

 เขาก็มาตีเรา เราก็ไปฆ่าเขา

 พอเราไปฆ่าเขา เดี๋ยวเราก็ต้องถูกจับ

ไปติดคุกติดตะราง แล้วตายไป

เราก็ยังต้องไปเกิดในอบายไปตกนรกอีก

 แต่ถ้าเราให้อภัยได้ไม่จองเวรจองกรรม

 คิดว่ามันก็ผ่านไปแล้ว ความเสียหายก็เกิดขึ้นแล้ว

เราก็ไม่ถือโทษโกรธเคือง เรื่องก็จบแค่นั้น

 แล้วก็เขาก็จะไม่มีปัญหาอะไรกับเรา

นี่คือวิธีแผ่เมตตาวิธีแรกก็คือ ไม่จองเวรกัน.


พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...............................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๐

“เพียรสร้างบุญบารมี”







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 02 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2560 9:34:58 น.
Counter : 184 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ