All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
18 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
*** Body of Lies *** ร่างลวงที่ถูกหลอกใช้

*** Body of Lies ***






ระยะหลังๆนี้ เรามักจะเห็น หนังที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง เยอะมากๆ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องทางตรง หรือ ทางอ้อม


Body of Lies คือเรื่องล่าสุด ที่ออกมาพบกับผู้ชมในช่วงนี้


Body of Lies ว่าด้วย เรื่องราวของ การปฏิบัติการของ CIA ในการติดตามหัวหน้า ผู้ก่อการร้ายตัวเอ้ Al-Saleem (Alon Abutbul) ที่วางระเบิดตามสถานที่สำคัญ หลายแห่งในยุโรป


โดยหนังนำเสนอภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ CIA 2 คน




คนแรก คือ เจ้าหน้าที่ภาคสนาม Roger Ferris ( Leonardo DiCaprio )

ส่วนอีกคนคือ เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่คอยออกคำสั่ง Ed Hoffman (Russell Crowe)






เนื่องจากผู้ก่อการร้ายยุคใหม่ เลือกที่จะใช้การสื่อสาร และออกคำสั่งภายในกลุ่มด้วยวิธีแบบโบราณ นั่นคือ ออกคำสั่งโดยตรง แบบปากต่อปาก คนต่อคน โดยใช้เทคโนโลยีให้น้อยที่สุด จึงเป็นเรื่องยากมากที่ทาง CIA จะลักลอบดักฟังสัญญาณ หรือตรวจสอบ ด้วยเทคโนโลยีไฮเทคที่ตัวเองมี


ในเมื่อผู้ก่อการร้ายใช้วิธีการเก่าๆ CIA ก็ต้องใช้วิธีการเก่าๆบ้าง นั่นก็คือ การส่งเจ้าหน้าที่ลงไปหาข่าวในพื้นที่แบบคลุกวงใน



และนั่นก็คือหน้าที่ของ Ferris โดยมี Hoffman คอยบัญชาการโดยตรง






ความจริงแล้วจะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะหลายครั้งหลายครา ที่ Ferris เหมือนถูก Hoffman หลอกใช้มากกว่า โดยการใช้สายของเขา หรือกระทั่งตัว Ferris เอง เป็นเหยื่อล่อ หรือ เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมหมากรุกที่เขาเล่นอยู่ (Ferris อาจมีความสำคัญระดับ “เรือ” หรือ “ม้า” ส่วนคนอื่นๆก็แค่ “ตัวเบี้ย” ที่พร้อมจะสละได้ทุกเมื่อ)


ซึ่งมีหลายครั้งที่สายของเขาต้องจบชีวิต นั่นทำให้ Ferris ไม่ค่อยพอใจ Hoffman นัก



หลังจากได้ข้อมูลมาว่า Al-Saleem มีแหล่งเครือข่ายอยู่ใน Jordan Ferris จึงถูกส่งไปที่นั่น โดยHoffman สั่งให้ ร่วมมือกับหน่วยข่าวกรองของ Jordan ซึ่งมี Hani (Mark Strong) เป็นหัวหน้าคุมอยู่


โดย Hoffman สั่งห้าม Ferris ให้ข้อมูลที่หาได้แก่ Hani แต่ให้เอาข้อมูลจาก Hani ให้มากที่สุด





เพื่อความคืบหน้าของงาน Ferris ไม่เชื่อที่ Hoffman สั่ง แต่กลับไปตกลงกับ Hani ว่าจะร่วมมือกัน และร่วมแบ่งปันข้อมูลทั้งหมดที่มีด้วยกัน


Hani ยอมตกลง โดยมีข้อแม้ว่า Ferris ห้ามโกหกเขาแม้แต่นิดเดียว



และใน Jordan นี่เอง Ferris ได้ปิ๊งรักกับ Aisha (Golshifteh Farahani) พยาบาลสาวคนหนึ่ง


แต่เพราะการชอบเล่นซ้อนแผนพวกเดียวกันเอง โดยไม่บอกกล่าวกัน ของ Hoffman ทำให้ ปฏิบัติการร่วมของ Ferris และ Hani พังไม่เป็นท่า แถม Ferris ยังเกือบถูกฆ่า



ยังดีที่ Hani ยังให้เวลา Ferris หนีออกจาก Jordan






Ferris กลับมา America จนได้

แม้ Ferris จะไม่พอใจ Hoffman แต่เพื่องานที่เขาทุ่มเท เขายังร่วมงานกันต่อไป โดยคราวนี้ Ferris เป็นคนออกไอเดีย ว่า


“ในเมื่อหาตัว Al-Saleem ยากนัก ทำไมไม่ให้มันมาหาเราเอง”



ว่าแล้วทั้งคู่ก็ร่วมกันปฏิบัติการลับที่คนอื่นๆใน CIA ไม่รู้ นั่นคือ การอุปโลกน์ ผู้ก่อการร้ายขึ้นมาคนหนึ่ง สร้างการก่อวินาศกรรมปลอมๆขึ้นมา และอ้างว่าเป็นฝีมือของคนคนนั้น ซึ่งมีอุดมการณ์เดียวกันกับ Al-Saleem เพื่อให้ Al-Saleem ติดต่อมาหาเอง


โดยชายผู้ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นผู้ก่อการร้ายปลอมๆ นั่นก็คือ Omar Sadiki (Ali Suliman) สถาปนิกหนุ่ม ผู้ซวยสุดๆ


และเรื่องราวของแผนซ้อนแผนก็เกิดขึ้นหลังจากนี้






(จากนี้ไปมีการเปิดเผยจุดหักเหของภาพยนตร์)




ขณะที่แผนการสร้างผู้ก่อการร้ายปลอม กำลังดำเนินไปด้วยดี

Ferris ถูก Hani เรียกตัวกลับไปช่วยงานที่ Jordan อีกครั้ง

คราวนี้ Ferris ได้สานสัมพันธ์ต่อกับ Aisha จนเกิดความรักที่ลึกซึ้งขึ้น

ไม่นาน Al-Saleem จับได้ว่า ที่แท้ แล้ว Sadiki เป็นผู้ก่อการร้ายเก๊ ที่ถูกสร้างขึ้นมา โดย Ferris


Ferris พบว่า Aisha ถูก Al-Saleem จับตัวไป เพื่อขอแลกตัวกับตนเอง

Ferris ยอมแลกตัวเองกับเธอ

Al-Saleem ต้องการที่จะฆ่า Ferris และ อัดวิดีโอไว้

แต่ในขณะที่ Ferris กำลังจะถูกฆ่า Hani ก็มาช่วยไว้ได้อย่างหวุดหวิด พร้อมทั้งจับตัว Al-Saleemได้สำเร็จ




สรุปแล้วนี่คือแผนการของ Hani โดยร่วมมือกับ Hoffman


Hoffman บอกแผนเรื่องการสร้างผู้ก่อการร้ายเก๊ กับ Hani และให้ Hani เรียกตัว Ferris กลับไป

จากนั้นทำให้ Al-Saleem รู้ว่าที่จริงแล้ว Sadiki ถูก Ferris สร้างขึ้นมาเพื่อหาทางจับตัวเขา

ทำให้ Al-Saleem สนใจตัว Ferris

จากนั้น Hani ก็หลอก Ferris ว่า Aisha ถูก Al-Saleemจับตัวไป เพื่อของแลกตัวกับ Ferris

จากนั้นก็จัดการส่งตัว Ferris ไปให้ Al-Saleem

เพื่อตามรอย และ จับตัว Al-Saleem โดยใช้ Ferris เป็นเหยื่อล่อ



*** อันนี้เป็นความเข้าใจส่วนตัวนะครับ จากการดูเพียง หนึ่งรอบ

ก็ไม่แน่ใจว่าถูกต้องแค่ไหน เดี๋ยวออก DVD จะเช็คอีกที ***




(สิ้นสุดการเปิดเผยจุดหักเหของภาพยนตร์)





หลังจากไม่ได้ดูหนังในโรงมา เกือบ 2 เดือน

พอมีเวลาว่าง ผมก็เลือกดูเรื่องนี้ครับ โดยที่ไม่ได้คาดหวังมากมายนัก

แม้คะแนนวิจารณ์ใน IMDB (ในตอนนั้น)สูงถึง 8.0 แต่ metacritic ได้แค่ 58 อยู่ในระดับกลางๆ



Body of Lies เป็นหนังที่ขึงขังตามสไตล์ของ ลุง Ridley Scott เขาหล่ะครับ

ฉากแอ๊คชั่นต่างๆ ออกมาดีมากครับ แม้มีไม่กี่ฉาก แต่คุ้มจริงๆ แต่ก็เหมือนกับหนังสายลับแนวๆนี้ทั่วๆไป ที่เสนอภาพ การหักหลัง การโกหก การหลอกและถูกหลอกใช้ การไร้ซึ่งความไว้วางใจ รวมถึงสภาพจิตใจของสายลับ แต่การดำเนินเรื่องถือว่าน่าติดตาม ในระดับหนึ่ง มีความระทึกเป็นช่วงๆ





แม้บทหนังจะไม่ได้ซับซ้อนนัก แต่รายละเอียดมันก็เยอะมากๆ

แม้อาจมีข้อสงสัยถึงความไม่สมจริงบ้าง อย่างทำไม ปฏิบัติการใหญ่ๆระดับนี้มีสายลับแค่คนเดียว ทั้งที่น่าจะมีทีมประสานงานมากกว่านี้ หรือ ความสัมพันธ์แบบยอมตายแทนกันได้ ของ Ferris กับ Aisha ยังดูไม่น่าเชื่อเท่าไหร่ ว่ารักกันมากมาย แต่การเดินเรื่องที่ฉับไวก็ทำให้มองข้ามจุดเหล่านี้ไปได้

ดูแล้วนึกถึง หนังสายลับที่โยงใยสมจริงกว่านี้ และเข้มถึงใจอย่าง Syriana



อีกอย่างจากชื่อเรื่อง Body of Lies และเนื้อเรื่องโดยรวม คิดว่าในหนังสือของ David Ignatius น่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องของการสร้างผู้ก่อการร้ายเก๊ เป็นจุดเด่นของเรื่อง


แต่ในหนังกลับปูพื้น และให้น้ำหนักในช่วงก่อนหน้านี่มาเกินไปหน่อย ข้อดีก็คือ คนดูเข้าใจสถานการณ์ และ รู้จักนิสัยตัวละครต่างๆได้ดีขึ้น ข้อเสียก็คือ คนดูจะรู้สึกว่ากว่าจะเข้าประเด็นสำคัญของเรื่องก็ปามาเกือบชั่วโมง ทำให้ความรู้สึกคนดูลดฮวบ และต้องเร่งเครื่องกันใหม่ เมื่อเข้าสู่ ช่วงหลัง


และกับจุดหักเห และการหักหลังต่างๆ ก็ดูธรรมดา ไม่ได้รู้สึกว่าเหนือชั้นมากนัก







แม้จะมีหลายคนเอาไปเทียบกับ Spy Game ของ Tony Scott (น้องชายแท้ๆ ผู้กำกับ Ridley Scott)


ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยคล้ายกันเท่าไหร่นะครับ

Spy Game นี่เน้น การหักเหลี่ยมเฉือนคมกันใน CIA มากกว่า โดยมีเรื่องราว Flash Back ที่เป็นเหมือนการรำลึกความหลังในช่วงสงครามเย็น (ประมาณ แฟนฉัน เวอร์ชั่น สงครามเย็นน่ะ)

ส่วน Body of Lies เน้นภาพการทำงาน ระหว่าง 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายวางแผน และ ภาคสนาม


แต่ให้เทียบกันจริงๆ ผมชอบ Spy Game มากกว่าครับ






พูดถึงนักแสดง แต่ละคนเล่นดีครับ ไม่เว้นแม้แต่ตัวประกอบทั้งหลาย


Leonardo Dicaprio ในบท Ferris เผยให้เห็นถึงความขัดแย้งของตัวละครนี้ได้ดีทีเดียว แม้เขาจะมีความรับผิดชอบต่องานสูง พร้อมที่จะเสียสละชีวิต แต่ใจหนึ่งก็รู้สึกผิด และมีมนุษยธรรม ที่ต้องเอาชีวิตของคนอื่นมาเป็นแค่หมากในกระดาน อีกทั้งความใจร้อน และพลังของคนหนุ่มที่เขามี

ซึ่งแตกต่างจาก Hoffman ของ Russell Crowe ที่เป็นรุ่นใหญ่ ดูเก๋าเกม ประสบการณ์เยอะ และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ แม้กระทั่งเอาชีวิตคนบริสุทธิ์ หรือลูกน้องตัวเองไปเสี่ยง


แต่ก็เหมือนใน American Gangster (ผลงานร่วมของ Crowe และ Scott ชิ้นก่อนหน้า) ที่ด้วยบทบาทที่ได้รับ ทำให้ Crowe ไม่ค่อยได้แสดงฝีมืออะไรนัก



ส่วนที่น่าจับตามองที่สุดหนีไม่พ้น Mark Strong ในบท Hani ด้วยมาดที่ดูเข้ม น่าเกรงขาม ทำให้ข่มทุกคนในเรื่อง แม้กระทั่ง สองดารานำของเรื่อง (DiCaprio เข้าชิงออสการ์ มาหลายครั้ง แถมบทเด่นกว่าเห็นๆ ส่วน Crowe ชนะหนึ่งออสการ์) Strong ยังข่มทั้งสองคนมิดเลยครับ





คิดว่าตัวหนัง ไม่ได้เข้าข้างอเมริกา หรือ โจมตีอเมริกา เป็น พิเศษ

เพียงแต่ให้ภาพทั้งฝ่ายอเมริกา และ ฝ่ายผู้ก่อการร้าย ในแบบ ที่ทำทุกอย่างได้ โดยไม่เกี่ยงแม้แต่ชีวิตคน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ เหมือนๆกัน โดยผู้ที่ซวยที่สุดคือเหล่าผู้บริสุทธิ์ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ

ซึ่งคนอย่าง Ferris ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น




และจากที่ Hoffman พูดกับ Ferris ในตอนหนึ่งว่า




“ที่เราทำก็เพื่อปกป้องคนทั้งโลก Hani ก็แค่ห่วงประเทศของตัวเองเท่านั้น”



สะท้อนความคิดที่ว่า “ข้านี่แหล่ะ คือ ตำรวจโลก” ของอเมริกา ได้อย่างดีทีเดียว




7 / 10 ครับ








หลายคนอาจงง ว่าประเทศต่างๆในเรื่อง นี่มันเชื่อมต่อกันอย่างไร

เลยลงแผนที่ไว้ให้ดูประกอบครับ





Create Date : 18 ตุลาคม 2551
Last Update : 19 ตุลาคม 2551 12:22:00 น. 19 comments
Counter : 6940 Pageviews.

 
โอ้ว อาลี สุไลมาน เล่นด้วยเหรอครับ
(อ่านของคนอื่น คงเพราะกลัวสปอยล์ เลยไม่ได้พูดถึงเขากัน)
ชอบเขาตั้งแต่ paradise now

ว่างๆ จะไปดูพี่อาลี กับ มาร์ค สตรอง ^^


โดย: nanoguy IP: 125.24.171.78 วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:17:16:22 น.  

 
นี่มันหนัีงรวมดาวชาว Paradise Now ชัดๆ 55555
นอกจาก อาลี สุไลมาน แล้วยังมี คาอิส นาชิฟ แล้วก็ ลุบน่า อซาบัล อีกด้วย
(สองคนแรกใน PN เป็นสองพระเอก ส่วนคนหลังสุดคือนางเอก - ในเรื่องนี้ นาชิฟเป็นคารามี่ แล้วอซาบัล เป็นพี่สาวของไอช่า)

ส่วนแผนการ คิดว่าที่สรุปมาน่าจะถูกต้องแล้วครับ แต่ผมว่ามันยังไม่เนียนเท่าไหร่ เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง เพราะบางจุดมันยังไม่เมคเซนส์ว่าเหตุการณ์จะเป็นไปตามแผนได้ง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรือนี่ (หมายถึงในหนังนะ ไม่ใช่ที่สรุปมา)

การแสดง ผมดูเรื่องนี้แล้วรำคาญ ลีโอ มากๆ เพราะพี่แกเล่นเหมือนตอนเล่น The Departed เด๊ะเลย 55555555
เ้ลยไปเชียร์ มาร์ค สตรอง มากกว่า แต่ก็ไม่ได้โดนใจอะไรมากมาย (ชอบ รัสเซล โครว์ มากกว่าตอนแกเล่น American Gangster)

ชอบหนังมากกว่า AG นะครับ โดยรวมๆ มันไม่อืดถืดเอื่อยเนือยเหมือนเรื่องนั้น


โดย: ืnanoguy IP: 125.24.129.186 วันที่: 19 ตุลาคม 2551 เวลา:1:20:48 น.  

 
อย่างที่คุณ nanoguy ว่าไว้ นี่มันหนังรวมดาว Paradise Now ชัดๆ




ส่วนเรื่องสรุปผมก็ไม่ชัวร์นักครับ (สปอยล์)


เพราะมีคนใน Pantip แย้งมาเหมือนกันว่า


ไม่เห็นฉากไหนที่แสดงว่า Hoffman แอบร่วมมืออับ Hani เลย



คือ ผมก็ประเมินเอา น่ะครับ ไม่ชัวร์ ลองฟังเหตุผลดู


ตามปกติ คนอย่าง Hoffman จะไม่ทำอะไรที่ไม่มีประโยชน์


เพราะฉะนั้น การที่เขาจะยอมช่วยเหลือ Ferris ในการ แลกตัว กับ Aisha มันดูผิดวิสัยของ Hoffman

เขาคงไม่อยากเอาลูกน้องมือดีอย่าง Ferris มาช่วยผู้หญิงที่ไม่มีประโยชน์กับงานนัก



แล้วอีกอย่าง เขาไม่ยอมปล่อย ให้คนที่รับรู้ข้อมูลมากๆ อย่าง Ferris ไปอยู่ในมือฝ่ายตรงข้ามแน่นอน เพราะอาจถูกรีดข้อมูลได้

เขาคงฆ่า Ferris ไปแล้ว เหมือนที่ทำกับสายคนอื่นๆ ครับ



แต่ที่เขายอมส่ง Ferris ให้ Al-Saleem เนื่องจากเขาต้องการใช้ Ferris เป็นตัวล่อ (เหมือนในตอนต้น ที่เขาเอาผู้ก่อการร้ายกลับใจ เป็นเหยื่อ เช่นกัน)

แต่วิธีที่จะติดตาม Ferris ไปหา Al-Saleem ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีใดๆของตนเองได้



เขาก็ต้องพึ่งพา Karami (สายของ Hani ในแก๊งค์ ที่ตอนกลางๆเรื่อง Hoffman พยายามจะซื้อตัวจาก Hani)



ก็เลยคิดว่า ต้องมีการร่วมมือกันระหว่าง Hani กับ Hoffman น่ะครับ แต่ไม่รู้ใครติดต่อใครก่อน



คงต้องดูอีกรอบหล่ะครับถึงจะชัดเจน ไม่งั้นใครที่ดูมาแล้วก็ช่วยกันแชร์ความคิดหน่อยครับ


โดย: navagan วันที่: 19 ตุลาคม 2551 เวลา:9:33:50 น.  

 
(สปอยล์)

หลังจากนั่งคิดๆดู ผมพอนึกออกแล้วครับว่าจุดโหว่ที่ผมว่าคืออะไร

"ถ้าเอาตามนิสัยตัวละคร"
ต้องมีร่วมมือกันอยู่แล้วแหละครับ ตามตรรกะที่ว่ามา เพราะมันเอื้อให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว

ทว่า จุดที่อัลซาลีมใช้รถตีวนเป็นฝุ่นตลบนั่นแหละครับ ที่ทำให้มันไม่ชัด
เพราะการร่วมมือตามตรรกะที่ว่ามานั้น ต้องเกิดขึ้นหลังจากที่ฮอฟฟ์แมน "พลาด" ในการตามเฟอร์ริส แล้วจึงใช้คารามี่เป็นเครื่องมือในการณ์นี้

ซึ่งผมก็ไม่ค่อยเชื่อว่า ฮานี่ จะตามมาได้เร็วขนาดนั้น หากไม่ทราบเรื่องมาก่อน หรือจะบอกว่าฮอฟฟ์แมนร่วมมือกับฮานี่ไว้ก่อน ก็ดูจะผิดประหลาดไปหน่อย เพราะการใช้คารามี่(่ผ่าน ฮานี่) มีเงื่อนไขคือ อุปกรณ์ดาวเทียมที่ฮอฟฟ์แมนใช้ ถูกทำให้เสื่อมลงด้วยกลยุทธฝุ่นตลบของอัลซาลีม เสียก่อน มิฉะนั้นแล้วคารามี่ก็ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด

แล้วมันก็จะไปขัดๆ กับตอนแรกอีกแล้ว เพราะการลักพาตัวไอช่าไป ก็เป็นแผนของฮานี่ ซาลามไม่ใช่รึ. สรุปว่าฮานี่กับฮอฟฟ์แมนมันร่วมมือกันหรือเปล่า(วะ) เพราะ timeline ตรงนี้ดันขัดกันเองเสียนี่

หรือคิดว่ายังไงครับ (เอ๊ะนี่จะมีเราคุยกันสองคนหรือนี่ 55+)


โดย: ืnanoguy IP: 125.24.114.120 วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:10:41:14 น.  

 
ไม่คุยแต่นั่งฟังได้ไหม (ฮา)


โดย: BloodyMonday วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:14:33:50 น.  

 
แสดงความคิดเห็นดีกว่า เดี๋ยวเจอไล่กลับบ้าน

(เปิดเผยเนื้อหาน่ะ)
เราเห็นด้วยกับ นาโน ที่ ฮอฟฟ์แมน ไม่น่าจะร่วมมือกับ ฮานี่ อย่างที่ฉากฝุนตลบนั้นก็หนึ่งล่ะ (ฮอฟฟ์แมน คงไม่มาอึ้งหลอกลูกน้องอีกตลบหรอกครับ) สองก็คือการที่แฟนพระเอกถูกจับไปนี้เป็นแผนของ ฮานี่ (ซึ่งก็ถูกอธิบายในตอนสุดท้ายเช่นกัน)

ผมว่าเรื่องนี้คงไม่ถึงต้องวิเคราะห์ให้เกินสิ่งที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์หรอกครับ เพราะทุกสิ่งมันก็ถูกนำเสนอเอาไว้อยู่แล้ว


โดย: BloodyMonday วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:14:41:56 น.  

 
^
^
^
^

555+ ผมอาจคิดมากไปเองก็ได้ครับ อย่างที่ คุณ nanoguy กับ คุณ BloodyMonday ว่า


แต่คือแปลกๆ ตั้งแต่ตอนดูแล้วครับ



ไม่เข้าใจว่า Hoffman จะเอาตัว Ferris ไปแลกกับ Aisha ทำไม
เพราะ Hoffmanน่าจะรู้ดี ว่ายากมากที่จะตามFerris เจอ ไม่น่าเอาเรื่องใหญ่มาเสี่ยง
คิดว่าคนอย่าง Hoffman คงปล่อย Aisha ให้ตายไป



คือตอนแรกหลังจากดูจบใหม่ๆ ผมก็คิดว่าเป็นแผนของ Hani คนเดียวน่ะครับ ไม่เกี่ยวกับ Hoffman

แต่นอนคิดไปคิดมา ว่าคนอย่าง Hoffman ไม่ยอมเอา Ferris (และข้อมูลทั้งหลายที่อยู่กับตัวเขา)ไปเสี่ยงแน่นอน



ก็เลยคิดว่า ที่ยอมปล่อยให้เกิดการแลกตัว น่าจะต้องมีอะไรสักอย่างที่เขาได้ประโยชน์
คิดว่า Hani อาจจะร่วมมือกันลับๆกับ Hoffman ก็ได้



แล้วที่ว่าร่วมมือกันน่ะ ก่อนที่ Aisha จะถูกจับตัวไปอีกครับ ไม่ใช่หลังจากที่ Ferris ถูกจับไปแล้ว



คือถ้า Hani ไม่มาบอก Hoffman ก่อน ว่ามีแผนยังไง Hoffman คงไม่เอา Ferris ไปแลกหรอกครับ
แล้วที่ยอมร่วมมือกับ Hani ก็เพราะ Hani มีไม้เด็ดกว่า (ที่Hoffman อยากได้นักหนา) ก็คือ Karami ที่เป็นสายภายใน



แฮ่ะ ๆ จะว่าไป ผมอาจคิดมากเกินไปก็ได้

ว่าไงมาถกกันต่อนะครับ รอฟังอยู่


โดย: navagan วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:21:31:26 น.  

 
นั่นแหละครับ ผมถึงบอกไปตอนแรกว่า ถ้าดูตามนิสัยตัวละคร มันเอื้อให้เกิดลักษณะสมมติฐานแบบที่คุณ นวกานต์ ว่ามา เพราะมันลงล็อกทุกอย่าง
(เพราะจะอ้างว่า ต้องยอม Ferris เพราะว่าเขาเป็นมือหนึ่ง ก็ยิ่งฟังไม่ขึ้น เมื่อพิจารณาจากตอนจบของหนัง ที่เขายอมให้เฟอร์ริสลาออก)

เพียงแต่ในแง่ของ timeline และความสอดคล้องด้านเงื่อนไข มันออกจะประหลาดๆเกินไป...
ถ้าหนังแก้บทตรงนี้ได้ ผมว่าจะสมบูรณ์ขึ้นพอตัวเลย แล้วหนังจะมีมิติมากขึ้นด้วยครับ

พูดๆไป ผมก็ยังเสียดายตัวละคร ฮานี่ ซาลาม ที่น่าจะออกแบบให้ลุ่มลึกและสมจริงได้มากกว่านี้ ทั้งที่ออกแบบบุึคลิกภายนอกได้น่าจดจำแล้วเชียว


โดย: ืnanoguy IP: 125.24.172.137 วันที่: 22 ตุลาคม 2551 เวลา:1:59:22 น.  

 
อ่า...เปิดเผยเนื้อหากันเพียบ
เลยต้องขอตัวผ่านมาข้างล่างเลย หุหุ

ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ คงเร็วๆนี้แหละ


โดย: renton_renton วันที่: 22 ตุลาคม 2551 เวลา:6:36:25 น.  

 
อืม อ่านๆดูแล้ว


ผมว่าผมคิดมากไปแหล่ะ

เรื่อง Timeline และความสอดคล้องทางด้านเงื่อนไข ที่คุณ nanoguy ว่ามา น่าจะสำคัญกว่านะครับ

เมื่อเทียบกับนิสัยตัวละคร



อยู่ๆ Hoffman อาจมีคุณธรรมขึ้นมาก็ได้

หรืออาจคิดว่าเทคโนโลยีที่ตัวเองมีคงได้ผล ถ้าใช้ Ferris เป็นตัวล่อ คงหา Al-Saleem เจอ ชัวร์ (แล้วทำไมไม่ติดอุปกรณ์บอกตำแหน่ง อะไรสักอย่างหล่ะเนี่ย)



หรือว่า คนเขียนบทยังไม่รัดกุมพอ บทจึงมีช่องโหว่อยู่บ้าง

หรือว่า ผมคิดมากไปเอง งงเอง (เพราะตอนคิด จำรายละเอียดได้ไม่มากนัก)

น่าจะเป็นอย่างหลังมากว่าแฮะ


ปล.
ขอบคุณ คุณ nanoguy คุณ BloodyMonday แล้วก็ คุณ renton_renton นะครับ
ที่แวะมาเยี่ยมกันบ่อยๆ


โดย: navagan วันที่: 22 ตุลาคม 2551 เวลา:19:53:07 น.  

 
5555 เห็นด้วย
มีถึงขั้นกล้องดาวเทียม แค่ตัวติดสัีญญาณ ก็น่าจะทำได้นะ (ขนาดดอกเตอร์อากาสะ นักวิทยาศาสตร์ต๊อกต๋อย ยังทำได้เลย)

อย่างน้อยถึงจะโดนค้นเจอทีหลัง ก็ทำให้รู้ได้น่ะว่ามันขึ้นรถคันไหนไป
(หรือว่าพี่แกมั่นใจกล้องแกมากกกกก ก็ไม่รู้)


โดย: nanoguy IP: 125.24.172.137 วันที่: 22 ตุลาคม 2551 เวลา:20:33:09 น.  

 
เออแฮ่ะ 555+

ว่าแต่ไอ้กล้องตัวนี้มันมีจริงในโลกปัจจุบันรึเปล่า มีใครพอให้ข้อมูลได้ไหมครับ เพราะถ้าเกิดมีการนำใช้กันจริงๆ (ซึ่งมันก็เป็นอุปกรณ์ที่ดูน่าเชื่อถือพอ มากกว่าแค่ที่จะปรากฎอยู่โลกนิยายวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว) ผมว่ามันคงเป็นเทคโนโลยีที่น่ากลัวเลยทีเดียวเชียวล่ะ...


โดย: BdMd IP: 124.120.66.214 วันที่: 22 ตุลาคม 2551 เวลา:23:45:50 น.  

 
กล้องที่ถ่ายภาพ ที่คุณ BloodyMonday ถามถึงนี่มีจริงๆครับ



ที่จริงมันไม่ใช่ภาพจากดาวเทียมอย่างที่เข้าใจ

ความจริงมันเป็นภาพที่ถ่าทอดโดยตรงจาก Unmanned Aerial Vehicles หรือ UAV (อากาศยานไร้คนขับ) ครับ


ซึ่งในหนังตอนแรก จะเห็น Ferris แหงนหน้าขึ้นไปมอง เห็นขาวๆ เล็กๆ บินอยู่บนฟ้าน่ะครับ


แต่ภาพแบบ real time ที่ได้ จะ delay นิดหน่อยหากต้องส่งข้ามโลก จากอิรัก ไป อเมริกาอย่างในหนัง


โดยความละเอียดที่ได้ สามารถ zoom ลงไปที่ความสูงจากพื้นดินเพียงไม่กี่นิ้ว



ลองอ่านที่ นี่เลยครับ ละเอียดมากๆ

//www.popularmechanics.com/technology/military_law/4286845.html





โดย: navagan วันที่: 23 ตุลาคม 2551 เวลา:2:29:21 น.  

 
โอ๊ะ เขาถกกันไปแล้วในนี้ครับ

//www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X7104679/X7104679.html


เอารูปมาฝาก






โดย: navagan วันที่: 23 ตุลาคม 2551 เวลา:2:40:32 น.  

 
จริงๆก็คิดอยู่ว่าจะเรียกไอ้กล้องนี่ยังไง
เลยโมเมเรียกเป็นดาวเทียมไปก่อน แหะๆๆๆ

น่ากลัวจริงๆ เทคโนโลยีนี้ - -*

มันออกแนวเดียวกับ Eagle Eye รึุเปล่าครับ
(5555555555555555555555)



โดย: nanoguy IP: 125.24.172.137 วันที่: 23 ตุลาคม 2551 เวลา:4:01:50 น.  

 
แฮ่ะๆ ยังไม่ได้ดู Eagle Eye เลยครับ


โดย: navagan วันที่: 23 ตุลาคม 2551 เวลา:13:53:31 น.  

 
เข้ามาอ่านค่ะ น่าสนุกจังเลย
ดาราดีๆทั้งนั้น
ขอบคุณนะคะ


โดย: paninee วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:55:30 น.  

 
ขอวกกลับมาตัวหนังหน่อยนะคับ ^ ^

จากความคิดของผม คิดว่า Hani น่าจะเป็นคนเดียวที่รู้แผนทั้งหมดในการแลกตัว Ferris

เหมือนกับว่า Hani คิดว่าตัวเองเหมือนถูกหลอกใช้จาก Ferris กับ Ed แต่แรก ประกอบกับต้องการจับตัว Al-Saleem จึงกลับมากึ่งๆหลอกใช้ทั้งคู่กลับในตอนท้าย

เป็นความคิดส่วนตัวนะคับ ผิดถูกยังไงก็ขออภัย เพราะดูไปในโรงรอบเดียวเหมือนกัน



โดย: เพื่อนเซฟ IP: 58.8.200.15 วันที่: 6 มกราคม 2552 เวลา:23:27:45 น.  

 
บอกเล่าละเอียดมากเลยค่ะ..ชอบๆ ขอบคุณนะคะ


โดย: ตุ๊กแก IP: 183.88.74.100 วันที่: 7 สิงหาคม 2558 เวลา:1:03:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.