All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
28 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
*** Splice *** เข้าใจจิตวิทยาของ "มนุษย์" ด้วย "อมนุษย์"

*** Splice ***






Splice คือหนังแนว Drama Sci-fi ที่แทบไม่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเรามานานแล้ว และด้วยชื่อชั้นของทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ถือว่า Splice เป็นหนังฟอร์มดีทีเดียว



หนังเล่าเรื่องราวของ สองสามี-ภรรยา นักวิทยาศาสตร์ ด้านวิศวกรรมชีวภาพ Clive Nicoli (Adrien Brody) และ Elsa Kast (Sarah Polley) ที่ความทะเยอทะยานของพวกเขา นำไปสู่การสร้างสัตว์สังเคราะห์นามว่า Dren ที่มีส่วนผสมของ DNA มนุษย์เป็นหลัก


ซึ่งนี่เป็นทั้งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และ โศกนาฏกรรม ไปพร้อมๆกัน



แม้จากตัวอย่าง และ Poster หนัง จะทำให้คิดว่า Splice เป็นหนัง Horror Sci-fi ที่ขายความ Sexy คล้ายกับหนังอย่าง Species แต่ความจริงแล้ว หนังมุ่งเน้นไปที่ การสำรวจความเป็นมนุษย์ที่มีสัญชาติญาณสัตว์อยู่ในตัว ด้วยแง่มุมเชิงจิตวิทยา มากกว่า

ขณะที่เนื้อเรื่องก็เน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครมากกว่าที่จะพาผู้ชมไปสู่ความสยองขวัญหรือฉากวาบหวิว







จริงอย่างที่ Elsa บอกกับ Clive เพื่อให้เขารักษาชีวิต Dren เอาไว้ ว่า

“นึกถึงประโยชน์สิ เราจะได้ศึกษาวงจรชีวิตของมันได้ในเวลาอันสั้น มันโตเร็ว อีกไม่นานมันก็จะตายไปเอง”


เพราะผู้ชมก็จะได้ทำการศึกษาในเวลาอันสั้นเช่นกัน เพียงแต่ว่าเป็นการศึกษาในแง่ของจิตวิทยาและศีลธรรมของมนุษย์ ภายในเวลา 2 ชั่วโมง



แม้ Dren จะมี DNA มนุษย์เป็นหลัก แต่เธอก็มี DNA ของสัตว์ผสมอยู่ด้วย นั่นทำให้เธอมีสัญชาติญาณที่ดิบกว่ามนุษย์ทั่วๆไป อีกทั้งการที่เธอไม่ได้รับการสั่งสอนหรือเรียนรู้จากสังคม ในแง่ศีลธรรมและค่านิยม ทำให้การกระทำของเธอเป็นไปตามแรงขับดันทางธรรมชาติอย่างเข้มข้น

และแน่นอนว่ามันช่วยขุดสัญชาติญาณดิบของ Clive และ Elsa ที่อยู่ในฐานะ พ่อ และ แม่ ของ Dren ออกมาอีกด้วย


ซึ่งพฤติกรรมของตัวละครทั้งสาม สามารถโยงไปถึงทฤษฎีทางจิตวิทยาได้อย่างดี และเห็นได้ชัดว่าเป็นความจงใจของผู้สร้าง

มาพิจารณากันเป็นข้อๆดีกว่า







ปมเกลียดแม่ (Electra complex)



ในหนังเราจะพบว่า Elsa มีประวัติที่ไม่ดีกับแม่ของตนเอง จนถึงขั้นทำให้เธอ "เกลียดแม่" อย่างหนัก และนั่นทำให้เธอ "กลัวการเป็นแม่" ด้วย

ในฉากหนึ่งตอนที่ Clive บอกกับเธอว่า เราควรจะมีลูกกัน เห็นได้ชัดว่าเธอกลัวการมีลูก แม้ในใจลึกๆแล้ว เธอเองก็อยากมีลูกเหมือนกัน



และ Dren ก็คือทางออก เนื่องจากเธอไม่อยากใกล้ชิดผูกพันมากเกินไป เธอจึงสร้าง Dren ขึ้นจาก DNA ของเธอ นั่นทำให้เธอรู้สึกว่านี่คือเชื้อสายของเธอ แต่ก็ไม่ใช่ลูกที่เป็นมนุษย์และไม่ได้คลอดออกมาจากตัวเธอ



แต่ Elsa ก็คิดผิด เพราะถึงเธอจะไม่ต้องอุ้มท้องเป็นเวลานานๆ แต่การเลี้ยงดู Dren เพียงแค่ไม่กี่วัน “สัญชาติญาณความเป็นแม่” ก็สร้างความผูกพันระหว่างเธอกับ Dren ได้อย่างลึกซึ้ง

ตรงข้ามกับ Clive ในช่วงแรกเขายังมอง Dren เป็นสัตว์ และพยายามจะกำจัดเธอทิ้งไป แม้ว่าในใจลึกๆ Clive จะสงสารเธอ แต่ก็เป็นการสงสารในฐานะ “สิ่งมีชีวิต” ไม่ใช่ “ลูก”

ซึ่ง Clive ต้องใช้เวลาสักพักถึงจะเริ่มรู้สึกถึงความเป็นพ่อ







ปมเกลียดแม่ หรือ Electra complex นั้น เกิดขึ้นกับ เด็กผู้หญิงในช่วง 3-5 ปี ซึ่งสาเหตุที่เด็กผู้หญิงเกลียดแม่นั้น Sigmund Freud อธิบายว่า



แรกเริ่มนั้นเด็กผู้หญิงก็รักแม่มากเหมือนเด็กผู้ชาย แต่เมื่อโตขึ้นพบว่าตนเองไม่มี “อวัยวะเพศชาย” จึงมีความรู้สึกอิจฉาผู้ที่มีอวัยวะเพศชาย และหันมารักพ่อผู้ที่มีอวัยวะเพศชายที่ตนเองปรารถนา


นั่นทำให้เด็กผู้หญิงรักพ่อมาก และเด็กผู้หญิงจะรู้สึกว่าตนเองเป็นคู่แข่งกับแม่ในการแย่งความรักกับพ่อ เนื่องจากเด็กผู้หญิงรู้ว่าพ่อรักแม่

เด็กผู้หญิงจะยิ่งรู้สึกโกรธแม่มากขึ้น ถ้าได้เห็นแม่มี Sex กับพ่อ เพราะตนเองรู้สึกอิจฉาแม่ ที่ได้ครอบครอง “อวัยวะเพศชาย” ของพ่อ



โดยทั่วไปแล้วปมเกลียดแม่จะหายไป เมื่ออายุ 5 ปี เพราะเมื่อเด็กผู้หญิงรู้ว่าสู้แม่ไม่ได้ และคิดว่าตัวเองเป็นพวกเดียวกับแม่ (ไม่มีอวัยวะเพศชายเหมือนกัน) จึงพยายามเลียนแบบแม่ ผู้ที่สามารถครอบครองพ่อได้ ซึ่งนี่ถือเป็นการเติบโตไปเป็นผู้หญิงตามปกติ ด้วยการเอาแม่เป็นต้นแบบ (ในกรณีที่ต่างไปจากนี้อาจทำให้เด็กเกิดการเบี่ยงเบนทางเพศได้)






ในหนัง Dren มีการเติบโตทางกายภาพเร็วมาก แต่อายุทางสังคมยังน้อยอยู่ ซึ่งเรื่องของจิตวิทยานั้น สิ่งแวดล้อมทางสังคมมีผลอยู่มากพอสมควร

ดังนั้นปมเกลียดแม่ที่ควรจะหายไปตอนอายุ 5 ปี ก็ยังไม่ทันจะหายไป แถมเธอยังมีความพร้อมทางร่างกายที่จะสืบพันธุ์แล้วด้วย

และเมื่อรวมกับการที่เธอเห็น Clive (พ่อ) และ Elsa (แม่) มี Sex กัน ปมเกลียดแม่ ยิ่งรุนแรงมากขึ้น


จนในที่สุด Sex ระหว่าง Dren กับ Clive เกิดขึ้น







สำหรับเด็กบางคน “ปมเกลียดแม่” อาจคงอยู่อย่างถาวร Elsa ก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการที่ปมเกลียดแม่นั้น ไม่ได้ถูกคลี่คลายเมื่อถึงวัยอันควร ซึ่งหนังก็ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเพราะอะไร


สันนิษฐานว่า อาจเป็นเพราะเธอ “แรด” (ในหนังใช้คำนี้นะครับ ) เกินไป เป็นไปได้ว่า ในตอนเด็กๆความต้องการครอบครองพ่อจนเกินเหตุของ Elsa อาจส่งต่อไปถึงชายคนอื่นทั้งๆที่อายุยังน้อย หรือไม่แน่ว่าพ่อของเธออาจไม่ใช่พ่อแท้ๆก็ได้

ด้วยเหตุนี้ แม่ของเธอจึงเกลียดเธอตอบ ส่งผลให้การเกลียดแม่ไม่หมดไป ทั้งที่ความจริงแล้วแม่ควรรักเธอ และเป็นตัวอย่างให้เธอเลียนแบบ



มีตอนหนึ่งที่ Clive บอกกับ Elsa ว่า สาเหตุแท้จริงที่เธอไม่อยากมีลูกก็เพราะ เธอกลัวสูญเสียการควบคุม (ซึ่งการควบคุมที่ว่าหมายถึงการควบคุม Clive อย่างที่น้องชายเขาเคยบ่นว่า Clive ยอมเธอทุกอย่าง)


ซึ่งช่วยให้เราเห็นภาพลางๆว่า ตอนเด็ก Elsa อาจอยู่ภายใต้การควบคุมของแม่ เพราะเธอต้องการครอบครอง (และควบคุม) พ่อ มากเกินไป เธอจึงเก็บกดมานาน และเธอจะรู้สึกดีมากเมื่อได้เป็นผู้ควบคุม



ช่วงครึ่งหลัง เหตุการณ์ในหนังย้ายมาดำเนินเรื่องที่บ้านของ Elsa บ้านที่เธอเคยมีอดีตที่ไม่ดีกับแม่



แม้ Elsa จะไม่ชอบพฤติกรรมของแม่ แต่เธอกลับปฏิบัติไม่ดีกับ Dren อย่างที่แม่เคยปฏิบัติกับเธอ

ขณะที่ Dren เอง ก็อาจเป็นภาพสะท้อนของตัวเธอในอดีตก็ได้






มีตอนหนึ่งที่ Clive ต่อว่า Elsa หลังจากรู้ว่า ในตัว Dren มี DNA ของเธอปะปนอยู่ว่า “ไม่เคยสืบประวัติครอบครัวตัวเองหรือไง ว่ามีความผิดปกติอยู่”

ซึ่งอาจหมายความว่า แท้จริงแล้ว อาการเกลียดแม่อย่างหนักนั้น เป็นประวัติที่ไม่ดีของครอบครัวเธอ

เหมือนหนังกำลังบอกเราว่า “การเกลียดแม่” สามารถถ่ายทอดติดต่อกันได้



แต่มันน่าสนใจว่าพฤติกรรมเกลียดแม่ที่รุนแรงนั้น ถูกถ่ายทอดทาง “พันธุกรรม” หรือ ถ่ายทอดทาง “พฤติกรรม” กันแน่





ตอนนี้ คงพอจะเข้าใจแล้วว่า ที่ Dren รัก Clive นั้น เป็นเรื่องปกติตามทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ว่าด้วยปมเกลียดแม่ของ Freud แต่การที่ Dren พยายามมี Sex กับ Clive นั้น เป็นเพราะว่า เธออยู่ในวัยสืบพันธุ์ขณะที่ยังไม่พ้นช่วงปมเกลียดแม่ นั่นเอง


แต่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรเมื่อ Clive มีฐานะเป็นพ่อของเธอ เราจะพูดถึงในหัวข้อถัดไปครับ







แรงดึงดูดทางเพศจากคนที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน



จริงๆแล้วนักจิตวิทยาบอกว่า “แรงดึงดูดทางเพศจากคนที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน” ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด หากแต่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามค่านิยมของสังคม รวมถึงในบางประเทศมีกฎหมายห้ามไว้

ในชีวิตจริง ถ้าสังเกตเราจะพบว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่จะชอบคนที่มีลักษณะบางอย่างคล้ายกับกับพ่อ หรือ ผู้ชายก็จะชอบผู้หญิงที่มีลักษณะบางอย่างคล้ายกับแม่

คู่แต่งงานส่วนใหญ่จะเป็นคนชาติเดียวกัน สีผิวเดียวกัน หรือ เรื่องของพี่ชายที่หวงน้องสาวมากๆ

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมา ก็เข้าข่ายเดียวกัน



แต่กลไกทางสังคมและธรรมชาติ ก็จะป้องกันไม่ให้มนุษย์สืบพันธุ์กันในสายเลือด เพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ เพราะการผสมพันธุ์ในครอบครัวเดียวกัน มักจะได้ลูกที่มีความอ่อนแอ

ดังนั้น ตัวแทนที่จะตอบสนองความต้องการนี้ได้ก็คือ “คนที่คล้าย พ่อ หรือ แม่” นั่นเอง



สำหรับกลไกที่คอยกลบสัญชาติญาณดิบนี้เอาไว้ก็คือ การมอบความรักและความผูกพันที่มีค่ามากกว่า Sex และค่านิยมทางสังคมที่มองว่านี่เป็นเรื่องที่ผิดอย่างร้ายแรง ซึ่งคอยข่มแรงดึงดูดทางเพศนี้เอาไว้







แต่กรณีของ Clive ไม่แปลกที่เขาจะมีอะไรกับ Dren ได้อย่างง่ายดาย เพราะถึงเขาจะมีสถานะเป็นพ่อ แต่ก็ไม่ใช่พ่อแท้ๆ

และอย่างที่หนังบอกไว้ เขาชอบ Dren ก็เพราะว่าเธอมี DNA ของ Elsa อยู่นั่นเอง



ในสถานะนี้ Dren อาจเป็นเหมือน “น้องสาว” ของ Elsa



เราคงเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับ การมี Sex กับ “น้องเมีย”

(ซึ่งเรื่องส่วนใหญ่อาจเป็นแค่เรื่องแต่ง แต่มันก็แต่งขึ้นเพื่อตอบสนอง Sex แฟนตาซีของผู้ชายที่เป็นไปได้ยาก)



การมี Sex กับน้องเมียนั้น สร้างความรู้สึกผิดที่น้อยกว่า เพราะไม่ใช่น้องแท้ๆ ที่มีสายเลือดเดียวกัน

(กลไกทางสังคมมีประสิทธิภาพมากแค่ไหนนั้น ลองคิดดูแล้วกันว่าถ้ามีใครแต่งเรื่องราวการมี Sex กับแม่ คงโดนประณามเละ แต่ Sex กับน้องเมียนั้นร้ายแรงน้อยกว่ามากๆ)



และถึงแม้ว่าในตอนแรก Clive จะมอง Dren เหมือนเป็นสัตว์ตัวหนึ่ง แต่ในตอนนี้เขามอง Dren เป็นมนุษย์แล้ว







เพศสภาพ และ การข้ามเพศ



อีกประเด็นของหนังที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเป็นทั้งจุดหักเหและประเด็นหลักของเรื่องเลยทีเดียว

ซึ่งหนังเล่นกับประเด็นนี้ในหลายๆตอน และเพศที่รับบทตัวร้ายที่แท้จริงของเรื่องก็คือ เพศชาย เพศที่เต็มไปด้วยความรุนแรงตามธรรมชาติ และมีอิทธิพลต่อเพศหญิงอย่างมาก



ในหนังเมื่อ Ginger สัตว์ทดลองเพศเมีย กลายสภาพเป็นเพศผู้ มันก็ฟัดกับ Fred สัตว์ทดลองเพศผู้ ซะจนเลือดสาดกระจาย


Dren ก็เช่นกัน เมื่อกลายสภาพเป็นเพศผู้ก็ดุร้ายขึ้นถึงขนาดฆ่าคน ทั้งที่ตอนเป็นเพศเมีย ยังมีความยั้งคิดอยู่บ้าง


สำหรับ Elsa แม้เธอจะไม่สามารถข้ามเพศในเชิงกายภาพได้ แต่บริบทในครอบครัว เธอเป็นเหมือนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เพราะเธอมีความเป็นผู้นำมากกว่า Clive


แถมเธอยังมีลูกได้ โดยไม่ต้องง้อผู้ชาย







ในบทสรุปของหนังเราจะเห็นตัวละครเพศชายในเรื่อง (รวมถึง Dren ที่กลายสภาพเป็นเพศผู้) ถูกฆ่าตายหมดทุกคน (ตัวประกอบก็ไม่เว้น )


ซึ่งในฉากสุดท้ายเราจะพบว่า เหลือแต่เพียงตัวละครหญิง 2 คน นั่นคือ Elsa และ Joan Chorot (Simona Maicanescu) ประธานบริษัท N.E.R.D. (ที่มีลักษณะแบบผู้ชายเต็มที่ ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม รวมถึงบทบาทหน้าที่) เท่านั้นที่รอดชีวิต



แต่นี่ไม่ใช่ตัวละครหญิงธรรมดา เพราะทั้งสองคนเป็นตัวละครหญิงในบริบทของชาย



นี่คือหญิงที่อยากครอบครองความเป็นชาย เหมือนเด็กผู้หญิงที่อยากมีอวัยวะเพศชาย



หรือว่าปมเกลียดแม่ ยังคงแฝงเร้นอยู่ในจิตใจลึกๆของพวกเธอ


(หนังน่าจะเข้าฉายวันแม่จริงๆ )







Splice อาจทำให้หลายคนผิดหวัง อย่างที่บอกไปในย่อหน้าแรกว่าหน้าหนังดันไปคล้ายกับเรื่อง Species (ขนาดตัวอักษรยังเหมือนกันถึง 5 ตัว แถมยังขึ้นต้นด้วย Sp เหมือนกันอีก ) ทั้งที่จริงๆแล้ว หนังมีประเด็นที่ค่อนข้างสดใหม่มากๆ



ส่วนตัวแล้วทำให้รู้สึกไปถึงหนังเรื่อง The Fly จากรุ่นพี่ผู้กำกับอย่าง David Cronenberg มากกว่า ทั้งบรรยากาศ สไตล์การเล่าเรื่อง ที่คล้ายกันมากๆ
โดยเฉพาะฉากงานประชุมที่ Fred กับ Ginger สัตว์สังเคราะห์ ฟัดกันจนเลือดสาดใส่ตัวผู้เข้าร่วมประชุม

แถมหนังยังใส่ประเด็นหนักๆให้ขบคิดตีความเหมือนๆกัน เพียงแต่ประเด็นใน Splice ค่อนข้างไกลตัวผู้ชมกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาดูเรื่องนี้มากไปหน่อย (ส่วนตัวก็ไม่คิดว่าจะมาแนวนี้เหมือนกัน)



หนังยังให้ความรู้สึกเหมือนดูละครเวที ด้วยความที่ฉากส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นในห้อง Lab หรือในโกดังเก็บของ


Adrien Brody ในบท Clive Nicoli และ Sarah Polley ในบท Elsa Kast ต่างก็รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้ดี ทั้งคู่ทำให้ผู้ชมเข้าใจถึงความทะเยอทะยานในฐานะนักวิทยาศาสตร์ที่อัจฉริยะ แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยกิเลส และใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป







แต่ที่โดดเด่นมากที่สุด ก็คือ Delphine Chanéac ในบท Dren ตอนโต ซึ่งการแสดงของ Chanéac เพิ่มมิติความลึกให้กับตัวละคร Dren ได้อย่างดีเยี่ยม

ลองนึกถึงความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ความไร้เดียงสาแบบเด็กๆ ความก้าวร้าว และสัญชาติญาณแบบสัตว์ สัญชาติญาณทางเพศเมื่อย่างเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ความโหดร้ายน่ากลัว และ ความน่าสงสารในฐานะเหยื่อ ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในตัวละครเดียวได้อย่างน่าเชื่อถือ



ผู้กำกับ Vincenzo Natali คุมโทนของหนังได้อยู่มือ ด้วยการสร้างบรรยากาศที่คลุมเครือ คาดเดาไม่ได้ และไม่น่าไว้วางใจ รวมถึงสร้างความอึดอัดใจให้ผู้ชมด้วยการถ่ายภาพระยะใกล้ และการใช้บรรยากาศในที่แคบเป็นหลัก กระทั่งฉากตึกจากมุมมองภายนอก ก็ยังดูอึดอัดทึมทึบ


แต่หนังกลับอ่อนแรงลงในตอนสุดท้าย ด้วยการพยายามทำตัวเองให้กลายเป็นหนังสัตว์ประหลาดแบบ Jeepers Creepers ที่โฉบไปโฉบมา
แต่อย่างไรก็ตาม หนังยังไม่สูญเสียประเด็นสำคัญที่ต้องการบอกเล่า มากนัก



อีกทั้งด้วยความที่มันเป็นหนัง ทำให้มันไม่สามารถลงลึกในการสำรวจประเด็นที่น่าสนใจได้มากเท่าที่ควร และไม่สามารถครอบคลุมประเด็นทั้งหมดได้ นี่ถ้าทำเป็น Series แล้วให้แต่ละตอนเจาะลึกแง่มุมจิตวิทยาในแต่ละประเด็น คงจะน่าสนใจไม่น้อย







ด้วยประเด็นที่สดใหม่ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ อิทธิพลทางจิตวิทยา ในช่วงอายุ 3–5 ปี (Freud เรียกว่า ขั้นอวัยวะเพศ) ที่ถูกนำเสนออย่างมีชั้นเชิง และประเด็นที่ว่าด้วยเรื่องของ เพศสภาพ


รวมถึงการเดินเรื่องที่น่าติดตาม และการแสดงระดับคุณภาพของนักแสดงหลักทั้ง 3 คน ทำให้ Splice เป็นหนัง Drama Sci-fi ชั้นดี เรื่องหนึ่ง



นี่ถ้าหนังทรงพลังกว่านี้ และมีตอนจบที่น่าประทับใจมากกว่านี้ หนังน่าจะติดอันดับ 1 ใน 10 หนังแห่งปี ของหลายๆสถาบันได้ไม่ยาก





8 / 10 ครับ








หมายเหตุ



1. อมนุษย์ คือ สิ่งที่มีรูปร่าง เค้าโครงคล้ายๆ มนุษย์ แต่ไม่ใช่มนุษย์

อมนุษย์ ใช้เป็นคำเปรียบเทียบในแง่ลบ ถึงมนุษย์ด้วยกันเองที่มีนิสัย มีความประพฤติไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไป

ที่มา Wikipedia



2. ทฤษฎีจิตวิทยา เรื่อง “ปมเกลียดแม่” หาอ่านได้ตามหนังสือจิตวิทยาทั่วไปครับ (คือจะบอกว่า อ้างอิงไม่ถูกครับ เพราะผมประมวลจากความรู้ที่เคยอ่านมาหลายๆเล่ม แถมบางเล่มก็อ่านมานานแล้วด้วย )



3. ไม่ได้เรียนจิตวิทยามาโดยตรง อาศัยว่าชอบเลยอ่านเล่นบ่อยๆ ใครมีคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะก็บอกกล่าวได้เลยครับ


Create Date : 28 สิงหาคม 2553
Last Update : 28 สิงหาคม 2553 7:47:21 น. 11 comments
Counter : 7795 Pageviews.

 
ปล.



ขอแนะนำเพลง "ฉันจะโชคดีแบบแม่ของฉันนี้บ้างไหม" ของ นาเดีย


เพราะเนื้อหามันช่างเข้ากับฉากที่ Dren แอบดู Clive และ Elsa มี Sex กันจริงๆ



"........ อย่างที่พ่อของฉัน ทำให้แม่ของฉัน ความสุขขนาดนั้นฉันเองอยากรู้ว่ามีอีกหรือไม่ ........"



ลองกดฟังครับ



โดย: navagan วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:6:27:41 น.  

 
คิดเหมือนกันเลยว่า หนังเรื่องนี้เหมือนดูละครเวที ให้อารมณ์ทีแปลกต่างจากหนังฮอลลีวู้ด


โดย: forever movie IP: 58.8.74.26 วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:11:22:56 น.  

 
อยากดูมากครับเรื่องนี้ แต่ไม่รู้ว่าจะโรงหรือแ่ผ่น??? T_T (ไม่กล้าอ่านเหมือนเคยครับ ขออภัยๆ ==')


โดย: Seam - C IP: 58.9.190.5 วันที่: 1 กันยายน 2553 เวลา:14:35:41 น.  

 
ดูแล้ว รู้สึกไม่ชอบเลยอ่ะ แบบสงสารนางเอก และมันแขยง ไงก็ไม่รู้


โดย: aokto.com IP: 27.130.211.129 วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:1:41:50 น.  

 
โดยส่วนตัวแล้ว ชอบดูหนังแนวๆ นี้ คือถ้าไม่โหด ก็ชวนแหวะ Splice ถึงจะโหดน้อยไปนิด แหวะน้อยไปหน่อย
แต่ก็มีข้อคิดแฝงไว้ในเรื่องด้วย
ชอบค่ะ เรื่องนี้


โดย: Blue_eyes IP: 111.84.181.225 วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:21:01:57 น.  

 
เป็นหนังที่ดราม่า-ไซไฟ ที่ดีนะครับ แต่เสียที่หน้าหนังนี่แหละ ทำให้คนเข้าใจผิดเยอะ

ผมว่าตัวหนังทำได้ละเมียดละมัยดีนะ แต่ได้อ่านบทความของคถณNavaganแล้วก็เข้าใจหนังมากขึ้นครับ

ขอบคุณที่เขียนบทความดีๆครับ


โดย: ่jakk IP: 125.24.213.231 วันที่: 10 มีนาคม 2554 เวลา:23:56:30 น.  

 
เพิ่งมาได้อ่านบทความนี้ค่ะ ขอบคุณสำหรับการดขียนวิจารณ์ดีๆค่ะ ทำให้ชวนฉุกคิดต่อยอดไปอีกหลายประเด็น ชอบค่ะหนังเรื่องนี้


โดย: neil IP: 124.122.153.49 วันที่: 12 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:29:24 น.  

 

เพิ่งดู Big Cinema เรื่องนี้จบเมื่อกี๊ เราว่าเรื่องนี้โอเคนะ แต่ชื่อภาษาไทย ทำให้เรื่องนี้ค่อนข้างไม่เหมือนกับที่คิดไว้ นึกว่าจะเป็นหนังแอคชั่นเลือดสาดอะไรประมาณนี้ = =a
อีกอย่างเมื่ออ่านบทวิจารณ์แล้วทำให้เราเข้าใจสิ่งที่หนังถ่ายทอดลึกซึ้งมากขึ้น ขอบคุณค่ะ ^_^


โดย: Neona IP: 27.130.35.225 วันที่: 9 กันยายน 2555 เวลา:1:22:49 น.  

 
เพิ่งดูจบ เมื่อกี้เช่นกัน ได้อ่าน บทวิเคราะห์ เพลินไปเลย กด like ให้ครับ สะท้อนออกมาเป็นฉากๆ ได้อย่างดี ว่าแต่ว่า ภาคต่อกำลังสร้างอยู่หรือเป่า หรือว่ามีแล้วครับ พอดีไม่ค่อยได้ติดตาม


โดย: SANTOS IP: 180.180.105.36 วันที่: 9 กันยายน 2555 เวลา:1:40:47 น.  

 
Thanks for the sensible critique. Me & my neighbor were just preparing to do some research on this. We got a grab a book from our area library but I think I learned more clear from this post. I am very glad to see such excellent information being shared freely out there.
Ray Ban Clubmaster //www.artworkboutique.com/


โดย: Ray Ban Clubmaster IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:3:05:34 น.  

 
What's up to every body, it's my first visit of this blog; this weblog carries remarkable and in fact good material in support of readers.
mulberry outlet //www.tnsi.com/pinterests.aspx


โดย: mulberry outlet IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 สิงหาคม 2557 เวลา:16:57:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.