Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
5 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
‘คุกกี้แนวใหม่’ ทำขายไม่ต้องมีหน้าร้าน จาก นสพ.เดลินิวส์ วันที่ 26 เมษายน 2552

. . .

‘คุกกี้แนวใหม่’ ทำขายไม่ต้องมีหน้าร้าน

จาก นสพ.เดลินิวส์ วันที่ 26 เมษายน 2552

แม้ ปัจจุบันจะมีผู้ทำอาชีพ-ทำธุรกิจเกี่ยวกับเบเกอรี่ ขนมปัง เค้ก คุกกี้ จำนวนไม่น้อย แต่ธุรกิจประเภทนี้ก็มีลูกค้าเป็นจำนวนมาก หากผู้ที่คิดจะทำอาชีพนี้สามารถสร้างความน่าสนใจใหม่ ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ได้ “ช่องทางทำกิน” ก็ยังมีรออยู่เสมอ อย่างเช่น “คุกกี้แนวใหม่” ที่จะนำเสนอในวันนี้...

//////////

คิสราภัธต์ ศรีโรจน์ หรือ ส้ม อายุ 37 ปี เป็นเจ้าของสูตรการทำคุกกี้แนวใหม่ ในชื่อ “Bakery By Kissara” เธอเล่าให้ฟังถึงที่มาของอาชีพนี้ว่า พลิกผันจากการทำธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก มาทำธุรกิจเบเกอรี่เพราะพิษเศรษฐกิจ ซึ่งช่วงที่เธอเคว้งคว้างกำลังมองหาอาชีพอื่นอยู่นั้น ด้วยความสนใจในเรื่องการทำอาหารและขนมมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น จึงตั้งสติและคิดว่าโอกาสที่เธอจะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝันมาถึงแล้ว

“ตัดสินใจลงคอร์สเรียนการทำเบเกอรี่ทันที ด้วยความชอบเป็นทุนเดิม หลังจากเรียนการทำเบเกอรี่ในแต่ละครั้งก็จะกลับมาฝึกความชำนาญและทดลองทำต่อ ที่บ้าน ทำให้รู้ว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะพวกขนมอบ และขนมเค้ก ช่วงเวลาการใส่ส่วนผสมถ้านานไปนิด ถ้าน้อยไปหน่อย หน้าตาขนม รสชาติ จะเปลี่ยนไปทันที ต้องฝึกปรือจนเชี่ยวชาญรู้กลเม็ดเคล็ดลับมากพอสมควร จึงค่อยทำธุรกิจด้านนี้อย่างจริงจัง”

ส้มบอกอีกว่า แรก ๆ ก็ให้คนในครอบครัวและเพื่อนบ้านลองชิม เพื่อฟังคำติชมของแต่ละคนในเรื่องรสชาติ และหน้าตา เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุง จนเมื่อทุกอย่างลงตัวเธอก็เริ่มทำการตลาด จนเปิดเป็นธุรกิจเล็ก ๆ

กิจการนี้เน้นที่ “คุกกี้” เป็นหลัก มีอยู่ 3 แบบคือ โอ๊ต เรซิน คุกกี้ (Oat Raisin Cookie), อเมริกัน คุกกี้ (American Cookie), รัม เรซิน อัลมอนด์ (Ram Raisin Almond) ซึ่งแบบที่ขายดีที่สุดตอนนี้คือ รัม เรซิน อัลมอนด์ โดยผลิตภัณฑ์จะเน้นการใช้ส่วนผสมที่มีคุณภาพดี เพื่อให้รสชาติดี

การลงทุนทำธุรกิจนี้นั้น อุปกรณ์ที่ต้องลงทุนซื้อหามาใช้ ที่ขาดไม่ได้ หลัก ๆ คือ เตาอบ, เครื่องตีแป้ง, ตู้เย็น, ตาชั่ง, ไม้พายพลาสติก, แบบพิมพ์ ฯลฯ ซึ่งราคาค่อนข้างสูง ตรงนี้ก็ต้องดูกำลังทรัพย์ของตัวเอง หากยังมีไม่มากก็ซื้อเฉพาะอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้จริง ๆ ก่อน พอมีกำไรแล้วจึงค่อย ๆ ลงทุนซื้อของมาใช้เพิ่มเติม

ณ ที่นี้จะเปิดเผยสูตรคุกกี้ “รัม เรซิน อัลมอนด์” ซึ่งมีส่วนผสมดังนี้คือ ส่วนผสมส่วนที่ 1... แป้งสาลีอเนกประสงค์ 250 กรัม, แป้งเค้ก 150 กรัม, ผงฟู 1/2 ช้อนชา, เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา, เกลือป่น 1/4 ช้อนชา, วานิลลาผง 1/2 ช้อนชา, นมผง 50 กรัม ส่วนผสมส่วนที่ 2... เนยสดเค็ม 275 กรัม, เนยขาว 50 กรัม, น้ำตาลทรายแดง 50 กรัม, น้ำตาลทรายขาว 75 กรัม, ไข่ไก่ 1 ฟอง ส่วนผสมส่วนที่ 3... ลูกเกดดำสับหยาบ 50 กรัม, ช็อกโกแลตชิพ 50 กรัม, อัลมอนด์สับหยาบและอบกรอบ 25 กรัม, วอลนัทอบกรอบและสับหยาบ 25 กรัม

ขั้นตอนการทำ... เริ่มจากนำส่วนผสมส่วนที่ 1 มีแป้งสาลี แป้งเค้ก เบกกิ้งโซดา ผงฟู วานิลลาผง นมผง และเกลือป่น มาร่อนรวมกัน แล้วตั้งพักไว้ จากนั้นนำส่วนผสมที่ 2 คือเนยสดและเนยขาวใส่อ่างผสม ตีจนกลายเป็นของเหลว แล้วใส่น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว และไข่ตามลงไป ตีด้วยความเร็วปานกลาง ประมาณ 5-7 นาที จนส่วนผสมขึ้นฟู แล้วนำส่วนผสมที่ 1 ที่เตรียมไว้ ค่อย ๆ ใส่ลงผสมกับส่วนผสมที่ 2 แล้วคนให้ส่วนผสมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เสร็จแล้วปิดอ่างผสมด้วยพลาสติกกันความชื้น ตั้งพักไว้ประมาณ 15 นาที

ลำดับต่อมาจึงใส่ส่วนผสมที่ 3 คือใส่ลูกเกดดำสับหยาบ ช็อกโกแลตชิพ อัลมอนด์และวอลนัทสับหยาบและอบกรอบ ลงไปในอ่างผสมแป้ง ใช้ไม้พายพลาสติกคนเบา ๆ ให้เข้ากัน พักไว้

ขั้นตอนต่อไปทาถาดอบคุกกี้ด้วยเนยขาวเล็กน้อย ใช้ช้อนตักไอศกรีมตักเนื้อคุกกี้ที่เตรียมไว้หยอดลงในถาด ให้ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว แล้วแต่งหน้าด้วยช็อกโกแลตชิพและอัลมอนด์ นำไปอบด้วยความร้อน 250 องศาเซลเซียส ประมาณ 7-10 นาที นำออกมาพักให้เย็น แล้วนำไปอบอีกครั้งโดยใช้ไฟบนล่าง ประมาณ 5-7 นาที เมื่ออบเสร็จเอาออกมาพักไว้ ห้ามโดนลม ก่อนจะแพ็กใส่กล่องให้สวยงาม พร้อมจัดส่งไปจำหน่าย โดยจะเป็นคุกกี้ที่สดใหม่ อยู่ได้นาน 15 วัน โดยรสชาติคงเดิม แต่ส้มแนะนำว่าถ้าแช่ตู้เย็นจะทำให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น

ธุรกิจเจ้านี้ไม่มีหน้าร้าน จะรับทำตามออร์เดอร์ลูกค้า พร้อมบริการส่งถึงที่ ราคาอยู่ที่กล่องละ 350 บาท (1/2 กก.) ลูกค้าสามารถกำหนดแพ็กเกจ ขนาดชิ้นคุกกี้ ได้ตามต้องการ โดยสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์


ใครสนใจคุกกี้-ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ “Bakery By Kissara” ต้องการติดต่อกับ ส้ม-คิสราภัธต์ ศรีโรจน์ ก็ติดต่อได้ที่ 138 ถนนเจริญกรุง 82 เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ 10120 โทร. 08-1915-3482, 08-0616-9238, 08-1909-0983 ทั้งนี้ การทำธุรกิจเบเกอรี่-คุกกี้ของเจ้านี้ ก็เป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจ.


เชาวลี ชุมขำ : รายงาน/จเร รัตนราตรี : ภาพ

. . . .


Create Date : 05 พฤษภาคม 2552
Last Update : 5 พฤษภาคม 2552 22:36:20 น. 3 comments
Counter : 5237 Pageviews.

 
. . .


‘สลัดสุขภาพ’ สูตรแปลกใหม่ยังขายดี
จาก นสพ.เดลินิวส์ วันที่ 3 พฤษภาคม 2552

ยุค คนไทยตื่นตัวรักสุขภาพ สินค้าเพื่อสุขภาพก็ขายดีตามกระแส และกับอาหารอย่าง “สลัด” ก็โดดเด่นขึ้นมา ซึ่งก็มีผู้ทำขายทั้งสลัด และ “น้ำสลัด” โดยวันนี้ “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลมานำเสนออีกสูตร...

สินิสุรินันท์ จงศิริกุล หรือ คุณหนึ่ง เป็นเจ้าของน้ำสลัดสูตรแม่ศรี ในนาม P.N. สลัดไฮโดร เจ้าตัวเล่าว่า ขายมาประมาณ 5 ปีแล้ว ซึ่งสูตรนั้นได้มาจากการที่ได้ไปช่วย แม่ศรี เกตุใหม่ เจ้าของสูตรน้ำสลัด จนได้น้ำสลัดสูตรครีมมาเป็นพื้นฐาน ก็ได้ทำและทดลองแจกให้คนรอบข้างได้ชิมจนคิดว่ารสชาติเป็นที่ถูกอกถูกใจ จึงทำออกขายเป็นกิจการเล็ก ๆ ที่เชียงราย โดยแพ็กส่งขายในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งสลัดไฮโดรนี้คิดว่าเป็นกิจการเล็ก ๆ ที่น่าจะไปได้สวยในเศรษฐกิจแบบนี้ ถ้ารู้จักปรับปรุงสูตร และพัฒนาคุณภาพ
สำหรับผักสลัดนั้น ใช้ผักสด ๆ จากโครงการหลวง ซึ่งมั่นใจได้ในความสะอาด และความสด ส่วนผักไฮโดรโพนิกส์ หรือผักไร้ดินนั้น จะใช้ในช่วงหน้าหนาว เพราะช่วงอากาศร้อนผักจะไม่งาม

สูตรน้ำสลัดนั้น คุณหนึ่งบอกว่ามีประมาณ 6-7 สูตร ได้แก่ ครีม, ฟักทองญี่ปุ่นงาดำ, ข้าวโพดงาดำ, กีวี, สตรอเบอรี่, ญี่ปุ่นงาดำ โดยสูตรครีม ฟักทองญี่ปุ่นงาดำ ข้าวโพดงาดำ ได้รับความนิยมมากที่สุด

ในแต่ละวันคุณหนึ่งจะขายผักสลัดต่าง ๆ ดังนี้ ข้าวโพดต้ม 4 กก., มะเขือเทศราชินี 2.5-3 กก., แครอทฝอย 1.5 กก. และกะหล่ำม่วงฝอยอีก 1 กก.

นอกจากนี้ ยังมีเผือกนึ่ง 2 กก., บรอกโคลีต้ม 1 กก., แห้วต้ม 1 กก., ฟักทองนึ่ง 3 กก., ถั่วแดงต้ม 500 กรัม, ข้าวบาร์ เล่ย์ 1 กก. และสลัดแก้ว10 กก.

อย่างไรก็ตาม ผักทุกอย่างทุกชนิดนี้จะขายในช่วงเวลาเย็น ฉะนั้นเวลาทำขายจะทำให้เสร็จในเวลาประมาณ 13.00 น. และแช่เย็นไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง ผักจะสด และกรอบน่าทาน

ในส่วนของสูตรน้ำสลัด สูตรครีม ใช้อัตราส่วนดังนี้คือ น้ำมันสลัด 40%, นม 25%, น้ำตาลทราย 10%, น้ำส้มสายชู 5%, เกลือ 2% และไข่แดงสุก 18%

วิธีทำน้ำสลัดสูตรครีม ตีน้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู และเกลือให้เข้ากัน จนน้ำตาลทรายละลาย จากนั้น ตามด้วยน้ำมันสลัด, นม และไข่แดงสุก ใส่ลงไปตีด้วย

เมื่อส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันแล้ว ค่อย ๆ นำส่วนผสมทยอยใส่ลงไปในเครื่องปั่นทีละน้อย ปั่นตีให้เข้ากันจนเนียน

ขั้นตอนการตีนั้น ที่จริงใช้วิธีตีด้วยมือจะดีกว่าตีด้วยเครื่องตี เพราะเนื้อสลัดที่ออกมาจะดูเนียน และสวยน่าทาน

ต่อไป น้ำสลัดสูตรฟักทองญี่ปุ่นงาดำ (และสูตรข้าวโพดญี่ปุ่นงาดำ) ใช้ฟักทองนึ่ง 10% (หรือข้าวโพดนึ่ง 10%), น้ำตาลทราย 15%, เกลือ 2%, น้ำมันมะกอก 10%, น้ำส้มสายชู 10% งาขาวงาดำคั่ว 3%

วิธีทำน้ำสลัดสูตรฟักทองญี่ปุ่นงาดำ และสูตรข้าวโพดญี่ปุ่นงาดำ ละลายน้ำตาลทราย เกลือ น้ำมันมะกอก และน้ำส้มสายชู ให้เข้าด้วยกัน โดยน้ำสลัดที่ได้จะเป็นน้ำใส ๆ จากนั้นค่อย ๆ ตีหรือปั่นฟักทองนึ่ง (หรือข้าวโพดนึ่ง) โดยนำน้ำสลัดลงไปปั่นรวมกันจนทุกอย่างเข้ากันดี เป็นอันเสร็จ

อีกสูตร น้ำสลัดสูตรน้ำผึ้งมะนาวงา ใช้น้ำผึ้ง 50%, น้ำมะนาวสด 30%, เกลือ 2%, น้ำมันมะกอก 10% และงาขาว งาดำบดหยาบ ๆ 8%
วิธีทำน้ำสลัดสูตรน้ำผึ้งมะนาวงา คนน้ำผึ้ง น้ำมะนาว และเกลือให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำมันมะกอกลงไปคนให้เข้ากัน และตามด้วยงาขาว งาดำบดหยาบ เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว

ในการทำขายถ้าใช้ผักในปริมาณที่ระบุไว้แต่ตอนต้น เฉลี่ยแล้วจะจัดสลัดได้ประมาณ 70 ชุด ขายชุดละ 30 บาท ขายหมดก็ได้ประมาณ 2,100 บาท โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 1,200 บาท หรือประมาณ 50-60%

ขณะที่เงินลงทุนเรื่องของอุปกรณ์นั้น ถ้าเป็นกิจการเล็ก ๆ ก็ไม่เกิน 10,000 บาท หรืออาจเพิ่มขึ้นอีกตามขนาดของกิจการ ซึ่งก็นับว่าลงทุนไม่สูงมาก น่าสนใจไม่น้อยสำหรับผู้ต้องการสร้างรายได้ที่มีทุนไม่มาก

ส่วนถ้าใครสนใจ “สลัดสุขภาพ” เจ้านี้ แถวรังสิตก็มีขายเกือบทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ ที่หน้าหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ช่วงเวลา 16.00-20.00 น. หรือสอบถามจุดขายที่ โทร. 08-4011-9335, 08-6303-8453.

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล

. . .


โดย: loykratong วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:19:12 น.  

 
. . .


อิตาเลียนจานด่วน' จุดขายแปลกใหม่ไม่จำเจ

นสพ. เดลินิวส์ วันที่ 5 เมษายน 2552

“อา หารอิตาเลี่ยน” ที่ใครคิดว่าราคาต้องแพง มาวันนี้คงต้องเปลี่ยนความคิดกันใหม่ เพราะมีคนประยุกต์พลิกแพลง โดยทำใส่ถ้วยบรรจุอาหารขนาดกระทะรัด แต่ทานแล้วอิ่ม ขายในราคาถ้วยละ 39 บาท เป็น “อาหารอิตาเลี่ยนจานด่วน” เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจทีเดียว...

ถนอมศรี งามณรงค์กิจ หรือ จู คือเจ้าของความคิด ทำ “อาหารอิตาเลี่ยนจานด่วน” ขาย โดยปัจจุบันเมนูหลัก ๆ มี 3 รายการคือ มักกะโรนีอบชีส ใส่แฮม เห็ด, ลาซานญ่า แฮม เห็ด ไก่, ผักโขมอบชีส ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า เดิมทำงานบริษัทมาก่อน จากนั้นลาออกมาทำธุรกิจเบเกอรี่ แต่ภายหลังมีปัญหาจึงเปลี่ยนมาเป็น “อาหารอิตาเลี่ยนจานด่วน” อย่างที่ขายอยู่ในปัจจุบัน

“ที่เลือกทำอาหารประเภทนี้ เพราะชอบอยู่แล้ว และหุ้นส่วนก็ชอบทาน มีเมนูแปลกมาเล่าให้ฟังอยู่เรื่อย ๆ และเราก็พยายามทำพัฒนาสูตรเรื่อย ๆ มาจนถึงทุกวันนี้” ถนอมศรเล่า

สำหรับสูตรเริ่มแรกของอาหารอิตาเลี่ยนจานด่วนเจ้านี้ เริ่มที่ “ผักโขมอบชีส” ซึ่งถนอมศรีบอกว่า ขายดิบขายดี เพราะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ สูตรคือ ผักโขม 1 กก. เด็ดใบแล้วเหลือประมาณ 300-400 กรัม, เบคอน 50 กรัม, เห็ดฟาง 50 กรัม และเชสดาร์ ชีส 300 กรัม
วิธีทำ เริ่มที่นำผักโขมที่เด็ดเป็นใบ ๆ แล้วมาต้มกับเกลือให้สุก (ต้มกับเกลือเพราะต้องการรักษาความสดของผัก) แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำไปผัดกับเนยนิดหน่อย ให้พอหอม ขั้นต่อไปใส่เบคอน และเห็ด ซึ่งหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ และใส่ชีสลงไปผัดให้เข้ากัน จากนั้นก็ตักใส่ถ้วยฟอยส์ขนาดกว้าง 3 x 2 x 2 นิ้ว แต่ละถ้วยตักใส่น้ำหนัก 160 กรัม อบให้สุกด้วยเตาอบแก๊ส ด้วยความร้อน 250 องศาฯ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที
จากสูตรที่ว่ามาจะได้ผักโขมอบชีสประมาณ 15 ถ้วย

ต่อไปเป็นสูตร “ลาซานญ่า แฮม เห็ด ไก่” ส่วนผสมก็มี แฮม 300 กรัม, ไก่ 300 กรัม, เห็ด 100 กรัม, มะเขือเทศ 100 กรัม, หอมใหญ่ 100 กรัม, แครอท 100 กรัม (ส่วนผสมทุกอย่างต้องหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ),เชสดาร์ ชีส 300 กรัม และแผ่นลาซานญ่า 1 กก.
วิธีทำ นำแผ่นลาซานญ่าไปต้มให้สุก พักไว้ จากนั้นผัดส่วนผสมต่าง ๆ ที่เป็นไส้ หอมหัวใหญ่, แครอท, มะเขือเทศ, เห็ด, แฮม และไก่ จนสุก จากนั้นปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ ซอสพริกพอประมาณ และชีส ผัดจนมีกลิ่นหอม

ตักไส้ไว้ด้านล่างของถ้วยฟอยส์พอประมาณ ปูด้วยแผ่นลาซานญ่า ตามด้วยตักไส้ลงไป แปะด้วยแผ่นลาซานญ่าอีกครั้ง ตักไส้อีกครั้งหนึ่ง แล้วโรยหน้าด้วยชีส อบให้สุกด้วยเตาอบแก๊ส ด้วยความร้อน 250 องศาฯ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

สูตรนี้จะได้ลาซานญ่าประมาณ 12 ถ้วย ซึ่งถนอมศรีบอกว่า ลาซานญ่านี้มีต้นทุนมากที่สุด เพราะไม่สามารถกะน้ำหนักของได้แน่นอน แต่ควรทำขายเป็นตัวเลือกสำหรับลูกค้าด้วย

อีกสูตรคือ “มักกะโรนีอบชีส ใส่แฮม เห็ด” ส่วนผสมประกอบด้วย แฮม 400 กรัม, เห็ด 400 กรัม, มักกะโรนีข้องอ 1 กก., ชีส 500 กรัม, นมสด 500 กรัม และเชสดาร์ ชีส 500 กรัม

วิธีทำ ลวกมักกะโรนีข้องอให้สุก เทน้ำออก ปรุงรสด้วยพริกไทยดำพอประมาณ ตามด้วยนมสด เชสดาร์ ชีส และชีส จนมีกลิ่นหอม ตักใส่ถ้วยฟอยส์ โปะด้วยแฮมหั่น 1 ชั้น และเห็ดอีก 1 ชิ้น โรยหน้าด้วยชีสอีกเล็กน้อย ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย นำเข้าอบให้สุกด้วยเตาอบแก๊ส ด้วยความร้อน 250 องศาฯ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

ปริมาณของมักกะโรนีอบชีสใส่แฮม เห็ด ต่อถ้วยจะมีน้ำหนักประมาณ 130 กรัม และจากสูตรที่ว่ามาข้างต้นจะตักได้ประมาณ 15 ถ้วย
อาหารอิตาเลี่ยนจานด่วนเจ้านี้ ราคาขายถ้วยละ 39 บาท โดยมีต้นทุนถ้วยละประมาณ 26-27 บาท

“อาหารอิตาเลี่ยนจานด่วน” ของถนอมศรี จะหมุนเวียนขายไปตามอาคารสำนักงานต่าง ๆ อาทิ ตลาดครูหวี, ย่าน ททบ.5, กระทรวงการคลัง, พญาไท2 ฯลฯ หากใครสนใจสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 08-1315-3215 และ 08-1256-2998 ซึ่งนี่ก็เป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน


สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล :รายงาน


คู่มือลงทุน...อิตาเลี่ยนจานด่วน
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 30,000 บาท
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 26-27 บาท/ถ้วย
รายได้ ราคาขาย 39 บาท/ถ้วย
แรงงาน 1-2 คน
ตลาด ย่านอาหาร, ย่านสำนักงาน
จุดน่าสนใจ เป็นอาหารจานด่วนที่ไม่จำเจ

. . .


โดย: loykratong วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:24:09 น.  

 
. . .

กิจกรรมวันที่ 20/06/2009
ชื่อกิจกรรม : เสวนาและสาธิตการสร้างสรรค์เมนูกาแฟเพื่ออาชีพฟรี!!
สถานที่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า บางนา ห้องบางนาฮอลล์ ชั้น บี 1
ระยะเวลา : เสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2552



นิตยสาร โอกาสธุรกิจ&แฟรนไชส์ ร่วมกับ บริษัท ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า และบริการสำหรับเปิดร้านกาแฟ และบริษัท เทรนนิ่งผู้ประกอบการด้านธุรกิจกาแฟ เปิดเสวนาและสาธิตการสร้างสรรค์เมนูกาแฟเพื่ออาชีพ !!ฟรี กับเรื่องที่น่ารู้ น่าลอง อาทิ เมนูกาแฟที่ต้องมีในร้านควรมีอะไรบ้าง และมีวิธีการชงให้อร่อยทำอย่างไร เมล็ดกาแฟแต่ละอย่างแตกต่างกันแบบไหน และมีหน้าตาเป็นอย่างไร และร่วมเรียนรู้ การสร้างสรรค์เมนูกาแฟ ศิลป์บนฟองนม เพื่ออาชีพการเปิดร้านกาแฟอย่างครบวงจร ที่รวบไปถึงเรื่องขั้นตอนการเปิดร้าน และการเลือกซื้อเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะสม

จัดใน “งานมหกรรมอาชีพ” ที่เปิดในรูปแบบสอนสาธิตและเวิร์คช็อป ในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2552 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า บางนา ห้องบางนาฮอลล์ ชั้น บี 1
สำหรับท่านที่มีความสนใจในโปรแกรมนี้ สามารถดูข้อมูล หรือติดต่อสอบถามสำรองที่นั่งได้ที่ //www.Franchisefocus.co.th
หรือฝ่ายอบรมอาชีพ โทร. 02-720 – 4821 – 4


ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณสุดารัตน์ รัตนสารี ฝ่ายประชาสัมพันธโทร. 02-720 – 4821 – 4 ต่อ 23 หรือ โทร. 086-341-2973

. . .


โดย: loykratong วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:35:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
loykratong
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






ไม่มีอะไรขึ้นตลอด
ไม่มีอะไรลงตลอด
...ไม่มี the end of the world ...

Web Site Hit Counters

ราคาทองคำ
 

ราคาทองคำต่างประเทศ



Friends' blogs
[Add loykratong's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.