All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
11 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
*** Shutter Island *** Truths and Lies (Vol. 2)

*** Shutter Island ***






ต่อเนื่องจากคราวก่อนนะครับ (Vol. 1) ที่เป็นส่วนของการ "วิเคราะห์" สารของตัวหนัง คราวนี้เป็นส่วนของการ “วิจารณ์” ตัวหนังกันบ้าง



แม้ Shutter Island จะหลุดจากโปรแกรมฉายในฤดูล่ารางวัลปลายปี 2009 ไปอย่างน่าสงสัย เพราะทั้งชื่อชั้นผู้กำกับ นักแสดง รวมถึงเจ้าของเรื่องราวต้นฉบับ ต่างก็เป็นที่ยอมรับในแง่ของคุณภาพแทบทั้งสิ้น


แต่เมื่อได้สัมผัสกับตัวหนังจริงๆ ก็พบว่าคุณภาพโดยรวมของหนังนั้น ถือว่าอยู่ในระดับยอดเยี่ยมเลยทีเดียว เพียงแต่ว่านี่ไม่ใช่หนังในสไตล์ทั่วไปของหนังหวังรางวัล


อีกทั้งเมื่อพิจารณาเทียบกับบรรดาหนังในกลุ่ม “ยอดเยี่ยม” เรื่องอื่นๆของปีที่แล้ว Shutter Island มีโอกาสสูงที่จะไม่ติด Top Ten ประจำปี ดังนั้นการนำมาฉาย ในช่วงต้นปีที่มีการแข่งขันต่ำ น่าจะเป็นผลดีกับตัวหนังมากกว่า ทั้งเรื่องของรายได้ และความโดดเด่น



เป็นอันว่าข้อสงสัยในแง่คุณภาพก็หมดไป







ผู้กำกับ Martin Scorsese คุมหนังทั้งเรื่องอยู่ และประสบความสำเร็จในการสร้างบรรยากาศที่ไม่น่าไว้วางใจ และชวนสงสัย โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของหนัง



ซึ่งเทคนิค และลูกเล่นในการนำเสนอในช่วง 30 นาทีแรกของหนัง เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก เพราะมีทั้งความหวือหวาขายสไตล์ และความน่าสงสัย ซึ่งช่วยสร้างความน่าติดตามให้กับผู้ชมได้อย่างดี


โดยเฉพาะ การตัดต่อที่เป็นเอกลักษณ์ ในช่วงที่ Teddy ไปถึงเกาะใหม่ๆ ที่หนังตัดภาพแบบรวดเร็ว หลายช็อตต่อกัน โดยที่แต่ละภาพจะ Close Up วัตถุในภาพแบบใกล้เกินพอดี รวมถึงการแพนกล้องอย่างรวดเร็วในหลายๆช็อตนั้น ช่วยสร้างความน่าตื่นเต้น ความรู้สึกถูกคุกคาม และความไม่ชอบมาพากล แถมยังสร้างความแปลกใหม่ได้อย่างดี

ที่สำคัญมันสะท้อนสภาพจิตใจที่สับสน และไม่ไว้วางใจในผู้คนและสถานที่แห่งนี้ของ Teddy ให้ผู้ชมได้ร่วมรู้สึกไปกับเขาอย่างเต็มที่





แต่พอถึงช่วงกลางเรื่อง ความน่าติดตามที่มีมากมายในช่วงแรกกลับลดระดับลงไปพอสมควร นั่นทำให้ส่วนของการ “เฉลย” เรื่องราวในตอนสุดท้าย ไม่ peak เท่าที่ควร


ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงน่าจะมาจาก ในช่วงครึ่งหลังนั้น บทหนังเริ่มทำให้ “ความน่าเชื่อถือ” ของตัวละคร Teddy ที่มีต่อผู้ชมค่อยๆลดลงไป นั่นทำให้อารมณ์ร่วมที่ควรจะมีมากขึ้น กลับลดลงไปโดยปริยาย

นอกจากนี้ เมื่อผ่านไปครึ่งเรื่อง ผู้ชมเริ่มจะคาดเดาได้แล้วว่า เกิดอะไรขึ้นกับ Teddy ดังนั้นเมื่อเฉลยมาถึง จึงไม่ประหลาดใจเท่าที่ควร







นอกจากเรื่องราวที่ลึกลับซับซ้อนแล้ว องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้หนังยอดเยี่ยมอย่างที่เป็น ก็คือ “ทีมนักแสดง” โดยเฉพาะตัวละคร Teddy ที่ต้องทำให้ผู้ชม “เชื่อ” และ “เอาใจช่วย” ให้ได้



และผู้ที่มารับบทนี้ก็คือ Leonardo DiCaprio ซึ่งแบกหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อย่างมั่นคง


DiCaprio ในบท Teddy สร้างความผูกพันกับผู้ชมได้สำเร็จตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง นั่นทำให้ผู้ชมคอยเอาใจช่วยเขา และอยู่ข้างเดียวกับเขา ซึ่งถ้าหนังไม่สามารถสร้างความผูกพันแบบนี้ได้ มันก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออารมณ์ของผู้ชมที่มีต่อหนัง โดยเฉพาะในส่วนพลิกผันตอนสุดท้ายทันที





ลองคิดเอาแล้วกันว่า ขณะที่หนังเฉลยทุกอย่างในตอนสุดท้ายว่า ทั้งหมดคือเรื่องในจินตนาการของ Teddy แถมยังลดความน่าเชื่อถือของตัวละครลงไปอีก

ผู้ชมหลายคนยังไม่เชื่อ (สังเกตจากกระทู้ที่ถกกันใน "เฉลิมไทย" ) แต่กลับเชื่อในสิ่งที่ Teddy เชื่อมากกว่า (ว่าเขาไม่ได้บ้า)



คิดดูว่า DiCaprio ประสบความสำเร็จขนาดไหน ในการดึงเอาผู้ชมมาเป็นพวก



(ไม่ได้ฟันธงว่าฝ่ายไหนถูกนะครับ เพราะหนังก็ไม่ได้สรุปตายตัวขนาดนั้น แต่ข้อมูลและเหตุผลของ Teddy น่าเชื่อถือน้อยกว่ามาก)







เช่นเดียวกับ Ben Kingsley ในบท Dr. Cawley นั้น ก็ต้องสร้าง “ความไม่น่าไว้วางใจ” กับผู้ชมให้สำเร็จตั้งแต่ต้นเรื่องเช่นกัน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ Kingsley แต่อย่างใด


ส่วนบท Chuck Aule ของ Mark Ruffalo ในบทคู่หูของ Teddy ที่ปรากฏตัวแทบทุกฉากที่มี Teddy นั้น นอกจากจะคอยป้อนข้อมูลต่างๆให้ Teddy แล้ว ยังป้อนข้อมูลให้กับผู้ชมไปในตัวอีกด้วย



นักแสดงสมทบคนอื่นๆ ต่างก็มอบบทบาทการแสดงในระดับยอดเยี่ยม และไม่ว่าจะมีบทบาทน้อยแค่ไหน ทุกคนต่างก็มีวินาทีที่น่าจดจำเป็นของตัวเอง

โดยเฉพาะ Jackey Earl Harley ที่ออกมาไม่ถึง 5 นาที แต่ก็คุ้มค่า น่าจดจำ ในฐานะตัวละครที่เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด





ในส่วนของงานสร้าง หนังประณีตในทุกๆส่วน โดยเฉพาะ ดนตรีประกอบ ที่ทำหน้าที่เสริมสร้างบรรยากาศ และอารมณ์ของหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ







แม้หนังจะมีอาการแผ่วปลายไปบ้าง แต่ประเด็นของหนังก็ยังคงมีความชัดเจน และคมคาย ซึ่งประเด็นหลักๆ ก็คือ



สัญชาตญาณความรุนแรงในตัวมนุษย์


ความเลวร้ายจากสงครามที่สามารถ “ติดต่อ” ไปยังผู้ใกล้ชิด



และเรื่องของ



“ความจริง” และ “ความลวง”



ซึ่งความยอดเยี่ยมของหนังในส่วนของประเด็นทั้งหลายที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างมีชั้นเชิง รวมถึงการวางเงื่อนงำอย่างมีลูกล่อลูกชนนั้น คงต้องยกคำชมไปให้ Laeta Kalogridis ผู้ดัดแปลงบท และ Dennis Lehane เจ้าของนิยายต้นฉบับ





เอกลักษณ์เดิมๆ ของ Lehane ยังคงมีให้เห็นอย่างเด่นชัดใน Shutter Island ซึ่งใครที่เคยผ่านตาผลงานเก่าๆของเขา อย่าง Mystic River หรือ Gone Baby Gone คงพอจะนึกออก


อย่างแรกเลยก็คือ การตั้งคำถามที่ “ค้าน และ สั่นคลอน” ความเชื่อตามครรลอง หรือค่านิยมทั่วไปของสังคม จนเหมือนเป็น “หมัดเด็ด” ที่อาจจะ Knock ผู้ชมได้ในยกสุดท้าย







ถึงแม้ว่าหมัดเด็ดของ Shutter Island จะไม่แรงถึงขนาดหมัดที่ Knock ผู้ชมเสียสลบใน Gone Baby Gone หรือ ไม่ถึงขั้นพาผู้ชมลงไปนอนนับดาวใน Mystic River

แต่หมัดเด็ดของ Shutter Island ก็คงทำให้ผู้ชมวูบไปชั่วขณะหนึ่งได้เหมือนกัน ด้วยคำถามที่ว่า



ความจริงคือสิ่งที่ดีที่สุดจริงหรือ



และอีกหนึ่งหมัดเด็ดประจำตัวของ Lehane ก็คือ “ตอนจบแบบปลายเปิด” ที่ไม่สรุปความเป็นไปของตัวละครอย่างชัดเจน (แม้ว่าจะแอบชี้นำเล็กน้อย )


ซึ่งทำให้เรื่องราวและชะตากรรมของตัวละคร ติดอยู่ในความคิดของผู้ชมหลังจากดูหนังจบไปอีกนาน







Shutter Island คือ หนังสืบสวน-จิตวิทยา ที่ดูสนุกน่าติดตาม แม้การหักมุมในเรื่องอาจจะไม่สดใหม่ และคาดเดาไม่ยาก แต่หนังยังซ่อนประเด็นที่น่าสนใจทั้งหลายไว้ได้อย่างคมคาย และแนบเนียน


หนังถึงพร้อมในแง่คุณภาพของงานสร้าง ขณะที่การแสดงของนักแสดงทั้งหลายในเรื่องก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมแทบทุกคน



แม้จะไม่ดังกระหึ่มตอนเข้าฉาย แต่ในระยะยาวแล้ว Shutter Island น่าจะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจดจำ และถูกกล่าวถึงในฐานะ หนังสืบสวน-จิตวิทยา ชั้นดี อีกเรื่องหนึ่ง





8 / 10 ครับ








หนังเล่นกับ "ความจริง-ความลวง" อย่างไร

ทำไมต้อง "Truths and Lies"



อ่านเพื่อหาคำตอบได้ใน Vol.1 Click ที่นี่เลยครับ


Create Date : 11 พฤษภาคม 2553
Last Update : 11 พฤษภาคม 2553 15:19:52 น. 16 comments
Counter : 7380 Pageviews.

 
ทักทายยามเย็น ทานข้าวให้อร่อยนะคะ :)


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:43:59 น.  

 
ขอบคุณในบทวิจารณ์นะครับ และขอให้กำลังใจครับ


โดย: ผู้ติดตาม IP: 125.26.173.12 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:52:10 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมชมครับ....



ขอบคุณกับข้อมูลดีๆครับ ทำให้มีมุมมองกว้างขึ้นมากเลย..


โดย: เพื่อนอ้วน IP: 124.122.6.207 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:18:39 น.  

 
วิจารณ์ได้แจ๋วเหมือนเดิม แต่ว่าสงสัยเรื่องนึงน่ะค่ะ ที่คนไข้ผู้หญิงเขียนจ้อความให้เท็ดดี้หนี หมายความว่ายังไงคะ


โดย: tuinui IP: 172.168.1.122, 125.25.178.118 วันที่: 3 กรกฎาคม 2553 เวลา:0:47:14 น.  

 
เขียนเตือนเฉยๆแหล่ะครับ เพราะเธอรู้ว่า Teddy กำลังโดนทดลองอะไรบางอย่างอยู่


โดย: navagan วันที่: 6 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:30:59 น.  

 
ดู VCD พากษ์ไทย

เลยเดาเรื่องได้ เพราะเสียงพากษ์ไม่ใช่เสียงพระเอก
แต่ก็เชียร์อยู่ดี หนังหลาย ๆ เรื่องก็เชียร์โจรอ่ะ โรคจิตเนอะ


โดย: jackal IP: 124.121.244.65 วันที่: 13 สิงหาคม 2553 เวลา:13:40:26 น.  

 
เออ แล้ว ที่มัน เจอ ผู้หญิง ในถ้ำ นี้ มัน ยังไงกันแน่อ่ะ ผู้หญิงมัน ยังบอกเลย ว่า พระเอก สามารถถูกใส่ร้ายได้ อ่ะ

แล้ว ฉาก แรกๆ ที่ พระเอก มันไปสอบสวน ผู้ป่วย ตามหา solando อ่ะ ที่ตอนสัมภาษ ผู้หญิง อ่ะ ที่มันขอน้ำกินอ่ะ ตอนมันกินน้ำ มันไม่มีแก้ว แล้วพอตอน วางแก้ว มัน มีแก้วอ่ะ ตอนเนี้ย มันบ่งบอกอารายรึป่าว อ่ะ ??


โดย: Goppy IP: 117.47.225.144 วันที่: 18 สิงหาคม 2553 เวลา:23:31:25 น.  

 
Teddy น่าจะหลอนไปเองน่ะครับ เรื่องหมอ



ส่วนเรื่องแก้วผมว่าน่าจะเป็น ส่วนที่แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ Teddy เห็น กับสิ่งที่ "ป้าคนบ้า" เห็น และสิ่งที่เกิดขึ้นจริงต่างกัน



*** ภาพแทนสายตา Teddy

ป้าทำท่ากินน้ำด้วยมือขวา แต่ไม่มีแก้ว



*** ภาพแทนสายตาป้า

ในมือป้ามีแก้ว กินน้ำหมดแล้ววาง ด้วยมือซ้าย !!!





ถ้านี่ไม่ใช่ "คำใบ้" ของหนัง แสดงว่าทีมงานพลาดเองครับ



แต่ผมว่าน่าจะจงใจมากกว่าครับ เพราะนักแสดงที่เล่นต้องรู้สิว่า "ตอนถ่ายไม่ได้หยิบแก้ว"


แล้วอีกอย่าง ถ้าผู้กำกับบอกให้ป้านักแสดง "กินน้ำ" เฉยๆ ป้าคงหยิบแก้วน้ำขึ้นกินจริงๆ

แต่ที่ไม่หยิบแก้วคงโดนสั่งมามากว่าครับ ว่า "ไม่ต้องหยิบแก้ว"


โดย: navagan วันที่: 19 สิงหาคม 2553 เวลา:4:36:47 น.  

 
อยากจะดูเรื่องนี้มานานแล้วค่ะ แต่ธีมหนังมันออกแนวอึดอัดยังไงซักอย่าง ไม่กล้าดูคนเดียวด้วย พอดีเคเบิลที่บ้านเอามาเปิดก็ดู ดูไม่จบมันงงซะก่อน ก็เลยมาหาอ่านวิจารณ์
แต่แล้วก็เสียใจ น่าจะดูก่อนมันจะได้ใช้สมองลองคิดอะไรบ้างอ่ะค่ะ


โดย: ayanei IP: 192.168.9.71, 125.27.116.178 วันที่: 20 สิงหาคม 2553 เวลา:16:56:55 น.  

 
สิ่ง ที่ คนบ้าเห็น และ ที่ สิ่งที่ Teddy เห็น มันต่างกัน

สรุปว่า พระเอกบ้า จิงรึป่าวเนี้ย... เพราะ มันเหนต่างกันอ่ะ - -"

แล้วเจอไอ่พยาบาล นั้น สงสัยจิงๆ
ว่ามัน จะหลอน ไปเองจิงๆหรอ ดูเป็นตัวเป็นตนมาก จังเลย

มันน่าจะมี หลักฐานหรืออะไร บอก ว่ามันหลอนไปเอง เน้อะ


โดย: Goppy IP: 117.47.230.71 วันที่: 23 สิงหาคม 2553 เวลา:11:39:08 น.  

 
^
^
^

คนบ้าแต่ละคนย่อม "เห็น" ไม่เหมือนกันครับ


โดย: navagan วันที่: 24 สิงหาคม 2553 เวลา:12:16:58 น.  

 
เพิ่งได้ดูเมื่อคืน ชอบมากๆๆๆครับ เรื่องนี้

ขึ้นแท่นหนังโปรดไปเรียบร้อย


โดย: blacksmith IP: 192.168.1.72, 192.168.1.72, 127.0.0.1, 58.9.34.16 วันที่: 24 สิงหาคม 2553 เวลา:13:09:45 น.  

 
เพิ่งดูครับ ยังงง ๆ อยู่เลย เช่นฉากที่ ผู้หญิง เขียนให้พระเอก RUN นี่มีความหมายรึเปล่าครับ


โดย: wong IP: 125.25.106.29 วันที่: 24 สิงหาคม 2553 เวลา:17:16:22 น.  

 
อื่ม อย่างสุด ท้ายละ ๆ

ไอ่ไปเจอ พยาบาล เนี้ยดิ

จะให้ คิดไปเลยหรอ ว่ามัน สมมติ ขึ้นมาเอง ดูมัน เล่าเป็นเรื่องราว มีมาปลุกด้วย - -


โดย: Goppy IP: 117.47.226.205 วันที่: 25 สิงหาคม 2553 เวลา:20:32:03 น.  

 
ดูไปจนจบเรื่องนึกว่าพระเอกกับเพื่อนแกล้งเป็นบ้าแล้วหักมุมมาตามน้ำหมอเพื่อเข้าถึงตัวคนร้ายชะอีก ขอบคุณบทวิเคราะห์ที่ทำให้หายงงค่ะ


โดย: อารญา โบราณมูล IP: 49.230.241.175 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:1:49:12 น.  

 
พวกคุณโดนล้างสมองเหมือนที่พระเอกโดน


โดย: Teddy IP: 27.145.136.6 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:22:43:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.