Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
29 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
... Broadcast ..???...

...

2550 A.D.

ปรากฏการณ์ภาวะเรือนกระจก กระทบไปเป็นวงกว้าง...
ช่วงเวลา 540 กว่าปีที่ผ่านมา มนุษย์ทนอยู่กับสภาวะโลกร้อนต่อไปไม่ได้แล้ว...
จึงบังเกิดสิ่งก่อสร้างขึ้น เป็นหย่อมๆ...
เป็นเรือนกระจก ที่ป้องกันภาวะเรือนกระจกอีกที...ฮา....

ก่อนหน้านั้น ใช้วิธีควบคุมอุณหภูมิเป็นอาคารๆ บ้านเป็นหลังๆ...กันไป...
(ไม่ใช่กันชัยนะ เค้าไม่เกี่ยวกะเรื่องนี้... ถ้ารู้ หนูจะไม่มีวันยุ่งด้วยเลยอ่ะค่ะ...)
แต่ปัจจุบัน วิทยาการก้าวไกลไปมากมาย...
เกิดการค้นพบวัสดุที่สามารถทำเป็นครอบแก้วขนาดใหญ่
มีคุณสมบัติทนทานด้านชาต่อทุกรังสีแสง...
มันถูกสร้างขึ้นครอบคลุมแยกกันเป็นประเทศๆไป...

อุณหภูมิในแต่ละประเทศ ถูกปรับให้อยู่ในระดับที่ 25 C
เพื่อจะได้ประหยัดไฟเบอร์ห้า...
แต่คนบ้าอำนาจ นักการเมืองผู้อยากมีอิทธิพล...
ยังคงเป็นเหมือนแมลงสาปที่อยู่เกาะเกี่ยวเกาะติด... ไม่ไปไหนง่ายๆ...
ก็ขอให้ร่ำรวยลุ่มหลงใหลกันไปได้หนุกหนาน... ได้ทุกสิ่งดังหวังนะคะ...

...


การสื่อสารทางดาวเทียมยังเป็นไปได้ตามปกติ...
การสื่อสารทางการเดินอากาศระหว่างประเทศ ก็ยังเป็นไปได้เหมือนเดิม...
ครอบแก้วที่โอบล้อมแต่ละประเทศไว้ เลือกจะรับ หรือไม่รับได้โดย...
นโยบายระหว่างประเทศ... เช่น นโยบายบายการสื่อสาร การรับแสง การบิน...
ส่วนการบ้าน การเมือง ปล่อยให้คนในครอบแก้วดูแลกันเอง...5 5 5...
และการบ้านของฉัน ฉันก็ดูแลเองได้นะ อิอิ.... ไม่รับสมัครโค้ชค่ะ...

และแน่นอนการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต...ถ้าล่มไป ก็คงจะเกิดจราจลครั้งใหญ่...
สหประชาติจึงเลือกจะคงไว้บางสิ่ง และเลือกยกเลิกในบางอย่าง...
การสื่อสารทางทะเล ถูกยกเลิกโดยเด็ดขาด...
เพราะอุณหภูมิภายนอกครอบแก้วนั้นสูงเกิน 100 C...

ถึงปลาไหลจะยังคงอยู่รอดได้ แต่ไม่มีรัฐบาลของประเทศไหนอยากจะคบด้วย...
เค้าคงไม่เอาปลาไหลมาลากเรือสินค้าหรอก... ว่ามะ....

...


กรุงเทพมหานครถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถมีผู้ใดอาศัยอยู่
เมืองหลวงถูกย้ายขึ้นไปที่สูงทางตอนเหนือ....
ไม่ๆ ไม่ใช่อยุธยา...เพราะมีโจรปาหินเยอะ...น่ากลัวเกินไป...

ประเทศไทยในตอนนั้น ปลูกข้าวแค่พอเลี้ยงประชากรในประเทศ
ไม่ได้ส่งออกไปที่ไหน...เพราะผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ของโลกเปลี่ยนเป็นประเทศจีน...
หิมะไม่ได้ตกใส่พื้นดินของประเทศจีนมาเป็นร้อยๆปี...
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พื้นที่ขนาดใหญ่โตนั้นจะผลิตพืชอะไรเป็นอันดับแรก...

...


อย่างไรก็ตาม ความบันเทิงไม่เคยถูกพรากจากชีวิตประจำวันของมนุษยชาติ...
ความบันเทิงในรูปแบบหนึ่งที่นิยมในปี ค.ศ.2550 คือ...
Curiousity...หนีไม่พ้นความอยากรู้อยากเห็น อยู่ดี....

การบรอดคาสท์ หรือเผยแพร่ความคิดความฝัน ถูกตีค่าเป็นเงินทอง...
บริษัทรับซื้อความฝันผุดขึ้นมากมาย ให้บริการผู้บริโภคได้จุใจ...
นักเขียนนิยาย นักเล่านิทาน นักเล่าเรื่องราวไร้สาระตกงานจนสูญพันธุ์ไปหมด...
มีแต่คนที่ต้องการเรื่องจริง เรื่องที่เคยมีติ่งว่า based on true story...
อยากรู้แต่เรื่องจริงจริ๊ง...5 5 5...

แต่ในปีปัจจุบันนี้ ข้อความที่กำกับเรื่อง เปลี่ยนเป็น Mind or Dream ...
ประชากรสามารถเซิร์จหาได้จากโลกออนไลน์ที่มีมากมาย...
หลายคนที่มีเวลาว่างมากๆ ก็จะอยากรู้เรื่องมากหน่อย...
คนที่ไม่ค่อยว่าง มีการมีงานทำ ก็อาจจะอยากรู้เรื่องของคนอื่นน้อยหน่อย...
ขึ้นอยู่กับบุคคลิกลักษณะนิสัย ของแต่ละคน...

...


แล้วเหตุการณ์หนึ่งก็เกิดขึ้น ที่บริษัทรับซื้อความฝัน...

วิธีการขายฝัน ไม่ได้ยุ่งยากเกินไป...เริ่มจากลงทะเบียน...
เจ้าหน้าที่จะเอาไมโครชิพมาฝังไว้ที่ขมับสองข้าง...
การโอนถ่ายข้อมูลใช้เทคโนโลยีไร้สาย...
เมื่อข้อมูลถูกส่งผ่านจนครบถ้วน ก็รอรับค่าตอบแทน...
ง่ายเหมือนกทม.ฝังไมโครชิพให้กับลูกน้องที่บ้านเราเลยอ่ะ...

" Mind or Dream? " Officer
" Dream. " me
" Dream ??? " Officer
" Um... Dream..." me
" Really ??? " Officer
" เออ...กิมมีมายมันนี่ แดทส์ออล โอเค๊...." ฉันทุบโต๊ะเบาๆ...ประกอบการแสดง...
" Ohh..Krayyy...ka...." พนักงานรับคำ... มือไม้สั่นๆ....

ต้องเถื่อนๆนิดนึง...เฮ้อออ...
ฉันยิ้มก่อนจะรับค่าตอบแทน แล้วเดินออกมา...
ฮัมเพลง... " ก็แค่เหงา... ก็เท่านั้น... คงไม่ยาวนาน... น น น.. "

ฉันเคยฝันว่าไปว่ายน้ำ แล้วแผ่นดินแยกออกเป็นทางยาว
น้ำในสระซึมหายไปตามรอยแยกของแผ่นดิน...
ฉันพากุงเกงลิงปีนขึ้นสระน้ำแทบไม่ทัน... แบบทุลักทุเลด้วย...
เรื่องนี้ยังไม่เอาไปขายดีกว่า... อาย officer เค้า....อิอิอ...

ปีนขึ้นมาเจอตึกถล่มใส่อีก...
กลายเป็นหนุมานคลุกฝุ่น...ตลบอบอวล...
กว่าจะหายใจได้....คอแห้งเลยอ่ะ...

แค่ฝันของตัวเองยังเอาตัวเองไม่ค่อยจะรอดเรยย...
ดีนะ ที่คนเรายังตื่นขึ้นมาเจอวันใหม่ในทุกๆเช้า...

หิวข้าวอีกรอบแร้วอ่ะ... ไปแระ.. อิอิ...

...


...

บางความฝัน เป็นได้แค่ความฝัน...
just dream.....for what ever you need...

แหม... ฟังดูเข้าทีดีจัง...
ก็แค่ฝัน.... ถึงอะไรที่อยากให้เป็น...
จะเป็นแบบนั้นรึเปล่า นั่นอีกเรื่องนึงเนอะ...

เคยฝันว่าต้องตาย... ไม่รู้กี่หน...
พอตื่นขึ้นมา ก็ยังไม่เห็นจะตายซะที....
เออ.... พอแล้ว... ไม่อีกแล้ว...

ใครควบคุมความฝันได้บ้างไหมเนี่ย...
ทำยังไง ให้ในฝันมีแต่สิ่งสวยงาม...
อย่างน้อยก็ช่วงเวลาที่หลับตาลง....
ฉันยังควบคุมความฝันของตัวเองไม่ได้เล๊ย...

...


... คนคนนี้... ไม่มีฝัน ...

"จุ๋ยก้วย"
เป็นขนมถ้วยแบบจีนทำจากแป้งข้าวเจ้ามีรอยบุ๋มตรงกลาง
โรยหน้าด้วยไชโป้วเค็มสับปรุงรสโดยผัดกับกระเทียม ซีอิ๊วดำ น้ำตาล
มีรสออกหวานๆเค็มๆ... ใส่พริกน้ำส้มเปรี้ยวๆเผ็ดๆนิดนึง... อร่อยๆๆ...

สมัยเด็กๆ เคยเห็นคุณลุงคนหนึ่งตาเหลือกๆ หัวล้านๆ ใส่หมวก
ตัวผอมๆ แบบผอมเกร็ง คือเห็นเส้นเลือดเส้นเอ็น เหมือนเกร็งความผอมมั๊ง...
อายุน่าจะประมาณ 40-50 ขวบ... หรือแก่ก่อนวัย เพราะไม่มี Q10 ให้ใช้ก็ไม่รู้อ่ะนะ...

คุณลุงจะเดินหาบร้านค้าจุ๋ยก้วยของแกเดินไปตามตรอกซอย แล้วก็ร้อง...
จุ๋ยยยย...กั้ว.... จุ๋ยยยย...กั้ว... แกจะร้องจุ๋ยไม่เกิน ย.ยักษ์สี่ตัวอักษร....
มีจังหวะจะโคนที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ...

ไม่มีป๋องแป๋ง ไม่มีเครื่องเปอร์คัสชั่น...แค่หาบก็ท่าทางจะหนักมากแล้วล่ะ...
คุณลุงขายกระทงละสามบาทห้าบาท...เป็นกระทงใบตองแห้งกลมๆกลัดไม้กัด...
ขนมถ้วยที่ทำจากแป้งข้าวเจ้ามีรสจืดๆ ได้รสเค็มจากหน้าไชโป้ว เค็มนำหวานตาม...
ชอบเผ็ดเปรี้ยวก็เติมพริกน้ำส้มได้...

คุณลุงจะมีกระทะทองเหลืองใบกลมๆเล็กๆไว้อุ่นไชโป้วปรุงรส...
มีซึ้งไว้อุ่นขนมถ้วย...
ฉันชอบมากถ้าวันไหนที่คุณลุงขายไม่ค่อยดี...เพราะอะไรน่ะเหรอ...
เพราะไชโป้วในกระทะอุ่นจะได้รสชาดที่เข้มข้นมากกว่าไชโป้วผัดใหม่ๆ...

ตอนเด็กๆ ฉันไม่เคยสงสัยว่าคุณลุงขายขนมแบบนี้แล้วจะขายดีมั๊ย?
เมื่อไหร่จะร่ำรวยซะที... หรือคุณลุงมีความสุขกับชีวิตด้วยวิธีไหน...
ฉันเห็นคุณลุงมีเครื่องแบบแค่ไม่กี่ชุดเอง เห็นจนซ้ำซาก...
เสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงขาก๊วย...และหมวกลายตารางๆ... สก็อตแลนด์ยาร์ด อิอิ...

ฉันไม่เคยเห็นว่าคุณลุงจะมีภรรยา หรือมีลูกมาช่วย...
ฉันเดาว่าคุณลุงน่าจะอยู่คนเดียว... ส่วนจะเงียบเหงาเศร้ามากไหมอ่ะเหรอ??...
อันนี้ต้องไปถามคุณลุงเค้าเองนะ... ไม่รู้ตอนนี้ยังอยู่สบายดีรึเปล่า...
ขายทุกวัน ทำทุกวัน เป็นชาวจีนที่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพจริงๆ...

ฉันไม่รู้ว่าคุณลุงมีความฝันอะไรหรือเปล่า...
แต่ฉันพอจะเข้าใจได้ว่า การทำงานไปวันๆ อยู่ไปวันๆ มันน่าซ้ำซากมากเลย...

พ่อของเพื่อนฉันขายขนมปอเปี๊ยะที่อร่อยที่สุด ฉันเพิ่งแวะไปเยี่ยมเมื่อตอนกินเจ...
ตอนนี้ท่านอายุ 80 กว่าแล้ว ฉันรู้สึกว่ารอยยิ้มของท่านดูมีความสุขนะในวันนั้น
อาจจะเป็นเพราะลูกมาเยี่ยม และเพื่อนของลูกก็มาเยี่ยมในวันเดียวกัน... อบอุ่นๆ อิอิ...

ตอนนี้พ่อของเพื่อนฉันขายขนมปอเปี๊ยะสัปดาห์หนึ่งวันเอง คือ วันอาทิตย์
รถราไม่เยอะ คนไม่พลุกพล่านมากนัก... เรียกว่าขายเอามันส์ดีกว่า... อิอิ...

...


นอกจากคุณลุงขายจุ๋ยก้วย... ฉันยังเห็นชายหนุ่มจัดว่าหนุ่มนะอายุ 30-40 ปีได้
สะพายหม้อใบโตเลย... ข้างในบรรจุขนมกุยช่าย...น่าจะมีขนมจีบด้วยถ้าจำไม่ผิด...
เขาชอบมานั่งดูฉันกับเพื่อนๆเล่นบาสเก็ตบอลกัน...
ตอนนั้นฉันอายุประมาณชั้นประถมปลายๆนะ...
พอเราเล่นบาสจนเหนื่อย ก็จะซื้อน้ำแข็งเปล่าใส่น้ำชามานั่งคลายร้อนกัน...
เราอุดหนุนขนมกุยช่ายของพี่เค้าบ้าง แล้วแต่ว่าจะหิวมากหรือหิวน้อย....

พี่เขาจะเดินสะพายหม้อใบนั้น ฉันว่ามันหนักมากเลยอ่ะ...
เดินไปตามตรอก ตามซอย และตามโรงเรียน....แต่ก็ดูเหมือนจะขายได้ไม่มาก...
แต่สิ่งที่เหมือนกันของคุณพี่คนนี้ กับคุณลุง และพ่อของเพื่อนฉัน
คือความจริงจังในการทำงาน.... เขาเป็นกุ๊กที่ทำขนมอร่อยเหมือนๆกัน...
ไม่ว่าจะเป็นจุ๋ยก้วย ปอเปี๊ยะ หรือว่าขนมกุยช่าย...
(แต่อาม่าที่ตลาดก็ทำขนมกุยช่ายอร่อยเหมือนกันนะ...)

และเขาไม่ลังเลที่จะแถมขนมให้บ่อยๆ...ไม่ว่าจะซื้อมากหรือน้อย...
อาจเป็นเพราะฉันน่ารัก และมีสเน่ห์มาตั้งแต่เด็กๆแล้วมั๊ง...
หรือว่าเค้าขี้เกียจเก็บขนมกลับบ้านก็ไม่รู้นะ... อิอิอ....

ฉันเดาว่าบุคคลเหล่านี้ ไม่มีฝันหรอก...
เพราะกลับบ้านแต่ละวันก็คงจะสลบเหมือด...
ตอนเช้าต้องตื่นขึ้นมาซื้อของทำขนมใหม่...

ไม่มีฝัน บางทีก็ดีเหมือนกัน เนอะ... ว่ามะ...

...



Create Date : 29 ตุลาคม 2550
Last Update : 30 ตุลาคม 2550 4:39:48 น. 4 comments
Counter : 527 Pageviews.

 
พี่นิ้ง.............


โดย: Madam_Hatyai วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:8:17:55 น.  

 
พี่ลอย.........

ฮ่าๆๆๆๆๆ ล้อเล่นนิ


โดย: ป้าซ่าส์ วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:10:22:33 น.  

 
...



...


โดย: loykratong วันที่: 30 ตุลาคม 2550 เวลา:2:27:00 น.  

 
อืมมมม !!!
คนไร้ฝัน
จะสิ้นไร้ไปทุกสิ่ง
น่ากลัวน่ะ


โดย: เรือรักแล่นลิ่วเริงร่า วันที่: 31 ตุลาคม 2550 เวลา:18:58:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

loykratong
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






ไม่มีอะไรขึ้นตลอด
ไม่มีอะไรลงตลอด
...ไม่มี the end of the world ...

Web Site Hit Counters

ราคาทองคำ
 

ราคาทองคำต่างประเทศ



Friends' blogs
[Add loykratong's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.