All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
*** Shutter Island *** Truths and Lies (Vol. 1)

*** Shutter Island ***






ความน่าสนใจของ Shutter Island อยู่ที่ นี่คือหนังเรื่องล่าสุดของผู้กำกับระดับตำนานอย่าง Martin Scorsese และ นักแสดงชายแถวหน้าในยุคปัจจุบันอย่าง Leonardo DiCaprio ที่ตอนนี้ทั้งคู่เป็นเหมือน “ผู้กำกับ-นักแสดงคู่บุญ” กันไปแล้ว


นอกจากนี้ การที่หนังดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกันของ Dennis Lehane เจ้าของผลงานอย่าง Mystic River และ Gone Baby Gone ก็ช่วยเพิ่มความน่าดูของหนังขึ้นอีกหลายเท่าตัว



Shutter Island เล่าเรื่องของ Edward “Teddy” Daniels (Leonardo DiCaprio) เจ้าหน้าที่ U.S. Marshal กับเพื่อนคู่หูคนใหม่ Chuck Aule (Mark Ruffalo) ที่ต้องเข้าไปสืบสวนคดีคนหาย บนเกาะ Shutter นอกชายฝั่ง Boston ซึ่งเกาะนี้เป็นที่ตั้งของสถานบำบัดจิตสำหรับ “อาชญากรร้ายแรง” ที่ดูแลโดย Dr. Cawley (Ben Kingsley) และแน่นอนว่า Rachel Solando คนไข้ที่หายตัวไปก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น



Shutter Island คือหนังที่เต็มไปด้วยลูกล่อลูกชนมากมาย และท้าทายผู้ชมให้ได้ขบคิดตีความทั้งในส่วนของเรื่องราวที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน และ ประเด็นต่างๆที่หนังแฝงเอาไว้




ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนุกไม่น้อยที่จะเขียนถึงหนังเรื่องนี้






Shutter Island เล่นสนุกกับประเด็น “ความจริง และ ความลวง” ได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งสอดคล้องกับอาการ “หลอนไปเอง” ของตัวละคร Teddy อย่างลงตัว

อีกทั้งยังตีแผ่สัญชาตญาณ “ความรุนแรง” ของมนุษย์ ได้อย่างน่าสนใจ





ขอสรุป เพื่อความเข้าใจก่อนนะครับ


ในตอนสุดท้าย หนังให้ข้อมูลกับผู้ชมว่า Teddy หรือชื่อจริงก็คือ Andrew Laeddis เกิดอาการทางประสาท หลังจากลั่นไกสังหาร Dolores Chanal (Michelle Williams) ภรรยาของเขา ที่มีอาการทางประสาท และก่อเหตุฆาตกรรม ลูกๆทั้งสาม โดยการจับกดน้ำ

Teddy ถูกจับ และส่งตัวมาบำบัดทางจิตที่ Shutter Island เพราะเขามีอาการ “หนีความจริง” ด้วยการสร้างเรื่องราว และเปลี่ยนตัวเองจนกลายเป็นอีกบุคลิกหนึ่ง


และเรื่องราวทั้งหมดในหนังที่เกิดขึ้น ก็คือ กลไกในการบำบัดผู้ป่วยแผนใหม่ของ Dr. Cawley ที่ต้องการรักษาโดยไม่ใช้การผ่าตัดเข้าช่วย

ด้วยการให้ Teddy ค่อยๆทำลายตัวตนที่สร้างขึ้นมา และกลับไปยอมรับความจริงให้ได้




เอาหล่ะ ทีนี้เรามาดูประเด็นน่าสนใจในหนังกัน






1. Anagram: ความจริง ใน ความลวง



ลูกเล่นที่หนังนำมาใช้อย่างสนุกสนานก็คือ การใช้ anagram (การสลับตัวอักษร เพื่อสร้างคำใหม่)

ผู้ชมจะพบว่า Teddy สร้างตัวละครในจินตนาการขึ้นมาจากตัวจริงของเขา และภรรยา ตามหลัก anagram ตามที่หนังเฉลยเอาไว้ ดังนี้





Andrew Laeddis => Edward Daniels


Dolores Chanal => Rachel Solando





เรื่องราวในจินตนาการของ Teddy นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลบหนีจากความเจ็บปวด และแน่นอนว่า มันสะท้อนความปรารถนาในใจลึกๆของเขาด้วย



แถมเรื่อง “ลวง” ในจินตนาการนั้น ก็ใช้ข้อมูล “จริง” เป็นวัตถุดิบ



เช่น Solando ตัวละครในจินตนาการ ฆ่าลูกทั้งสามของเธอ ด้วยการกดน้ำคล้ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งสามีของเธอ ยังเป็นทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

หรือการที่จำนวนคนตายในอุบัติเหตุไฟไหม้ที่คร่าชีวิตภรรยาของ Teddy เท่ากับ 4 คน คล้ายเหตุการณ์ฆาตกรรมยกครัวที่เกิดขึ้นจริง เช่นกัน







สำหรับ Teddy การที่เขาพยายาม ตามหา Rachel Solando ในโลกจินตนาการนั้น แท้จริงแล้วอาจเกิดจากความอาลัยอาวรณ์ต่อ ภรรยา และ ครอบครัว ที่สูญเสียไป


และเป็นเพราะว่า Teddy เกลียดตัวเองอย่างหนัก เขาเลยกลายสภาพ จาก Laeddis มาเป็น Daniels เพื่อที่จะ “เกลียดตัวเอง” ได้อย่างสนิทใจ

อย่างไรก็ตาม Teddy ก็พร่ำบอกเสมอว่า เขาไม่ต้องการทำร้าย Laeddis นั่นก็เพราะมันคือตัวเขาเอง



นอกจาก ชื่อตัวละครแล้ว ชื่อหนัง ก็สามารถสลับตำแหน่งจนกลายเป็นคำ ที่เปรียบเสมือน Theme หลักสำคัญของหนังได้อีกด้วย นั่นก็คือ



“ความจริง และ ความลวง”



ดังนี้





Shutter Island => Truths and Lies





แถมยังแปลได้อีกหนึ่งความหมาย ก็คือ



Truthless and I (ตัวฉัน และ เรื่องไม่จริง)






2. Enter the Matrix



ประเด็นเรื่องการหลุดเข้าไปในโลกสมมติของ Teddy นั้นทำให้ผมนึกไปถึงหนังเรื่อง The Matrix ด้วยความคล้ายคลึงกันในหลายแง่มุม



Teddy อยู่ในโลกที่ตัวเองสร้างขึ้น และถูกทำให้จริงยิ่งขึ้น จากความร่วมมือของทุกคนที่เกี่ยวข้อง

เช่นเดียวกับ Neo เขาอยู่ในโลกสมมติ ที่ Computer สร้างขึ้น



Neo เริ่มสงสัยในความไม่ชอบมาพากลของ “โลก” ที่เขาอยู่ และแล้ว Morpheus ก็ช่วยให้เขาได้เห็นโลกจริง

Teddy ก็เช่นกัน





แต่ใน Shutter Island มันไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะมันไม่มี ยาเม็ดสีแดง หรือ ยาเม็ดสีฟ้า ที่กินง่าย เหมือนใน The Matrix







หนังบอกเป็นนัยๆว่า สาเหตุที่ทำให้ Teddy ยังจมอยู่ในโลกจินตนาการนั้น เกิดจาก ความทรงจำ ทั้งความรัก และความรู้สึกผิด ที่มีต่อภรรยาและครอบครัว เนื่องจากเขามองตัวเองเป็นสาเหตุทั้งหมดของเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการที่เขาไม่สนใจอาการทางประสาทของภรรยาจนทำให้เกิดเหตุร้ายแรง

และการที่เขายึดติดกับเรื่องราวที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาใหม่ ทำให้ Teddy ไม่สามารถหลุดออกจากโลกสมมติของตัวเองได้ซักที





สำหรับกลไกการรักษาของ Dr. Cawley ก็คือ การเข้าไปในโลกของ Teddy ด้วยการให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง เล่นละครตามเรื่องราวในโลกของสมมติของ Teddy

ซึ่งก็เปรียบเหมือนการที่เราเข้าไปใน Matrix เราก็ต้องยอมรับกฎต่างๆในโลกของ Matrix นั่นเอง





จากนั้น Dr. Cawley ก็ค่อยๆแทรกแซงโลกสมมติ ด้วยเรื่องราวของ Andrew Laeddis เพื่อดึง Teddy ให้กลับมาสู่โลกความจริง







เอาหล่ะ ตอนนี้ Teddy มีสองทางเลือก เหมือนกับ Neo แล้ว นั่นก็คือ การเลือกระหว่าง “ความจริง หรือ ความลวง”





ทางเลือกแรก เป็นความตั้งใจเดิมของ Teddy นั่นคือ

ตามหาตัว Rachel Solando (ตัวแทนของภรรยาเขาใน “โลกสมมติ”)
ซึ่งนี่เป็นการดึง Teddy ให้จมดิ่งลงไปในโลกสมมติ



ทางเลือกที่สองคือ

ตามหา Andrew Laeddis (ตัวตนที่แท้จริงของเขา)
ซึ่งการหาว่าเกิดอะไรขึ้นกับ Laeddis ที่เกาะแห่งนี้ ก็คือ การหาว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาในโลกแห่งความจริงนั่นเอง





สุดท้าย Teddy ก็กลับสู่โลกแห่งความจริงจนได้ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของ Teddy ที่หายจากอาการนี้



(ขอโยงไป The Matrix แบบแถๆ ตรงที่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ Neo reboot Matrix เหมือนกัน
แต่ที่ไม่แถคือ The Matrix ใช้ลูกเล่น anagram เหมือนกัน เพราะ The “One” ก็คือ “Neo”)







3. มนุษย์ และ ปิศาจ



ใน Shutter Island ประเด็นเรื่อง ความรุนแรง มีให้เห็นตลอด เหมือนเป็นอีกหนึ่ง Theme สำคัญของหนัง

จากบทสนทนาของ Teddy กับ พัศดี ที่พัศดีพูดว่า



“พระเจ้า มอบความรุนแรงให้เป็นของขวัญแก่มนุษย์”



ถ้าเรามองคำว่า “พระเจ้า” ในแง่ของ “ธรรมชาติ” ก็จะพบว่าประโยคนี้ค่อนข้างน่าเชื่อถือ (ทั้งจากประสบการณ์ของผู้ชม และเรื่องราวในหนัง)

ซึ่งหนังก็ "ยืนยัน" ด้วยภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทั้งโศกนาฏกรรมของครอบครัว Teddy หรือ ภาพประสบการณ์เลวร้ายในค่ายกักกันชาวยิว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ของ Teddy





"สัญชาตญาณความรุนแรง" นั้นถูกฝังอยู่ในตัวมนุษย์มาช้านาน อาจเป็นเพราะมนุษย์ในยุคสมัยก่อน ต้องต่อสู้กับธรรมชาติที่โหดร้าย เพื่อดำรงชีวิตและสืบต่อเผ่าพันธุ์



มองอีกมุมหนึ่งก็คือ ธรรมชาติ (พระเจ้า) นี่เอง ที่มอบ ความรุนแรง (ของขวัญ) ให้กับมนุษย์



แต่ความรุนแรงที่มากเกินไปก็อาจทำให้ การดำรงอยู่ของมนุษย์และธรรมชาติมีอันตรายได้เช่นกัน ธรรมชาติจึงให้มนุษย์มีการพัฒนาทางด้าน “ศีลธรรม” เพื่อข่มสัญชาตญาณความรุนแรงเอาไว้ให้พอเหมาะพอควร







คำว่า มนุษย์ เป็นคำที่มีความหมายในแง่ดี ดังนั้น ผมขอให้นิยามใหม่ (แต่ยังอิงกับเนื้อหาในหนัง) เพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจดังนี้





มนุษย์ (Human) คือ สัตว์ตระกูล Homo sapiens ที่เจริญแล้ว ไม่นิยมความรุนแรง


ปิศาจ (Evil) คือ สัตว์ตระกูล Homo sapiens ที่ยังคงไร้ซึ่งศีลธรรม นิยมความรุนแรง ตามสัญชาตญาณดั้งเดิม





เป็นเรื่องธรรมดาที่ “มนุษย์” ไม่อยากกลายไปเป็น “ปิศาจ” เพราะขัดกับกลไกที่สังคมมนุษย์ปลูกฝัง และเพาะบ่มมาตั้งแต่เกิด



แต่ก็อย่างที่ Dr. Naehring (Max von Sydow) บอกเอาไว้ว่า "สิ่งที่สร้างปิศาจ ก็คือ บาดแผล”

และบาดแผลทางใจจากการเข้าร่วมสงคราม ก็ค่อยๆเปลี่ยน Teddy ให้กลายเป็นปิศาจโดยไม่รู้ตัว (ลักษณะเดียวกับเรื่อง In the valley of Elah)







หลังจากเกิดเหตุฆาตกรรมยกครัว Teddy ถึงเริ่มตระหนักว่า ตัวเองกลายเป็น “ปิศาจ” ไปอย่างถาวรแล้ว จากความรุนแรงที่เขาเคยก่อไว้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม


และ จากประโยคที่ Teddy เคยพูดติดตลกไว้ว่า “ทำอย่างกับ อาการทางจิต มันติดต่อกันได้อย่างนั้นแหล่ะ” จริงๆแล้วมันอาจติดต่อกันก็ได้



เพราะความรุนแรงของ Teddy ได้ถูกถ่ายทอดไปสู่ภรรยาของเขาด้วย



ในที่สุด เมื่อถึงขีดจำกัดที่ Teddy ไม่อาจยอมรับตัวเองที่กลายเป็น “ปิศาจ” ได้ เขาจึงสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นตัวตนที่ยังคงความเป็น “มนุษย์” อยู่นั่นเอง





Andrew Laeddis (Evil) => Edward Daniels (Human)





ซึ่งถือเป็นการ “เยียวยา” สภาพจิตใจให้ดีขึ้นตามธรรมชาติ รูปแบบหนึ่ง

อย่างที่ Dr. Naehring เรียกว่า “กลไกการป้องกันตนเอง”







เมื่อมองในมุมนี้ Dr. Cawley ที่หนังให้ภาพว่าเป็นผู้มีความเป็น “มนุษย์” อยู่สูง ทั้งการให้เกียรติ “นักโทษ” ด้วยการเรียกพวกเขาว่า “ผู้ป่วย” และไม่นิยมใช้ความรุนแรงในการรักษา กลับกลายเป็นผู้ที่ฝืนธรรมชาติอย่างรุนแรง



เพราะการบำบัดของ Dr. Cawley ถือว่าเป็นการดึง Teddy ที่ถูกเยียวยาตามธรรมชาติ (ด้วยการจมอยู่ในโลกจินตนาการของตนเอง) ให้กลับสู่โลกแห่งความจริง ที่เจ็บปวด และทุกข์ทรมาน อีกครั้ง





นั่นหมายความว่า ถึงแม้ Dr. Cawley จะไม่อยากใช้ ความรุนแรงทางกาย (การผ่าตัด) กับ Teddy

แต่เขากลับใช้ ความรุนแรง (ทางจิตใจ) กับ Teddy โดยไม่รู้ตัว





ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ประเด็นนี้จะพ้องไปกับตอนที่ Teddy หยุดยั้งการฆ่าตัวตาย ของนายทหารนาซีคนหนึ่ง ที่ต้องทรมานเพราะพิษบาดแผล แล้วปล่อยให้นายทหารผู้นั้นทนเจ็บปวดต่อไป


แม้ Teddy และ Dr. Cawley จะมีจุดประสงค์ที่ต่างกัน แต่มันก็ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกันนัก







ในตอนจบหนังตอกย้ำประเด็นนี้อีกครั้ง ผ่านประโยคสุดท้าย ที่ Teddy (ที่กลับมาสู่โลกจริงแล้ว) พูดกับ คู่หูของเขา (ที่แท้จริงแล้วก็คือ Dr. Sheehan หมอประจำตัวของเขา) ว่า



"แบบไหนแย่กว่ากัน ระหว่าง อยู่อย่างปิศาจ หรือ ตายอย่างคนดี”



ซึ่งเป็นการตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า



“ความจริง” คือสิ่งที่ดีที่สุดจริงหรือ



แม้ว่าหนังจะไม่บอกว่าคำตอบของ Teddy คืออะไร แต่ฉากสุดท้ายของหนังก็คงบอกใบ้อะไรได้บ้าง





(ประเด็นนี้ The Matrix ก็เคยเอามาเล่น ผ่านบทสนทนาของตัวละคร Cypher แต่ใน The Matrix ลงลึกไปถึงการตั้งคำถามที่ว่า “ความจริงแท้” คืออะไร ก็ถ้าเทียบกับผู้สังเกต มันก็ “จริง” เหมือนๆกัน)








หมายเหตุ:

1. Teddy เป็นชื่อเล่น “มาตรฐาน” ของคนชื่อ Edward ครับ ซึ่งในหนังนั้น เป็นชื่อของบุคลิกสมมติของ Andrew Laeddis แต่ผมขอใช้เรียกเป็นชื่อเล่น แทนทั้ง สอง บุคลิกครับ เพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจ


2. นอกจากชื่อหนังแล้วยังมี อีกหลายคำที่สามารถนำมาทำ anagram ได้ครับ (ผมใช้โปรแกรมช่วยครับ ไม่ได้เก่งภาษาแต่อย่างใด )



Violence => Once Evil หรือ Once Live

Teddy Daniels => It sadly ended หรือ Its deadly end (เอ๊ะ! หรือเขาจะใบ้ว่า หนังจบยังไง )



Create Date : 02 พฤษภาคม 2553
Last Update : 2 พฤษภาคม 2553 14:20:14 น. 26 comments
Counter : 23079 Pageviews.

 
ติดตามอ่าน Vol. 2 ได้เร็วๆนี้ครับ (เขียนไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้เรียบเรียง)



แต่อาจคั่นด้วย Iron Man 2


โดย: navagan วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:4:24:06 น.  

 


โดย: thanitsita วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:00:38 น.  

 
น่าดูมากๆเลยค่ะ สงสัยต้องดูสองรอบเลย ชอบผู้กำกับ








โดย: puy_naka63 วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:4:19:53 น.  

 
หวัดดีครับ คุณนาวา

ลืมสนิทเลย ของรางวัลน่ะ ยังไม่ได้ส่งให้ใครเลย (นี่จะปาไปครึ่งปีแ้ล้วนะนั่น 555) ..เอาเป็นว่า ภายในเดือนนี้ ก็ฝากวานพยายามส่งคอมเมนต์ (หรือหลังไมค์)มาเตือนกันด้วย เพื่อคนอื่นด้วยอ่ะครับ

ช่วงนี้ก็ไม่ได้ยุ่งอะไรนะ แต่ทำไมขี้ลืมชะมัด อิอิ


โดย: OncE UPoN'-'a MaN IP: 125.25.26.207 วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:30:59 น.  

 
ยังไม่ได้ดู (เช่นเคย) T_T

แต่ถ้าว่าจะเจาะลึกน่าดูเลยนะครับ แถมมีต่อภาคสองอีก


โดย: Seam - C IP: 58.9.203.101 วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:54:26 น.  

 
อ่านในเฉลิมไทยแล้วครับ แต่ไม่ได้ตอบ
ชอบกฎแห่ง 4 ของคุณในการถอดชื่อเรื่อง
บอกได้คำเดียวว่าลึกจนน่าตกใจ...


โดย: beerled IP: 203.150.245.181 วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:02:29 น.  

 
ผมไม่กล้าอ่านเลย เพราะยังไม่ได้ดูสักที เอาเป็นว่าถ้าได้ดูเมื่อไร (ซึ่งคงต้องเป็นแผ่นแล้วมั้ง) จะกลับมาอ่านนะครับ ;)


โดย: BdMd IP: 58.137.81.98 วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:34:16 น.  

 
น่าดูใช่ไหม
ไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย


โดย: คนขับช้า วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 เวลา:7:17:44 น.  

 
ผมยังไม่กล้าอ่าน อยากรู้ให้น้อยที่สุด คงต้องรอดูแผ่น แล้วค่อยกลับมาอ่านอีกที

แต่เศร้าใจเมื่อวานไปโดนกระทู้หนึ่งสปอยล์เรื่องนี้ในเนื้อในกระทู้ (หัวกระทู้ไม่บอกกล่าวไว้ก่อน) เซ็งไปเลย


โดย: born 1993 วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:02:34 น.  

 
ขอคารวะสกอเซซี่จากใจจริง

ว่าแต่วิเคราะห์ได้ลึกซึ้งมากๆ ผมอ่านตามแล้วเหมือนเราดูเรื่องเดียวกันรึเปล่าเนี่ย ^^


โดย: hormones IP: 161.200.120.153 วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:08:57 น.  

 
ชอบ ลี โอนาร์โด ค้า


โดย: กลับไปไม่เหมือนเดิม วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:36:31 น.  

 

วิเคราะห์ได้ลึกซึ้งมากค่ะ


โดย: น้องหมึกน้อย IP: 119.160.216.214 วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:54:33 น.  

 
เป็นหนังที่ดูยากมากๆ


โดย: otto IP: 222.123.3.77 วันที่: 11 มิถุนายน 2553 เวลา:9:07:18 น.  

 
แต่ผมดูแล้วชอบคิดว่าพระเอกเป็นฝ่ายถูกกระทำ สงสัยต้องดูอีกสองรอบ


โดย: BR IP: 203.154.250.33, 202.44.7.59 วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:12:19:48 น.  

 
ดูหนังจบแล้ว ออกจะ ไม่ get 100% เลย มาหาข้อมูลต่อ get เลยครับ ขอบคุณมาก *-* อ่านสนุกมากเลย ตอนแรกคิดว่า เทดดี้ โดนวางยา ให้หลอกเป็นบ้า ซะอีก -0-


โดย: เพลินมาก IP: 124.120.52.5 วันที่: 19 มิถุนายน 2553 เวลา:12:07:13 น.  

 
เพิ่งได้ดูอาทิตย์ที่แล้วอ่ะ

ชอบตรงที่วิเคราะห์ ชื่อมากๆเลย คิดได้ไง เยี่ยม!!

Shutter Island => Truths and Lies

เรื่องนี้ตอนแรกไม่อยากดูเท่าไหร่ เพราะดันไปอ่านเจอสปอล์ยนิดๆ ประมาณว่าา ทั้งหมดเป็นเพราะพระเอก อะไรทำนองเนี้ย แต่.. นั่งดูๆไป หนังดีอ่ะ มันค่อยๆให้เราร่วมคลี่คลายไปด้วย เปิดโอกาสให้เราได้คิดไปด้วย ผิดคาด สนุกกว่าที่คิด

ปล.เพิ่งดู A serious man จบ จะมาหาอ่านแต่ไม่มี เลยมาอ่านเรื่องนี้แทน


โดย: i love johnny depp วันที่: 4 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:53:22 น.  

 
^
^
^

ชม Dennis Lehane คนเขียนหนังสือดีกว่าครับ


วางสัญลักษณ์ให้เล่นสนุกเพียบ


โดย: navagan วันที่: 6 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:29:45 น.  

 
สุดยอดเลยครับ


โดย: chavas IP: 125.24.128.56 วันที่: 17 สิงหาคม 2553 เวลา:22:20:49 น.  

 
เออ แล้ว ที่มัน เจอ ผู้หญิง ในถ้ำ นี้ มัน ยังไงกันแน่อ่ะ ผู้หญิงมัน ยังบอกเลย ว่า พระเอก สามารถถูกใส่ร้ายได้ อ่ะ

แล้ว ฉาก แรกๆ ที่ พระเอก มันไปสอบสวน ผู้ป่วย ตามหา solando อ่ะ ที่ตอนสัมภาษ ผู้หญิง อ่ะ ที่มันขอน้ำกินอ่ะ ตอนมันกินน้ำ มันไม่มีแก้ว แล้วพอตอน วางแก้ว มัน มีแก้วอ่ะ ตอนเนี้ย มันบ่งบอกอารายรึป่าว อ่ะ ??


โดย: Goppy IP: 117.47.225.144 วันที่: 18 สิงหาคม 2553 เวลา:23:25:26 น.  

 
เธœเธกเน€เธžเธดเนˆเธ‡เธˆเธฐเน„เธ”เน‰เธ”เธนเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡เธ™เธตเน‰เธ•เธญเธ™เธญเธญเธเธกเธฒเน€เธ›เน‡เธ™DVDเนเธฅเน‰เธงเธญเธฐเธ„เธฃเธฑเธš เน€เธ›เน‡เธ™เธซเธ™เธฑเธ‡เธ—เธตเนˆเธชเธ™เธธเธเธกเธฒเธเน†เน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡เธซเธ™เธถเนˆเธ‡เน€เธฅเธขเธ—เธตเน€เธ”เธตเธขเธง เธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธงเธœเธกเธ™เธฑเน‰เธ™เธ„เธดเธ”เธงเนˆเธฒ "เธŠเธฑเธ„" เธ™เนˆเธฒเธˆเธฐเน€เธ›เน‡เธ™เธˆเธดเธ•เนเธžเธ—เธขเนŒเธœเธนเน‰เน€เธฅเนˆเธ™เน„เธ›เธ•เธฒเธกเธšเธ—เธšเธฒเธ—เธ‚เธญเธ‡เธžเธฃเธฐเน€เธญเธ(เธ‹เธถเนˆเธ‡เนเธ—เน‰เธˆเธฃเธดเธ‡เน€เธ›เน‡เธ™เธ„เธ™เน„เธ‚เน‰) เน€เธซเน‡เธ™เน„เธ”เน‰เธŠเธฑเธ”เน€เธˆเธ™เธกเธฒเธเน†เธ„เธฃเธฑเธšเนƒเธ™เธ‰เธฒเธเธ—เธตเนˆเธ—เธฑเน‰เธ‡เธ„เธนเนˆเน€เธžเธดเนˆเธ‡เธˆเธฐเธกเธฒเธ–เธถเธ‡เน€เธเธฒเธฐเนเธฅเธฐเธ•เธณเธฃเธงเธˆเธšเธ™เน€เธเธฒเธฐเธ‚เธญเธขเธถเธ”เธญเธฒเธงเธธเธ˜เธ›เธทเธ™เธ—เธฑเน‰เธ‡2เธ„เธ™เน„เธงเน‰ เธˆเธฐเน€เธซเน‡เธ™เธงเนˆเธฒเธžเธฃเธฐเน€เธญเธเธ‚เธญเธ‡เน€เธฃเธฒเธซเธขเธดเธšเธ›เธทเธ™เธขเธทเนˆเธ™เนƒเธซเน‰เน„เธ”เน‰เธญเธขเนˆเธฒเธ‡เธŠเธณเธ™เธฒเธ(เน€เธžเธฃเธฒเธฐเน€เธ›เน‡เธ™เธญเธ”เธตเธ•เธ•เธณเธฃเธงเธˆ) เธชเนˆเธงเธ™เธžเธตเนˆ"เธŠเธฑเธ„"เธ‚เธญเธ‡เน€เธฃเธฒเธ™เธฑเน‰เธ™เธเธงเนˆเธฒเธˆเธฐเธซเธขเธดเธšเธ›เธทเธ™เธขเธทเนˆเธ™เนƒเธซเน‰เน„เธ”เน‰เธเน‡เธ•เธฐเธเธธเธเธ•เธฐเธเธฑเธเธžเธญเธชเธกเธ„เธงเธฃ เธ™เธฑเนˆเธ™เน€เธžเธฃเธฒเธฐเน€เธ‚เธฒเน€เธ›เน‡เธ™เธˆเธดเธ•เนเธžเธ—เธขเนŒเน‚เธ”เธขเธญเธฒเธŠเธตเธžเน„เธ‡เธ„เธฃเธฑเธš เธ„เธ™เน€เธ›เน‡เธ™เธซเธกเธญเธญเธขเธนเนˆเธ”เธตเน†เธเธฅเธฑเธšเนƒเธซเน‰เธกเธฒเน€เธฅเนˆเธ™เธฅเธฐเธ„เธฃเน€เธ›เน‡เธ™เธ•เธณเธฃเธงเธˆเธเน‡เธ„เธ‡เธ•เน‰เธญเธ‡เธ•เธดเธ”เน†เธ‚เธฑเธ”เน†เธเธฑเธ™เธšเน‰เธฒเธ‡เน€เธžเธฃเธฒเธฐเน€เธ‚เธฒเน„เธกเนˆเนƒเธŠเนˆเธ•เธณเธฃเธงเธˆเธˆเธฃเธดเธ‡เน† ... เธงเนˆเธฒเธกเธฑเน‰เธขเธ„เธฃเธฑเธš


โดย: DVD-Basterd IP: 58.9.137.89 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:24:23 น.  

 
ชัคเป็นจิตแพทย์ค่ะเพราะฉากแรงที่ทั้งคู่มาถึงเกาะแล้วตำรวจก็ขอยึดอาวุธปืนทั้งคู่ไว้ พระเอกหยิบส่งให้อย่างชำนาญ(เพราะอดีตเป็นตำรวจ) ส่วน"ชัค"นั้นค่อนข้างตะกุกตะกักเพราะเขาเป็นจิตแพทย์โดยอาชีพจึงย่อมไม่เคยจับปืนมาก่อนไงคะ


โดย: The Rock Fan IP: 58.9.137.89 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:29:41 น.  

 
ผมว่าพระเอกมันบ้าตั้งแต่ต้น
และ..ก้ตอนใกล้จบมันหายแล้ว
แต่..ตอนที่มันใกล้จบหมอมันอธิบายว่า
โรคบ้าที่มันเป็นมันเหมือนฟิล์มที่วนไปวนมา มาบ้าแล้วก้หาย
แล้วก้บ้าอีกวนไปวนมา ดูจากตอนจบที่มันพูดแปลกๆ


โดย: บ้า IP: 180.180.113.2 วันที่: 7 มีนาคม 2554 เวลา:1:09:40 น.  

 
มีบทวิเคราะห์ อย่างนี้ในเรื่อง Matrix มั้ยครับ


โดย: Tah IP: 110.77.247.243 วันที่: 17 ตุลาคม 2554 เวลา:1:17:29 น.  

 
หลังจากที่ผมดูจบ (ตามความคิดของผมนะ)

ผมคิดว่า พระเอกบ้าตั้งแต่แรกแล้ว และเคยหายมาแล้ว ถูกล้างสมองใหม่ และ ก็มาแสดงบทเป็นมือปราบ อีก และก็หายแล้วอีกที ตอนประโยคสุดท้ายที่พระเอกบอกว่า จะอยุ่อย่างปีศาจหรือจะตายอย่างคนดี แล้วพระเอกก็จะถูกนำไปล้างสมองอีกแล้วก็วนมาต้นเรื่องอีก ประเด็นที่ทำให้ผมคิดแบบนี้คือ
1. ตอนที่พระเอกเข้ามาแล้วเห็นลวดบนกำแพงแล้วบอกว่ามีไฟฟ้าไหลอยุ่ คู่หูเลยถามว่ารู้ได้ไง พระเอกบอกว่ารู้เพราะเคยเห็นมาก่อน แสดงว่าพระเอกเคยเห็นมาก่อนแล้วหายแล้วถูกนำไปล้างสมองอีก เลยจำได้
2. ตอนที่ไปประภาคารคุณหมอหัวโล้นๆ(โทษนะครับผมไม่ค่อยจำชื่อคน) บอกว่าคุณพูดเหมือนเดิมเหมือนรีเทปเลยเมื่อ 9 เดือนก่อน แสดงว่า 9 เดือนก่อนพระเอกเคยหายแล้ว และทำเป็นเหมือนยังไม่หาย และถูกล้างสมอง และก็เกิดเหตุการณ์แบบเดิม ๆ อีก วนไปวนมา คุณหมอหัวโล้น ๆ เลยคิดไว้แล้วว่าพระเอกจะต้องมาที่ประภาคารแน่นอน เลยมารอพระเอกที่นั่น

ส่วนประเด็นอื่น ๆ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่พระเอกจิตนาการขึ้นมาเอง และที่ทุกคนรู้ได้ไงว่าพระเอกจินตนาการคนนัั้นคนนี้ขึ้นมา ก็อาจจะเพราะเมื่อ 9 เดือนก่อนพระเอกก็พูดทุกอย่างเหมือนอย่างตอนนี้ และที่ทำให้ผมคิดว่า พระเอกหายแล้วคือ
1. พระเอกจำได้ว่าเคยฆ่าภรรยาตัวเองวันไหน
2. จะอยุ่อย่างปีศาจหรือตายอย่างคนดี
3. เอาบุหรี่ตอนท้ายมาสูบ

สรุป (ผมคิดเองนะ)
หนังจะทำแบบนี้ พระเอกไม่ได้บ้าแต่แรก พอมาหลัง ๆ หนังเฉลยว่าพระเอกบ้าแต่แรกแล้ว(ซึ่งอันนี้ถูก) แล้วพระเอกหาย แล้วแกล้งบ้าอีก เพื่อไปล้างสมอง แล้วจะได้วกกลับไปดูตอนแรกอีก มันก็จะเป็นประมาณนี้ วนไป เรื่อย ๆ ไม่มีจบ
ผมคิดแบบนี้นะถ้าใครอ่านตรงไหนแล้ว งง ช่วยแจงหน่อยนะครับเผื่อผมพิมตกหล่นไป


โดย: Cezero IP: 183.88.249.214 วันที่: 24 ตุลาคม 2556 เวลา:16:04:25 น.  

 
จะอยู่อย่างปีศาจ คือ ยอมรับความจริงไปซึ่ง มันก็ไม่ได้ทำให้ตัวเองมีความสุขเลย ผมคิดว่าเค้าเลือกที่จะตายแบบคนดีด้วยการสร้างตัวตนขึ้นมาถึงแม้ ว่าหมอจะทำให้เค้ากลับมานึกได้ในโล่ลกความจริง เค้าก็จะยังหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ จากหลายๆสิ่งที่บอกเค้าว่าอยุ่ที่นี่ดีแล้วอีกนัยนึงคือ ยังไงๆเค้าก้ไม่ยอมรับความจริง


โดย: ลัค IP: 192.99.14.36 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:1:35:40 น.  

 
จะอยู่อย่างปีศาจ คือ ยอมรับความจริงไปซึ่ง มันก็ไม่ได้ทำให้ตัวเองมีความสุขเลย ผมคิดว่าเค้าเลือกที่จะตายแบบคนดีด้วยการสร้างตัวตนขึ้นมาถึงแม้ ว่าหมอจะทำให้เค้ากลับมานึกได้ในโล่ลกความจริง เค้าก็จะยังหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ จากหลายๆสิ่งที่บอกเค้าว่าอยุ่ที่นี่ดีแล้วอีกนัยนึงคือ ยังไงๆเค้าก้ไม่ยอมรับความจริง


โดย: ลัค IP: 192.99.14.36 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:1:36:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.