All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2565
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
28 กรกฏาคม 2565
 
All Blogs
 
*** The Black Phone *** "ความรุนแรง" กับ "สงครามตัวแทน"

*** The Black Phone ***






เรื่องราวฆาตกรโรคจิตที่ผสมผสานกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่มีฉากหลังเป็นอเมริกายุค 70s คือคำจำกัดความของ The Black Phone ของผู้กำกับ Scott Derrickson ที่ดัดแปลงจากเรื่องสั้นของ Joe Hill



หนังเล่าเรื่องของ Finney (Mason Thames) เด็กชายวัย 13 ที่ถูกฆาตกรโรคจิตที่ถูกเรียกว่า The Grabber (Ethan Hawke) จับขังไว้ในห้องใต้ดิน ที่ซึ่งมีโทรศัพท์สีดำเครื่องใหญ่

โดยระหว่างที่ถูกขัง วิญญาณของเด็กๆที่ถูก The Grabber ฆ่า ได้ติดต่อกับ Finney ผ่านโทรศัพท์สีดำเครื่องนี้เพื่อบอกวิธีการในการจัดการกับ The Grabber





*** จากนี้ไปเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ เหมาะสำหรับผู้ที่ดูแล้วเท่านั้น ***



มาวิเคราะห์ตัวสารของหนังกันดีกว่า

เราจะพบว่า Finney และน้องสาว Gwen (Madeleine McGraw) มักถูกพ่อขี้เมาทุบตี (Jeremy Davies) เมื่อพวกเขาซน ดื้อ และไม่ทำตามที่พ่อบอก

ซึ่งหนังก็มีเหตุผลให้ว่า พ่อสูญเสียแม่จากความสามารถพิเศษในการฝันถึงเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นจนแม่ฆ่าตัวตาย จนทำให้พ่อต้องดูแลลูกๆเพียงลำพัง และพ่อพยายามห้าม Gwen ที่ดูเหมือนจะมีพลังพิเศษเหมือนแม่ ใช้พลังพิเศษนี้ เพราะกลัวต้องสูญเสียลูกไป



นอกจากนี้หนังยังนำเสนอเน้นย้ำว่า Finney เป็นพวกเกลียดความรุนแรง แม้เขาจะถูกแกล้งจากกลุ่มนักเลงเขาก็ไม่โต้ตอบ, แม้น้องสาวจะถูกพ่อทำร้ายเขาก็ไม่ห้าม, แม้จะเห็นคนที่แกล้งคนอื่นก่อนโดนเอาคืนเขาก็ไม่เห็นด้วย




ต่างกับ Gwen น้องสาวของเขาที่พร้อมจะลุยทุกสถานการณ์ รวมไปถึง Robin (Miguel Cazarez Mora) เพื่อนของ Finney ที่คอยปกป้องเขาจากความรุนแรง



ดังนั้น Finney คือคนที่หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง






มาพิจารณาถึงตัว The Grabber กันบ้าง


เราจะพบว่า The Grabber เป็นฆาตกรที่ตั้งเงื่อนไขในการฆ่าเด็กที่เป็นเหยื่อ

โดยเงื่อนไขที่ว่านั่นก็คือ ถ้าเด็กคนใดละเมิดคำสั่ง หรือพยายามหนี หรือเป็น “เด็กซน” ในสายตาของมัน มันก็จะใช้ข้ออ้างนี้ในการลงโทษถึงตาย (น่าสนใจว่าบางที The Grabber อาจถูกพ่อทารุณกรรมมาก่อนในช่วงเป็นเด็ก)



จากเงื่อนไขนี้เราจะพบภาพที่ซ้อนทับของคนที่หาข้ออ้างในการใช้ความรุนแรง ไม่ต่างจากพ่อของ Finney



ดังนั้น The Grabber คือคนที่ชอบใช้ความรุนแรง






แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ The Grabber Finney จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเพื่อเอาชีวิตรอด



หนังทำให้ผู้ชมเห็นว่า แม้ Finney พยายามหลีกเลี่ยงความรุนแรงด้วยการหนี แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผลสำเร็จ (ทั้งที่จริงเขามีโอกาสฆ่า The Grabber ที่หลับอยู่แต่ก็ไม่ทำ เขากลับเลือกที่จะหนีไป)



สุดท้าย Finney ต้องใช้ความรุนแรงเพื่อเอาชนะความรุนแรงจึงจะรอดชีวิตออกมาได้

ดังนั้น The Black Phone จึงว่าด้วยเรื่องราวการก้าวพ้นวัยของตัวละครที่เลือกจะไม่ใช้ความรุนแรงเปลี่ยนมาเป็น



“การใช้ความรุนแรงเพื่อเอาชนะความรุนแรง”






อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ

การที่หนังเลือกเล่าเรื่องในช่วงสงครามเวียดนามเพิ่งจบ แถมเพื่อนของ Finney ที่ชื่อ Robin (ซึ่งเป็นเด็กที่ชกต่อยเก่ง และใช้ความรุนรงแก้ปัญหา) ต้องสูญเสียพ่อไปในสงครามเวียดนาม

ดังนั้นเชื่อได้ว่าหนังจงใจเล่นกับประเด็นสงครามเวียดนาม โดยประเด็นที่ว่าก็คือ “สงครามตัวแทน” ในช่วงสงครามเย็น

ซึ่งสงครามเวียดนาม คือสงครามตัวแทนระหว่าง “ฝ่ายคอมมินิสต์นำโดยสหภาพโซเวียต” กับ “ฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์นำโดยสหรัฐอเมริกา”



โดย Finney เปรียบเสมือนตัวแทนของบรรดาเด็กที่ถูก The Grabber ฆ่า

ภาพที่ผี Robin สอนให้ Finney ซ้อมต่อสู้กับ The Grabber คือภาพสะท้อนของ “สงครามตัวแทน” อย่างชัดเจน






The Black Phone อาจทำได้ไม่ถึงในแง่ความเป็นหนังกดดันระทึกขวัญ แต่หนังเล่าเรื่องได้สนุกเพลิดเพลิน และชวนซาบซึ้งไปกับความสัมพันธ์ของตัวละครจนได้รสชาติใหม่มาชดเชย

ซึ่งต้องชมไปที่บทหนังที่ให้น้ำหนักไปที่ตัวละครเป็นสำคัญ และไม่ให้ตัวละครทำอะไรโง่ๆในแบบที่หนังแนวเดียวกันชอบทำ



เอาเป็นว่านี่เป็นหนังที่โดดเด่นและน่าจดจำในฐานะหนังที่เล่ารื่องได้สนุกและมีประเด็นน่าสนใจ มากกว่าจะเป็นหนังขายความสยองขวัญหรือความระทึกขวัญ









8 / 10






Create Date : 28 กรกฎาคม 2565
Last Update : 28 กรกฎาคม 2565 16:39:10 น. 2 comments
Counter : 498 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณอุ้มสี


 
วิจารณ์ได้ละเอียดมากค่ะ


โดย: เจ้าหญิงไอดิน วันที่: 11 สิงหาคม 2565 เวลา:9:47:53 น.  

 
ชอบอ่านการเขียนวิจารณ์หนัง
สุดยอด


โดย: อุ้มสี วันที่: 11 สิงหาคม 2565 เวลา:12:22:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

navagan
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 73 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.