All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
8 กรกฏาคม 2558
 
All Blogs
 
*** Terminator Genisys *** เริ่มต้น - ยุติ

*** Terminator Genisys ***






ภาคต่อลำดับที่ 5 ของ Terminator ที่คราวนี้ขอย้อนกลับไป reboot ตัวเองใหม่อีกครั้ง เมื่อการย้อนเวลาของ Kyle Reese (Jai Courtney) เพื่อกลับไปช่วย Sarah Connor (Emilia Clarke) เกิดการผิดพลาด อดีตที่เคยรู้จักก็ไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป


Terminator Genisys คือการกลับไปเล่าเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในภาค 1 และภาค 2 ใหม่อีกครั้ง ด้วยเงื่อนไขที่ว่า นี่คืออีกเส้นทางหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ฉีกออกมาจาก 4 ภาคที่ผ่านมา



ดังนั้นบทความนี้จะขอพูดถึง 4 ภาคก่อนหน้าด้วยก็แล้วกัน







โดยส่วนตัวแล้ว Terminator series คือหนังที่ว่าด้วย “ความกลัวอนาคต”


และเมื่อมองลึกลงไปในโครงสร้างของทุกภาคแล้วจะพบว่า มันคือการดิ้นรนของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเพื่อยับยั้งอนาคตอันล่มสลายของมนุษยชาติ แต่จะว่าไปแล้วบรรดาเครื่องจักรหรือ Skynet ตัวร้ายในหนังนั้นเป็นผลผลิตที่เกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีของมนุษย์

ดังนั้นอาจขยายความต่อได้อีกนิดว่า Terminator series คือหนังที่ว่าด้วย



“ความกลัวอนาคตที่ล่มสลายอันเกิดจากเทคโนโลยีของมนุษย์”



ซึ่งประเด็นที่ว่านี้เด่นชัดมากในภาค 1 และภาค 2 ที่เป็นผลงานกำกับและเขียนบทของ James Cameron ผู้ให้กำเนิด Terminator



ส่วนตัวร้ายในแต่ละภาคนั้น ก็สะท้อนความหวาดกลัวในแต่ละยุคสมัยได้อย่างดี เป็นไปได้ว่าผู้สร้างต้องการใช้เหตุการณ์ในยุคนั้นๆ เพื่อผลในการสร้างความเชื่อมโยงความกลัวไปสู่ผู้ชมให้ได้มากที่สุด


มาดูกันทีละภาคเลยดีกว่า







The Terminator (1984)



ตัวร้ายคือเครื่องจักรที่มาในรูปลักษณ์ของชายร่างบึกบึน ที่ทั้งแข็งแรง ทั้งแม่นยำ ทั้งฉลาด ซึ่งรับบทโดย นักแสดงที่เป็นตัวแทนของพละกำลังในยุคนั้นอย่าง Arnold Schwarzenegger


นี่อาจเป็นการสะท้อนความกลัวที่มีต่อเครื่องจักรที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งแข็งแรง รวดเร็ว และ แม่นยำมากกว่า


แต่ที่น่าสนใจก็คือนี่คือการตามล่าเพศหญิงที่อ่อนแอโดยเพศชายที่แข็งแกร่ง บางทีมันอาจเป็นนัยถึงการคุกคามทางเพศ







Terminator 2: Judgment Day (1990)



ตัวร้ายคือเครื่องจักรที่อยู่ในคราบของตำรวจ L.A. เพศชาย ที่เปลี่ยนรูปร่างตัวเองได้


นี่อาจเป็นการสะท้อนความกลัวในเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคนั้นคล้ายกับตัวร้ายที่เปลี่ยนแปลงตัวเองได้


แต่หากพิจารณาว่าเครื่องจักรเลือกจะแปลงกายเป็นตำรวจเป็นร่างหลักเพื่อความสะดวกในการตามล่า นี่อาจเป็นภาพสะท้อนของการใช้ประโยชน์จากอำนาจ แถมการที่มันเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปได้มากมาย บางทีนี่อาจหมายถึงการใช้อำนาจและอิทธิพลของรัฐในการคุกคามประชาชนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว







Terminator 3: Rise of The Machines (2003)



ตัวร้ายคือเครื่องจักรที่เปลี่ยนตัวเองเป็นอาวุธได้หลายชนิดและเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาได้ แต่ที่สำคัญคือมันมาในฐานะเพศหญิงเป็นร่างหลัก


นี่อาจเป็นการแสดงให้เห็นถึงว่าเทคโนโลยีที่ดูไม่มีพิษมีภัย แต่แท้จริงซ่อนความน่ากลัวและอันตรายอยู่ข้างใน


มองอีกมุมหนึ่งการที่หนังเลือกผู้หญิงให้เป็นตัวร้ายนั้นอาจหมายถึงการที่ในยุคนี้บทบาทและความสามารถของผู้หญิงเริ่มเป็นที่ยอมรับ

และการที่หนังใช้ชื่อว่า Rise of The Machines บางทีมันอาจเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่แต่ก่อนอาจมีสถานะที่อยู่ภายใต้คำสั่งของผู้ชายคล้ายเครื่องจักรที่ถูกควบคุม แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

หรือมันจะหมายถึง ความกลัวของเพศชายในการก้าวขึ้นมาอย่างทัดเทียมของเพศหญิง







Terminator Salvation (2009)



นี่ดูเหมือนจะเป็นหนังที่หลุดไปจาก Theme ของ Terminator ภาคอื่นๆมากที่สุด มันบอกเล่าช่วงเวลาของสงครามระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร ก่อนที่ John Connor จะได้พบกับ Kyle Reese

หนังมีประเด็นตามชื่อเรื่องนั่นคือการไถ่บาปของตัวละครใหม่ Marcus Wright มนุษย์ดัดแปลงต้นแบบ


นี่เหมือนกับเป็นภาคเสริมให้กับ Series นี้มากกว่าจะมีประเด็นที่สอดคล้องกับภาคก่อนหน้า







กลับมาที่ภาคล่าสุด สำหรับข่าวโปรโมทที่ออกมาว่า Cameron ยกให้ Terminator Genisys เป็นภาคที่ 3 อย่างเป็นทางการนั้น อาจเป็นเพราะหนังมีความคล้ายคลึงกับภาค 2 ที่ Cameron เขียนบทและกำกับนั่นก็คือ



การที่ตัวละครจากภาคก่อนที่ผู้ชมคุ้นเคย ได้พลิกบทบาทของตัวเองอย่างสุดขั้ว



ใน ภาค 2 ก็คือการที่หุ่น T-800 ได้เปลี่ยนจากการพยายามทำลายชีวิต มาเป็นการปกป้องชีวิตแทน



ส่วนใน Terminator Genisys ก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนั่นก็คือ

John Connor ถูกเปลี่ยนจากผู้นำของมนุษย์ในการต่อสู้กับเครื่องจักร มาเป็นผู้นำในการปกป้องเครื่องจักรเสียเอง







ที่น่าสนใจและถือว่าเป็นการนำ Plot เรื่องที่เด่นชัดของ Series นี้ และถูกใช้มาในทุกภาค (ยกเว้นใน Terminator Salvation) ก็คือ



การย้อนเวลากลับมาในปัจจุบันเพื่อปกป้องอะไรบางอย่าง



ใน Terminator Genisys เองก็ปรากฏ Plot ที่ว่านี้ซ้อนทับกันไปมา 2 ระดับ



ระดับแรกคือในแง่ของหนัง จากเนื้อเรื่องแล้วมันคือการย้อนเวลาของ Kyle Reese เพื่อกลับไปช่วย Sarah Connor ตามเนื้อเรื่องภาค 1 และ ภาค 2



อีกระดับคือในแง่ของผู้สร้าง นี่คือการย้อนอดีตไปเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของหนังในภาค 1 และ ภาค 2 ที่ไม่น่าจะเหลืออะไรให้ต่อยอดได้แล้ว ให้ได้มีเส้นทางใหม่ขึ้นมา



พูดง่ายๆก็คือทางผู้สร้างทำตัวเป็น Kyle Reese ย้อนอดีตไปหาเรื่องราวที่เคยเล่ามาแล้วนั่นเอง







ตัวร้ายของภาคนี้ยังคงสะท้อนประเด็นที่ว่า “ความกลัวอนาคตที่ล่มสลายอันเกิดจากเทคโนโลยีของมนุษย์” ได้เหมือนใน 2 ภาคแรก


ซึ่งตัวร้ายในภาคนี้คือการรวมร่างของมนุษย์และเทคโนโลยี เมื่อ John Connor เชื่อมโยงกับ Skynet ได้ถึงระดับเซลล์



นี่คือภาพสะท้อนของปัจจุบันที่เทคโนโลยีการเชื่อมต่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ไปแล้ว เรามีตัวตนในฐานข้อมูลที่เชื่อต่อ online และเทคโนโลยีก็อยู่ใกล้ชิดร่วมกับเราตลอดเวลา มันเหมือนการรวมร่างที่แยกจากกันไม่ออก



และถ้ามองความสัมพันธ์ระหว่าง Generation นี่คือการทำลายล้างคนใน Generation เก่า (รุ่นพ่อ-แม่; Kyle Reese และ Sarah Connor) โดยคนใน Generation ใหม่ (รุ่นลูก; John Connor)







ในฐานะที่ไม่ได้เป็นแฟนพันธ์แท้ของ Series นี้ (แต่สนุกและประทับใจไปกับ Terminator 2: Judgment Day) นี่ไม่ใช่หนังที่แย่หรือเลวร้ายอะไร


ปัญหาเดิมๆของการย้อนเวลาที่ชวนให้สงสัยว่า ทำไม่ไม่ทำอย่างนั้น ทำไมไม่ทำอย่างนี้ ยังคงมีมาให้เห็นเหมือนเช่นในทุกภาค

อย่างเช่นในภาคนี้คือ ทำไมไม่นั่ง Time Machine ไปล่วงหน้าก่อนวันที่ Genisys (ชื่อใหม่ของ Skynet) จะเริ่มโจมตีมนุษย์ จะได้มีเวลาเตรียมตัวให้มากหน่อย

แต่ก็อาจจะคิดเองเออเองแก้ตัวให้หนังได้ไม่ยากว่า จะได้ไม่ต้องมีเวลาเสี่ยงกับหุ่นสังหารนานหลายเดือน เมื่อหลบซ่อนอยู่ในกาลเวลา



พัฒนาการของความสัมพันธ์ของตัวละครทั้ง 3 ไม่ได้รับการเอาใจใส่จากผู้กำกับ Alan Taylor มากนัก ยังดีที่ตัวละครเหล่านี้เป็นที่คุ้นเคยของผู้ชมอยู่แล้ว


ฉาก Action ที่กระหน่ำเข้ามาไม่ได้สร้างความระทึกให้กับผู้ชมได้อย่างที่ควรจะเป็น แถมยังดูซ้ำซากและขาดความสร้างสรรค์







จะว่าไปก็เหมาะสมแล้วที่หนังใช้ชื่อว่า Terminator Genisys (Genisys พ้องกับ Genesis ที่หมายถึงการเริ่มต้น) เพราะมันก้ำกึ่งระหว่าง 2 ความหมายนี้พอดี



ผู้สร้างอาจจะอยากทำตัวเป็นฮีโร่เหมือน Kyle Reese เลยนั่ง Time Machine ย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนเนื้อเรื่องในภาคเก่าเสียหมด


หรือบางทีผู้สร้างอยากทำตัวแบบ John Connor ที่ไม่ต้องสนว่าพ่อและแม่ (Kyle Reese และ Sarah Connor) จะตายหรือไม่ เพราะนี่คือ Timeline ใหม่ แม้ไม่มีพ่อและแม่ John Connor ก็ไม่หายไป

เหมือนที่หนังภาคนี้ผู้สร้างเลือกที่จะสร้างเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นมาใหม่ โดยไม่สนภาคก่อนหน้าที่เปรียบเสมือนผู้ให้กำเนิด โดยบอกว่านี่คือ Timeline ใหม่ ไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป



ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะเป็นการยุติ (Terminate) หรือเริ่มต้นใหม่ (Genesis) ให้ Series นี้กันแน่






6 / 10





Create Date : 08 กรกฎาคม 2558
Last Update : 9 กรกฎาคม 2558 23:29:02 น. 1 comments
Counter : 2369 Pageviews.

 
กระทู้ที่ตั้งใน Pantip

//pantip.com/topic/33893986


โดย: navagan วันที่: 10 กรกฎาคม 2558 เวลา:0:08:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.