Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
27 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
Fwd: FW: ไม่มีใครมีค่าพอ . . . ที่คุณต้องเสียน้ำตาให้

...

ก้อปมาจาก forward mail

...

No man/woman is worth your tears
and the only one who is, will never make you cry.

ไม่มีชาย หรือหญิงคน ไหน มีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้
ส่วนคนที่มีค่าพอนั้น . . . เขาย่อมที่ จะไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด

If you love someone, put their name in a circle, instead of a heart,
because hearts can break, but circles go on forever.

ถ้าคุณรักใครสัก คน . . จงเอาเขาไว้รอบตัวคุณ . . . แทนที่จะใส่เขาไว้ในใจ
เพราะหัวใจสามารถแตกสลายได้
แต่ถ้าเขาอยู่ รอบตัวคุณ . . . เขาจะอยู่กับคุณตลอดไป

Everyone hears what you say.
Friends listen to what you say.
Best friends listen to what you don't say.

ทุกคนได้ยินสิ่งที่ ท่านพูด
เพื่อนทั่วๆ ไปจะรับฟังในสิ่งที่ท่านพูด
แต่เพื่อนแท้ จะรับฟัง ความรู้สึกที่ท่านไม่เอ่ยมันออกมา

If you judge people,
you have no time to love them.

ถ้าท่านมัวแต่ . . . คิดตัดสินผู้อื่น
ท่านก็จะไม่มีเวลาพอที่จะรักและเข้าใจพวกเขา

It may take only a minute to like someone,
Only an hour to have a crush on someone and only a day to love someone
But it will take a lifetime to forget someone.

มันอาจจะ ใช้เวลาเพียงชั่วนาที . . . ที่จะชอบใครสักคน
เพียงชั่วโมงที่จะนึกรักใครสัก คน และเพียงชั่ววันที่จะรักใครสักคน
แต่ . . . มันจะใช้เวลาชั่ว ชีวิตของท่านที่จะลืมคนคนนั้น

Yesterday is the history,
tomorrow is a mystery.
Today is a gift,
that is why it is called the present.

เมื่อวาน . . . คือ อดีต
พรุ่งนี้ . . . คือปริศนา
แต่วันนี้ . . . คือสิ่งที่ท่านมี
นี่ คือเหตุผลว่า . . . ทำไมจึงเรียกปัจจุบันนี้ว่า . . . ของขวัญ

Send this to everyone you will never forget,
and send it back to the person who sent it to you too,
just to show them that you will never forget them too.

ส่งสิ่งดีๆ เหล่านี้ ให้กับคนที่ท่านคิดว่า. . . จะไม่มีวันลืม
และส่งกลับไปยัง ผู้ที่ส่งมาให้ ท่าน
เพื่อให้เขารู้ว่า . . . ท่านก็จะไม่มีวันลืมเขาเช่นกัน

If you don't send it back,
it means that you are not a true friend.
So send it to everyone that you never will forget.

ถ้าท่านไม่ส่ง กลับ
นั่นหมายถึงว่า . . . ท่านมิได้คิดว่า ท่านเป็นเพื่อนแท้ของเขา
ดัง นั้นจงส่งสิ่งดีๆ เหล่านี้ไปให้ทุกคน. . . ที่ท่านจะไม่มีวันลืมเขาออกจาก ใจ. .

...



Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2550 12:23:35 น. 3 comments
Counter : 530 Pageviews.

 
Subject: Fw: เรื่องของคิม ฟุค - การให้อภัยเป็นทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
To: All Recipients




คิม ฟุค คือเด็กหญิงชาวเวียดนามใต้คนนั้นซึ่งช่างภาพอเมริกันได้ถ่ายไว้ขณะที่เธอและเพื่อนบ้านกำลัง
แตกตื่นหนีภัย แม้เธอจะรอดตายจากระเบิดนาปาล์มที่ทิ้งลงหมู่บ้านของเธอ แต่ไฟก็ได้เผาลวกผิวหนัง
ของเธอถึง 65 เปอร์เซ็นต์ เธอต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลถึง 14 เดือน และผ่านการผ่าตัดถึง
17 ครั้งกว่าจะหายเป็นปรกติ

เธอยังโชคดีเมื่อเทียบกับลูกพี่ลูกน้องอีก 2 คน ซึ่งตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหวนั่นคือเหตุการณ์ที่เกิด
ขึ้นในปี 2515 เมื่อเวียดนามกลายเป็นคอมมิวนิสต์ 3 ปี ต่อมา ก็ไม่มีข่าวคราวของเธอปรากฏสู่โลก
ภายนอกอีกเลย

แต่แล้ววันหนึ่งในปี 2539 คิม ฟุค ก็ได้มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าชาวอเมริกันซึ่งเคยผ่านสมรภูมิเวียดนาม
เธอได้รับเชิญให้มาพูดเนื่องในโอกาสวันทหารผ่านศึก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. การได้มาเผชิญหน้ากับกลุ่ม
คนซึ่งครั้งหนึ่งเคยมาทำลายบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ ทำให้ญาติพี่น้องของเธอต้องตาย และเกือบฆ่า
เธอให้ตายไปด้วยนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทำใจได้ง่ายนักแต่เธอมาก็เพื่อจะบอกให้พวกเรารู้ว่าสงครามนั้น
ได้ก่อความทุกข์ทรมานแก่ผู้คนอย่างไรบ้าง

หลังจากที่เล่าถึงประสบการณ์อันเจ็บปวดของเธอแล้ว เธอก็ได้เผยความในใจว่า มีเรื่องหนึ่งที่เธอ
อยากจะบอกต่อหน้านักบินที่ทิ้งระเบิดใส่หมู่บ้านของเธอ

พูดมาถึงตรงนี้ก็มีคนส่งข้อความมาบอกว่า คนที่เธอต้องการพบกำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมนี้ เธอจึงเผย
ความในใจออกมาว่า "ฉันอยากบอกเขาว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ แต่เราควร
พยายามทำสิ่งดี ๆ เพื่อส่งเสริมสันติภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต"

เมื่อเธอบรรยายเสร็จ ลงมาจากเวที อดีตนักบินที่เกือบฆ่าเธอก็มายืนอยู่เบื้องหน้าเธอ

เขามิใช่ทหารอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นศาสนาจารย์ประจำโบสถ์แห่งหนึ่ง
เขาพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวดว่า "ผมขอโทษ ผมขอโทษจริง ๆ"
คิมเข้าไปโอบกอดเขาแล้วตอบว่า "ไม่เป็นไร ฉันให้อภัย ฉันให้อภัย"

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะให้อภัย โดยเฉพาะกับคนที่ทำร้ายเราปางตาย คิม ฟุค เล่าว่าเหตุการณ์
ครั้งนั้นสร้างความทุกข์ทรมานแก่เธอทั้งกายและใจ จนเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร

แต่แล้วเธอก็พบว่าสิ่งที่ทำร้ายเธอจริง ๆ มิใช่ใครที่ไหน หากได้แก่ความเกลียดที่ฝังแน่นในใจเธอนั่น
เอง
"ฉันพบว่าการบ่มเพาะความเกลียดเอาไว้สามารถฆ่าฉันได้"
เธอพยายามสวดมนต์และแผ่เมตตาให้ศัตรู และแก่คนที่ก่อความทุกข์ให้เธอ แล้วเธอก็พบว่า
"หัวใจฉันมีความอ่อนโยนมากขึ้น เรื่อย ๆ เดี๋ยวนี้ฉันสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเกลียด"

เราไม่อาจควบคุมกำกับผู้คนให้ทำดี หรือไม่ทำชั่วกับเราได้ แต่เราสามารถควบคุมกำกับจิตใจของเรา
ได้

เราไม่อาจเลือกได้ว่ารอบตัวเราต้องมีแต่คนน่ารักพูดจาอ่อนหวาน แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะทำใจ
อย่างไรเมื่อประสบกับสิ่งไม่พึงปรารถนา คิม ฟุค ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองว่า
"ฉันน่าจะโกรธ แต่ฉันเลือกอีกทางหนึ่ง แล้วชีวิตของฉันก็ดีขึ้น"

บทเรียนของ คิม ฟุค คือ ในเมื่อเราเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ เราจึงไม่ควรปักใจอยู่กับอดีต แต่เรา
สามารถเรียนรู้จากอดีตเพื่อทำปัจจุบันและอนาคตให้ดีขึ้นได้ บทเรียนจากอดีตอย่างหนึ่งที่เธอได้เรียนรู้มา
ก็คือ "การอยู่กับความโกรธ เกลียด และความขมขื่นนั้น ทำให้ฉันเห็นคุณค่าของการให้อภัย


โดย: loykratong วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:46:03 น.  

 
...

Fwd: ใครควรเป็นหัวหน้า ... @เรื่องฮา (ห้ามส่งให้หัวหน้า)


ตอนที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาใหม่ๆ อวัยวะต่างๆ ในร่างกายก็ทะเลาะกันว่า ' ใครควรจะเป็นหัวหน้า '

สมองก็บอกว่า “ฉันควรจะเป็นหัวหน้า เพราะฉันคิดและตัดสินใจต่างๆนานา”

เท้าก็เถียงและบอกว่า “ฉันต่างหากที่ควรเป็นหัวหน้า เพราะฉันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด และต้องพาพวกแกทั้งหลายเคลื่อนไปยังจุดหมาย”

มือก็สวนขึ้นมาทันที “ฉันต่างหากที่ควรเป็นหัวหน้า เพราะฉันทำงานหาเงิน มาทำให้พวกแกทั้งหลาย มีชีวิตอยู่ได้”
แล้วทั้งอวัยวะทั้งร่างกายก็ต่างยกเหตุผลที่ว่าตัวเองควรเป็นหัวหน้า

จนมาถึง “ตูด” ยังไม่ทันจะเอ่ยเหตุผลของตัวเอง ทุกอวัยวะก็ขำกลิ้งแล้วพร้อมใจบอกว่า “ไม่มีทาง พวกเราไม่มีวันให้ตูดเป็นหัวหน้าแน่นอน”

เมื่อเป็นดังนั้น ตูดก็สไตร์ค ไม่ยอมทำงานเพียงไม่นาน อวัยวะต่างๆ ก็ปั่นป่วนไปหมด สมองที่ว่าแน่ๆ ถึงกับสลบเหมือด จนในที่สุดต้องยอมให้ตูดเป็นหัวหน้า

จากนั้น ทุกอวัยวะก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไป ในขณะที่หัวหน้าก็มีหน้าที่นั่งเฉย แล้วก็ปล่อยขี้ออกมา

ดังนั้น คุณไม่ต้องคิดว่าจะให้คนที่มีสมองเป็นหัวหน้า เพราะมันเป็นหน้าที่ของ“ตูด” เท่านั้น


...


โดย: loykratong วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:08:36 น.  

 
ดีนะที่นู๋ไม่ใช่หัวหน้า



ชอบเรื่องแรกข้างบนด้วยค่ะ คม คม (ชัดลึก)


โดย: นู๋มาป่วน (aquaworld ) วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:21:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

loykratong
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






ไม่มีอะไรขึ้นตลอด
ไม่มีอะไรลงตลอด
...ไม่มี the end of the world ...

Web Site Hit Counters

ราคาทองคำ
 

ราคาทองคำต่างประเทศ



Friends' blogs
[Add loykratong's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.