All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
10 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
*** Gravity *** ลงจอด คือ ออกตัว

*** Gravity ***






ผลงานล่าสุดของ Alfonso Cuaron ผู้กำกับยอดฝีมือชาว Mexico ที่ร่วมเขียนบทกับลูกชาย Jonas Cuaron

หนังเล่าเรื่องราวของ Ryan Stone (Sandra Bullock) ผู้เชี่ยวชาญที่ถูกฝึกฝนมาเพื่อปฏิบัติภารกิจพิเศษบนอวกาศ และ Matt Kowalski (George Clooney) นักบินอวกาศมากประสบการณ์ ที่ลอยเคว้งอยู่นอกชั้นบรรยากาศของโลก หลังจากที่กระสวยอวกาศของพวกเขาถูกทำลายโดยเศษดาวเทียม ทั้งคู่ต้องหาทางเอาชีวิตรอดเพื่อกลับไปสู่พื้นโลกให้ได้



นี่คือพล็อตเรื่องอันเรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่ก็ยังซ่อนความหมายให้ตีความ
เรามาพิจารณากัน (เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ)







Gravity ว่าด้วย แรงโน้มถ่วง กับ สภาวะไร้แรงโน้มถ่วง ที่ "ย้อนแย้ง" แต่ "เสริมส่ง" ซึ่งกันและกัน



Ryan คือนักวิทยาศาสตร์ ที่สูญเสียลูกสาวไป ตั้งแต่นั้นมาชีวิตของเธอก็ว่างเปล่าไร้จุดมุ่งหมาย เช้าทำงานเย็นกลับบ้านหมุนวนซ้ำไปมาทุกวัน

[ความย้อนแย้ง: Ryan เป็นผู้หญิง แต่ใช้ชื่อแบบผู้ชาย]



อันที่จริงแล้ว Ryan เคว้งคว้างไร้แรงโน้มถ่วง ตั้งแต่อยู่บนพื้นโลกแล้ว

สาเหตุที่ทำให้เธอไร้จุดหมายก็คือการยึดติดต่อการสูญเสียลูกสาวของเธอ



การเป็นคนยึดติดไม่ยอมปล่อยวาง คืออุปนิสัยของ Ryan ที่หนังค่อยๆเผยให้เห็นอย่างมีชั้นเชิง (เธอไม่หยุดทำงาน แม้กำลังจะเกิดอันตราย, เธอไม่ยอมปล่อยมือจาก Matt แม้สุดท้ายทุกอย่างที่พยายามมาจะจบลง)

[ความย้อนแย้ง: เพราะการยึดติดกับอดีต กลับทำให้เธอไม่มีที่ยึดเหนี่ยวในจิตใจ]

[ความย้อนแย้ง: เธออยู่บนโลกที่มีแรงโน้มถ่วง แต่จิตใจกลับเคว้งคว้างไร้แรงโน้มถ่วง]







แต่เมื่อเธอขึ้นมาถึงสุดขอบอวกาศอันไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง ที่นี่กลับเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอกลับมามีแรงโน้มถ่วงอีกครั้ง ด้วยการเหนี่ยวนำของ Matt ที่คอย “ลากจูง” และสร้างทิศทางให้ธอ

[ความย้อนแย้ง: เธออยู่บนอวกาศที่ไร้แรงโน้มถ่วง แต่ทำให้จิตใจเธอกลับมามีแรงโน้มถ่วง]



ฉากที่เป็นหัวใจสำคัญของหนังและเป็นประเด็นหลักด้วยก็คือ

ฉากในยานฉุกเฉินของสถานีอวกาศ Soyuz ในขณะที่ Ryan สิ้นหวังสุดขีด จนถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตาย เธอก็ฉุกคิดได้ (ด้วยมโนภาพของ Matt) ว่า



“การลงจอด” คือ “การออกตัว”



[ความย้อนแย้ง: การลงจอด คือ การออกตัว]


ฉากนี้อธิบาย theme ของหนังได้อย่างดี เพราะมันคือบทอธิบายจุดเปลี่ยนในชีวิตของ Ryan ไปด้วย

[ความย้อนแย้ง: การพยายามฆ่าตัวตาย กลับทำให้เธอฮึดสู้เอาชีวิตรอด]







ถ้าเราพิจารณาถึงสาเหตุของเรื่องทั้งหมดซึ่งมีที่มาจาก เศษดาวเทียมของ Russia ทำให้ Ryan เหมือนตายไปแล้ว แต่เธอก็ได้เกิดใหม่ในสถานีอวกาศ Soyuz ของ Russia เช่นกัน

[ความย้อนแย้ง: Russia (เศษดาวเทียม) ทำให้เธอตกอยู่ในอันตราย แต่ Russia (สถานีอวกาศ) ทำให้เธอรอดชีวิต]



ในช่วงนี้เราจะได้เห็น การอุปมาอุปไมยถึงการกำเนิดชีวิตใหม่


- Ryan พุ่งเข้าสถานีอวกาศ Soyuz (อสุจิพุ่งเข้าหาไข่)

- Ryan ลอยเคว้งใน Soyuz (ทารกเติบโตในครรภ์)

- ยานฉุกเฉินหลุดออกจาก Soyuz (การคลอด)

- การตัดสายร่มชูชีพ (การตัดสายสะดือ)




หนังยังแสดงให้เห็นว่า แม้วิทยาศาสตร์จะพาเราออกไปไกลถึงนอกโลก แต่ในจิตใจก็ยังโหยหาที่ยึดเหนี่ยว เพราะในยานฉุกเฉิน ต่างก็มีทั้งภาพพระเยซูหรือพระพุทธรูปที่เป็นที่พึ่งทางใจ







Gravity คือความทะเยอทะยานในด้านเทคนิคการสร้าง แต่ก็ไม่ได้ทิ้งหัวใจสำคัญของหนัง นั่นคือบทและการแสดง



การแสดงของ Bullock คือแรงโน้มถ่วงที่ดึงดูดผู้ชมให้ติดตามหนังไปตลอดรอดฝั่ง แม้ว่าฉากพร่ำเพ้อช่วงท้ายๆ ที่เหมือนจะพยายามอธิบายสภาพจิตใจของตัวละครดูจะล้นๆไปบ้าง

Clooney มอบการแสดงได้ตามจุดประสงค์ของหนัง นั่นก็คือ แม้จะหายไปจากจอ แต่ Ryan (และผู้ชม) ก็สัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของ Matt (และแน่นอนว่าหลายคนต้องแอบใจชื้นเมื่อเห็นตัวละครนี้โผล่กลับมา)



ดนตรีประกอบของ Steven Price คืออีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่สร้างความระทึกให้เรื่องราว







แรงโน้มถ่วงกับการลอยเคว้งในอวกาศ นั้นไม่แตกต่างกันถ้าเราไม่ออกแรงต้านมัน

สิ่งที่ทำให้ Ryan ยืนหยัดได้ในท้ายที่สุด ไม่ใช่กำลังจากขาของเธอเท่านั้น แต่มันมาจากแรงโน้มถ่วงด้วย



การยืนคือการฝืนแรงโน้มถ่วง การที่จะยืนอย่างมั่นคงได้ ต้องมีแรงที่มั่นคงมากระทำให้เราต้องออกแรงต้าน นั่นหมายความว่า



“แรงโน้มถ่วงคือหลักที่ใช้เป็นจุดหมายในการฝืนยืน อันเป็นการเริ่มต้นในการก้าวเดินต่อไป”





9 / 10 ครับ





Create Date : 10 ตุลาคม 2556
Last Update : 10 ตุลาคม 2556 22:01:47 น. 11 comments
Counter : 5744 Pageviews.

 
เป็นหนังทริลเลอร์ไซ-ไฟอวกาศชั้นดีเรื่องหนึ่งเลยครับ ถ่ายภาพสวยมาก ยกให้เป็นหนึ่งในหนังที่ชอบแห่งปีเลยครับ


โดย: ปีศาจความฝัน วันที่: 11 ตุลาคม 2556 เวลา:13:11:15 น.  

 
รู้อยู่ว่าหนังแฝงแง่คิดไว้มากมาย แต่ตอนเดินออกจากโรงแล้วเหมือนไม่มีอะไรติดออกมาเลย รู้สึกว่าหนังสั้นมาก

แต่พอมาอ่านบล็อคนี้วิเคราะห์ได้สุดยอดมากๆ โดยเฉพาะที่กล่าวถึงการกำเนินชีวิตใหม่ และประโยคสุดท้ายที่บอกถึงการก้าวเดิน ลึกซึ้งสุดสุด


โดย: kunaom วันที่: 11 ตุลาคม 2556 เวลา:17:10:41 น.  

 
กระทู้ที่ตั้งใน Pantip

//pantip.com/topic/31096896


โดย: navagan วันที่: 11 ตุลาคม 2556 เวลา:22:46:07 น.  

 
ตอบคุณ ปีศาจความฝัน

งานด้านภาพ กับ long take ต้นเรื่อง ยอดเยี่ยมจริงๆครับ


ตอบคุณ kunaom

ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมกันครับ ยินดีที่ได้รู้จััก


โดย: navagan วันที่: 13 ตุลาคม 2556 เวลา:12:25:05 น.  

 
เห็นสัญลักษณ์คร่าวๆ ของหนังเหมือนกัน
ภาพข้างบน ที่นางเอกนอนงอๆ เหมือนทารกในครรภ์ แถมมีสายข้างหลังยังกะสายสะดือ

ตอนดำออกจากใต้ทะเลสาบ เหมือนทารกหลุดจากน้ำคร่ำ

ตอนหัดเดิน เหมือนเริ่มเดินของทารก


โดย: แจ๋วจริง IP: 203.146.190.66 วันที่: 14 ตุลาคม 2556 เวลา:13:51:14 น.  

 
แวะมาทักทายยามบ่ายวันอังคารครับผม


โดย: ปีศาจความฝัน วันที่: 15 ตุลาคม 2556 เวลา:13:51:49 น.  

 
ฉากจบทำผมคิดถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตนะ
แบบก่อนจะมาเป็นมนุษย์ที่ยืนหลังตรงมีกระดูกสันหลัง
สิ่งมีชิวิตต้องเริ่มจากน้ำ ก่อนจะมาอาศัยบนบก
เหมือนหนังพยายามตั้งคำถามว่า
เรา (มนุษย์) มาจากไหน

แล้วอีกเรื่องที่คิด (เอาเอง) ก็คือเรื่องพวกความเชื่อต่าง ๆ ของมนุษย์
คือจากหนังพอเห็นของบูชาต่าง ๆ ที่มันอยู่ในบริบทที่เป็นนอกโลก
เหมือนเป็นอีกอย่างในการย้อนแย้งว่า
ไอ้ความเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์ ที่เราใช้กันบนโลก
มันยังคงมีผลอยู่หรือเปล่า ถ้าเราหลุดพ้นออกมาจากโลกแล้ว

โดยรวมชอบการวิเคราะห์ของคุณมากครับ : )


โดย: mojungpai IP: 124.121.14.38 วันที่: 16 ตุลาคม 2556 เวลา:23:50:52 น.  

 
^
^
^

ใช่ครับมันเป็นฉากที่ดูแย้งกันดีที่ในสถานที่ที่วิทยาศาสตร์คือแนวคิดหลัก และได้ก่อร่างสร้างขึ้นมา (สถานีอวกาศ ดาวเทียม) แต่ตัวแทนของความเชื่อก็ยังคงมีพื้นที่แทรกตัวอยู่ได้

แต่จริงๆแล้วทุกที่มีความเชื่อเสมอครับ เพราะมันติดมากับตัวมนุษย์


โดย: navagan วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:22:03:42 น.  

 
อ่าน Blog นี้แล้วได้มุมมองจากหนังเรื่องนี้เพิ่มขึ้นจริง ๆ ครับ
ขอบคุณครับ


โดย: คนขับช้า IP: 183.88.251.154 วันที่: 8 ธันวาคม 2556 เวลา:6:21:57 น.  

 
ได้อ่านรีวิวหลังจากออกมาจากโรงหนัง
ตอนดูได้ความมันส์ แต่ตอนอ่านได้ทั้งมัน ทั้งเนื้อ
จนวันนี้ที่ต้องทำรายงานส่งอาจารย์ก็ยังย้อนกลับมาทำเรื่องนี้
เลยอยากจะขออนุญาต นำแนวคิดในนี้ไปใช้ด้วย
แต่ว่ารับประกันได้ว่าจะไม่ใช่ก้อปปี้ เพส แน่นอนค่ะ

ขอบคุณมากๆค่ะ


โดย: นับถือ IP: 217.33.174.162 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:41:13 น.  

 
^
^
^

อนุญาตอยู่แล้วครับ ว่าแต่ถ้าให้เครดิตด้วยก็จะดี

ปล. รายงานเสร็จแล้วก็ขออ่านบ้างนะครับ


โดย: navagan วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:17:19:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.