All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
26 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
Mini Reviews 14 : Quantum of Solace, Taken

*** Quantum of Solace ***






หลังจาก เปิดตัว Daniel Craig ได้อย่างน่าประทับใจในบท James Bond

พร้อมกับการยกเครื่องที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของ สายลับรหัส 007 ไปอย่างสิ้นเชิงใน Casino Royale


มาคราวนี้ Bond กลับมาพบกันผู้ชมอีกครั้ง ในตอนที่มีชื่อว่า Quantum of Solace ซึ่งเล่าเรื่องราวต่อเนื่องจาก Casino Royale ทันที


ผู้กำกับที่มารับหน้าที่ในครั้งนี้ คือ Marc Forster ผู้กำกับที่ถนัดงานในแนวดราม่า (ซึ่งสร้างความประทับใจส่วนตัวให้ผมมาแล้ว จาก Finding Neverland) ที่คราวนี้คือ การกำกับหนังแอ๊คชั่นครั้งแรกของเขา





เปิดเรื่องมาหนังก็อัดฉากแอ๊คชั่นทันที จากนั้นเรื่องราวก็เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งจบเรื่อง โดยที่หนังพาผู้ชมตระเวนไปทั่วโลก ตามสไตล์


ส่วนที่น่าจะได้รับคำชมมากที่สุดของหนัง ก็คือ ฉากแอ๊คชั่น แม้โดยรวมแล้วมันก็ไม่ได้ดีมากนัก แต่ในช่วงแรกๆของหนัง มันก็สร้างความตื่นเต้นได้ไม่น้อย ก่อนที่จะลดระดับลงไปเรื่อยๆจนถึงกับอ่อนแรงในตอนท้าย



Quantum of Solace ขาดความลึก และความน่าเชื่อถือ แม้ว่าทั้งสองสิ่งข้างต้น จะไม่ใช่สิ่งที่สำคัญสำหรับ series นี้ แต่มันก็ควรจะมีบ้าง และควรทำได้ดีกว่านี้ เพราะมันส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์ร่วมของผู้ชม นั่นทำให้ฉากแอ๊คชั่นในตอนท้าย ไร้ซึ่งอารมณ์กดดัน และความลุ้นระทึก






น่าเสียดายที่หนังได้ ผู้กำกับ อย่าง Marc Forster ที่ถนัดในการเร้าอารมณ์ผู้ชม อย่างค่อยเป็นค่อยไป (โดยเฉพาะใน Finding Neverland ที่ค่อยๆสร้างอารมณ์ร่วมกับผู้ชม ถึงกับต่อมน้ำตาแตกในตอนท้าย จำตอนดูในโรง ผมได้ยินเสียงร้องไห้ระงม ซึ่งก็รวมผมคนหนึ่งด้วย) แต่กลับไม่ได้ใช้สิ่งเหล่านี้ใน Quantum of Solace แม้แต่น้อย



การแสดงของ Daniel Craig ในบท James Bond คราวนี้ กลับดูไร้เสน่ห์ แบบที่เขาเคยทำได้ดีใน Casino Royale แต่สาเหตุมันก็น่าจะมาจากบทด้วย เพราะครั้งนี้ Bond กำลังเสียใจ และ รู้สึกแค้น จะให้มาขายเสน่ห์แบบเดิมๆก็แปลกไปหน่อย


อย่างไรก็ตาม Craig ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของคาแรคเตอร์ James Bond ในแบบที่เขาสร้างขึ้นมาจาก คราวก่อนได้เป็นอย่างดี



ขณะที่บท Camille สาว Bond ตัวหลักของ Olga Kurylenko ที่มีปูมหลังเป็นการสูญเสียที่ร้ายแรงไม่แพ้ Bond เป็นแรงผลักดัน แต่ Kurylenko ไม่สามารถทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความเจ็บปวดของตัวละครของเธอได้เท่าไหร่นัก


สำหรับสาว Bond อีกคนหนึ่ง เธอไม่ได้มีบทบาทอะไรนัก พอดูจบก็แทบจะลืมชื่อของเธอทันที



ส่วนบท Dominic Greene ผู้ร้ายประจำเรื่องของ Mathieu Amalric นั้น เป็นบทที่แทบจะไม่ได้ใช้ศักยภาพความเป็นนักแสดงของเขาเลย





Quantum of Solace ทำได้ดีในความเป็นหนังแอ๊คชั่น โดยเฉพาะฉากแอ๊คชั่นทั้งหลายในครึ่งเรื่องแรก แต่โดยรวมแล้ว หนังก็แค่ดูได้สนุก ในระดับ “พอใช้ได้” เท่านั้น ที่สำคัญ คือ มันขาดเสน่ห์ และ ไม่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมได้เลย






ขณะที่ “ปัญหา” ที่ผู้ร้ายประจำเรื่องอย่าง Greene ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ คือ “ความแห้งแล้ง”


Quantum of Solace ก็ประสบปัญหาเดียวกันโดยไม่ได้ตั้งใจ





6 / 10 ครับ




ปล. ในฐานะที่ไม่ใช่แฟน series นี้ (แต่ชอบ Bond ในสไตล์ Daniel Craig มากกว่า แบบเก่า)








*** Taken ***






Taken หนังแอ๊คชั่น ที่ฮิตแบบเหนือคาดในอเมริกาเมื่อตอนต้นปี แต่มันกลับเข้าฉายอย่างเงียบๆในบ้านเราไปแล้วตั้งแต่ กันยายน ปีที่แล้ว (2008)

นั่นก็เพราะ มันเป็นหนังสัญชาติฝรั่งเศส ของผู้อำนวยการสร้าง Luc Besson



ถึงแม้จะเป็นหนังฝรั่งเศส แต่มันกลับเล่าเรื่องราวที่มีตัวเอกเป็นชาวอเมริกัน ที่สำคัญมันนำเสนอด้านมืดของเมืองท่องเที่ยวบ้านเกิดอย่าง Paris



Taken เล่าเรื่องราวง่ายๆ เมื่อ Bryan Mills (Liam Neeson) คุณพ่ออดีตสายลับ ต้องหาทางช่วยเหลือ Kim (Maggie Grace) ลูกสาวของเขาที่ถูกจับตัวไปในฝรั่งเศส


หนังเปิดเรื่องด้วยการ ปูพื้นในส่วนของ ความสัมพันธ์ระหว่าง พ่อ – ลูก ของ Mills กับ Kim และเป็นการให้รายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตของ Mills


แม้ว่าเรื่องราวในส่วนนี้ จะช่วยสร้าง อารมณ์ร่วม และ ความผูกพัน ระหว่างผู้ชม กับ Mills ได้ดี แต่หนังก็ใช้เวลาในส่วนนี้นานเกินจำเป็น


แต่หลังจากที่ Kim ถูกลักพาตัว หนังก็เดินหน้าด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับฉากแอ๊คชั่นที่ใส่เข้ามาแบบไม่หยุดพัก



ซึ่งฉากแอ๊คชั่นทั้งหลายในเรื่อง ก็ไม่ได้แตกต่างจากรูปแบบเดิมๆ ที่เคยเห็นกันมาแล้วในหนังแนวเดียวกัน ทั้งฉากขับรถไล่ล่า ฉากต่อสู้มือเปล่า


แต่มันก็ได้ผลดีในแง่ของการสร้างความสนุกให้กับผู้ชม ซึ่งเป็นผลจากการที่ หนังทำได้ถูกจังหวะ และผลจาก อารมณ์ร่วม ที่หนังทำได้สำเร็จ



แต่ก็อีก การที่หนังให้ Mills เก่งเกินไป ผู้ชมก็เลยไม่ได้ลุ้นอะไรมากนัก (เพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงเขาก็รอด ไม่ว่าสถานการณ์จะแย่แค่ไหน) นอกจากได้อารมณ์ "สะใจ" กับปฏิบัติการตามล่า และแก้แค้นของเขา






เห็นได้ชัดว่า การดำเนินเรื่อง และลักษณะความเป็นสายลับของตัวละคร Mills ต้องได้แรงบันดาลใจจาก series Jason Bourne มาพอสมควร


จะว่าไปแล้ว Mills ก็เหมือนกับ Bourne ที่เกษียนแล้วนั่นเอง
(แม้ 007 เวอร์ชั่น Daniel Craig จะมีความคล้ายกับ series Jason Bourne อยู่บ้าง แต่เรื่องราว และ บุคลิกของตัวละครก็มีความแตกต่าง และมีเอกลักษณ์ของตัวเองอยู่สูง)





สำหรับบทหนัง มันไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเลย แถมเต็มไปด้วยความไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งการดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็วก็ไม่สามารถปกปิดช่องโหว่ของบทหนังได้


แต่คิดว่า ทางผู้สร้างคงไม่ได้สนใจในเรื่องของ “ความสมจริง” อยู่แล้ว


จุดประสงค์ที่แท้จริง น่าจะเป็นแค่ สร้างหนังแอ๊คชั่นสนุกๆ ซักเรื่อง หนังก็เลยเว่อร์กันเต็มที่ ประเภทลุยเดี่ยว แต่กวาดเรียบทั้งแก๊ง





Liam Neeson ทำได้ดีกับการรับผิดชอบหนังทั้งเรื่อง ในบท Mills ซึ่งเป็นตัวละครที่ขับเคลื่อนเรื่องราวในหนัง ขณะที่ส่วนของแอ๊คชั่น Neeson ก็ยังทำได้ดีอีกเหมือนกัน ถึงแม้จะต้องอาศัยการตัดต่อมาเป็นตัวช่วยอยู่บ้างก็เถอะ



ส่วนบทบาทของตัวละครอื่นๆนั้น ไม่ได้มีอะไรให้เหล่านักแสดงสมทบได้แสดงความสามารถกันมากนัก แต่ละคนมีเวลาปรากฏตัวเพียงสั้นๆ เท่านั้น


ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับ Neeson ที่ปรากฏตัวอยู่บนจอแทบจะทุกฉากของเรื่อง



แน่นอน หนังเรื่องนี้ คงส่งให้ผู้กำกับ Pierre Morel เด็กปั้นอีกคนของ Luc Besson กลายเป็นผู้กำกับที่น่าจับตามอง เช่นเดียวกับที่ Besson ปั้น Louis Leterrier จนได้ดีไปแล้ว






แม้บทหนังจะขาดความน่าเชื่อถือ และ ความสมจริง เนื้อเรื่องก็คาดเดาได้ไม่ยาก ฉากแอ๊คชั่นก็ไม่ได้มีความแปลกใหม่อะไร


แต่หนังก็ทำได้ดีในการ สร้างความน่าติดตาม และ สร้างความสะใจแก่ผู้ชม แถมด้วยการดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็วของมัน ทำให้ Taken เป็นหนังแอ๊คชั่นที่ดูได้สนุก เพลินๆ อีกเรื่องหนึ่ง





6 / 10 ครับ








เห็นว่าเป็นหนังที่ ตัวเอกเป็นสายลับเหมือนกัน เน้นแอ๊คชั่นเป็นหลักเหมือนกัน

แถมออก DVD ในเวลาใกล้ๆกันอีก ก็เลยขอรีวิวรวม 2 เรื่องเลยก็แล้วกัน



ใครที่ดูแล้วคิดอย่างไรกันบ้างครับ ชอบเรื่องไหนมากกว่ากัน


Create Date : 26 มีนาคม 2552
Last Update : 26 มีนาคม 2552 3:57:00 น. 8 comments
Counter : 1431 Pageviews.

 
ตั้งกระทู้โหวตไว้ใน เฉลิมไทย ลองไปดู และ ร่วมโหวต กันครับ

//www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7667971/A7667971.html


โดย: navagan วันที่: 26 มีนาคม 2552 เวลา:4:30:01 น.  

 

สวัสดีค่ะ

เอา Hoddeok ขนมเกาหลี มาฝากค่ะ





โดย: praewa cute วันที่: 26 มีนาคม 2552 เวลา:5:19:34 น.  

 
มีมินิรีวิวด้วย


โดย: Ghoeby วันที่: 26 มีนาคม 2552 เวลา:7:42:21 น.  

 
QoS แห้งแล้งจริงๆครับ ทั้งในเรื่องความตั้งใจและความมีเอกลักษณ์ ผมว่ามันเหมาะกับเป็นอพิล็อคให้กับภาค CR จริงๆ... แต่จะว่าไป สิ่งหนึ่งที่มันทำสำเร็จคือ การที่ทำให้ผมอยากดู CR ใหม่อีกรอบ ^^


โดย: BloodyMonday วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:19:54:10 น.  

 
ผมชอบ Olga Kurylenko มากๆนะ เธอดูลึกลับน่าค้นหาดี หนังมีปัญหาในแบบของมัน แต่ส่วนตัวผมก็ยังชอบอยู่ ส่วน Taken นี้เขียนลง SP ไปแล้วก๊าบ (แบบเพ้อเจ้อหน่อยๆ)




โดย: nanoguy IP: 125.24.131.69 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:0:21:29 น.  

 
ใช่ครับ ผมว่า อเล็ค โปรยาส มีทริคประจำตัวอันหนึ่ง ที่เขาหยิบมาใช้ในหนังเกือบทุกเรื่องของเขา (เว้นก็แต่หนังพักยกอย่าง Garage Days) นั้นก็คือการตั้งคำถามให้กับคนดูว่า "พื้นที่ที่พวกเราอาศัยนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในจิตใจหรือสถานที่จริง พวกเราคือเจ้าของของมันจริงๆหรือไม่” ดั่งเช่นใน Dark City ซึ่งเป็นโลกนัวร์เสมือน ที่สิ่งมีชีวิตจากโลกนอกสร้างขึ้นมา หรือว่างานตามใบสั่งอย่างที่คุณ navagan ว่า มันก็ยังให้หุ่นยนต์ ที่ถูกเทคโนโลยีขึั้นสูงสุดตั้งโปรแกรม ให้ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่สุดท้ายแล้วก็มีหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง (ซึ่งก็เปรียบได้กับพระเอกจาก Dark City) เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ฉันเป็นใคร แล้วฉันเกิดมาเพื่ออะไรกันแน่"

ซึ่งใน Knowing ก็ไม่ได้แตกต่างกับหนังที่ว่ามาหรอกครับ หากแต่มันพยายามลงลึกเข้าไปถึงบ่อเกิดของชีวิต และตัวตนของสิ่งที่เรียกว่า "พระเจ้า" กันเลยทีเดียว... ซึ่งแน่นอนว่ามันจะแบ่งแยกคน ที่มีหลักยึดเหนี่ยวของตัวเองอยู่แล้ว เป็นสองฝากฝั่งอย่างชัดเจน และก็แน่นอนเข้าไปอีกว่า ในที่นี้จะไม่มีใครถูกหรือผิดหรอกครับ เพราะผมว่านี้มันคือเรื่องละเอียดอ่อน ที่ถูกขนานนามว่า "ความเชื่อ"


โดย: BloodyMonday วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:2:39:00 น.  

 
ตอบ nanoguy

แวะไปอ่านมาแล้วครับ Taken สำนึกรักบ้านเกิด

โยงไปเรื่องการเมืองได้ เนียน และ ช่างสอดคล้อง จริงๆครับ

ตอนดูนี่ไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้นเลย



ตอบ BloodyMonday

เรื่องนี้ยังมีคำถามแนวเดิมๆ ของพี่แก อีกแล้วสิครับ

จะจัดว่า Proyas เป็น "ผู้กำกับ ออเตอร์" ได้ไหมเนี่ย


โดย: navagan วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:22:59:20 น.  

 
ชอบ Taken ที่ฉากหลังเป็นเรื่องการค้ามนุษย์ข้ามชาติ
การดำเนินเรื่องก็รวดเร็วทันใจดี ดุดี ชอบ

QoS ดูแบบผ่านๆ อ่ะค่ะ ยังไม่ได้ดูแบบตั้งใจ 55


โดย: renton_renton วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:9:43:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.