All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
8 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
*** Lucy *** We are Lucy. We are everywhere.

*** Lucy ***






ผลงานล่าสุดของผู้กำกับ Luc Besson เล่าถึง Lucy (Scarlett Johansson) นักศึกษาหญิงในไต้หวัน ที่ถูกบังคับโดยกลุ่มค้ายาชาวเกาหลี ให้เป็นคนลำเลียงสารเสพย์ติดตัวใหม่ ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่ชื่อ CPH4

โชคร้าย (หรือโชคดี) CPH4 ที่ถูกยัดเข้าในท้องของเธอเกิดแตก นั่นทำให้เธอสามารถใช้สมองของเธอได้เต็มขีดความสามารถมากขึ้นเรื่อยๆ จนใกล้ที่จะใช้สมองได้ 100% เต็มที (ในขณะที่มนุษย์ปกติใช้ได้แค่เพียง 10% เท่านั้น)



การเข้าถึงความสามารถเต็มพิกัดของสมองแบบนี้ ทำให้เธอเข้าใจได้แทบทุกอย่างในจักรวาล เธอตั้งใจจะถ่ายทอดความรู้นี้ให้กับศาสตราจารย์ Norman (Morgan Freeman) ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง

ขณะเดียวกันแก๊งค้ายาเกาหลีก็กำลังตามล่าเธอมาติดๆ







หากมองข้ามข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ไปบ้าง (มนุษย์ใช้สมองได้แค่ 10% นั้นไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด)
แล้วมองในฐานะเรื่องเล่าเชิงปรัชญา ก็ถือว่าหนังกระตุ้นให้ผู้ชมได้ใช้สมองมากกว่าเดิมได้อยู่เหมือนกัน



สิ่งที่หนังตั้งคำถามกับผู้ชมในช่วงเปิดเรื่องก็คือ “เราใช้ชีวิตเพื่ออะไร”

และคำตอบที่หนังให้ในช่วงแรกก็คือ เพื่อสืบทอดเผ่าพันธ์ต่อไป



จากทฤษฎีที่ศาสตราจารย์ Norman พยายามอธิบายก็คือ

ในสภาวะที่ปกติสิ่งมีชีวิตจะถ่ายทอด “ตัวตน” ของตัวเองผ่านการสืบพันธ์ แต่ในกรณีที่สภาวะแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย สิ่งมีชีวิตเลือกที่จะคงสภาพเป็นอมตะ



[สำหรับประเด็นนี้ส่วนตัวเคยตั้งคำถามเอาไว้เหมือนกันว่า ทำไมสิ่งมีชีวิตจึงต้องมีการสืบพันธ์

ซึ่งคำตอบที่ตอบตัวเองในเวลานั้นก็คือ การ Upgrade ตัวเองของสิ่งมีชีวิต

ทุกการเกิดใหม่ จะเป็นการรับเอา “ตัวตนเดิม” มาปรับปรุงเล็กๆน้อยๆ ให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน อาจมีการปรับปรุงในหลายเส้นทาง แต่ “รุ่น” ที่ใช้ได้จะถูกคัดเลือกโดยอัตโนมัติจากธรรมชาติให้อยู่รอดต่อไป]







กลับมาที่หนังต่อ



เหมือนที่ Lucy บอกกับ Del Rio (Amr Waked) เจ้าหน้าที่ตำรวจชาวฝรั่งเศษว่า



“ไม่มีใครตายจริงๆหรอก”



การที่ Lucy ที่ตอนนี้สมองเกือบใช้ได้ 100 % แล้ว สามารถรับรู้ได้ถึงทุกประวัติศาสตร์ของตัวเอง รับรู้ได้ถึงประวัติศาสตร์ของทุกเซลล์ รับรู้ได้กระทั่งความคิดของมนุษย์ผู้อื่น

นั่นหมายความว่า เธอสามารถเชื่อมโยงการรับรู้และประสบการณ์ของเผ่าพันธ์เดียวกับเธอได้ จนเธอรู้สึกได้ว่ามันคือตัวตนของเธอ (เพียงแต่มนุษย์ทั่วๆไปที่ใช้สมองได้แค่ 10% มิอาจรับรู้ได้)



ดังนั้นสำหรับ Lucy มนุษย์ทุกคนคือตัวตนเดียวกัน



ชื่อของ Lucy เอง ก็เป็น "ชื่อเดียวกัน" กับลิงเพศเมียที่ถือเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ (แม้มันจะถูกตั้งภายหลังโดยมนุษย์ก็ตาม)

นี่คือสัญลักษณ์ที่หนังแสดงให้เห็นว่า บรรพบุรุษมนุษย์กับมนุษย์ในปัจจุบันต่างก็เป็นชีวิตเดียวกัน







มีฉากหนึ่งในหนังที่ Lucy พยายามยื่นมือไปสัมผัส Lucy ลิงบรรพบุรุษของมนุษย์
ซึ่งนี่ล้อไปกับภาพเขียนของ Michelangelo ที่มีชื่อภาพว่า "The Creation of Adam"



ภาพนี้ถูกตีความไว้หลากหลาย แต่ที่น่าสนใจคือการตีความว่า พระเจ้าที่อยู่ด้านซ้ายของภาพ (ด้านขวาของผู้สังเกตภาพ) อยู่ในสิ่งที่มีลักษณะคล้ายสมอง

ส่วน การเชื่อมต่อกันระหว่างพระเจ้าและ Adam เกิดขึ้นได้โดยไม่มีการสัมผัสกัน



ตีความเทียบกับหนังได้ดังนี้



พระเจ้า (ในความหมายของผู้สร้างหรืออีกนัยหนึ่งคือบรรพบุรุษของมนุษย์) สถิตและถูกฝังอยู่ในสมอง (หรือ cell) ของมนุษย์ทุกคน

เช่นกัน Lucy (คน) ก็มีความรู้สึกนึกคิดของบรรพบุรุษ Lucy (ลิง) ฝังอยู่ในทุกส่วนของความทรงจำ

นั่นทำให้การเชื่อมโยงถึงกันก็ไม่จำเป็นต้องสัมผัสกันแต่อย่างใด เพียงแต่ใครจะสัมผัสได้ก็เท่านั้น (Lucy ใช้การสื่อสารทางกระแสจิตได้)







หากพิจารณาว่าสิ่งแรกที่ Lucy ทำหลังจากสมองใช้งานได้มากกว่าปกติของมนุษย์หรือ 20% ก็คือ



"การพยายามเอาชีวิตรอด"





แต่สิ่งที่ Lucy พยายามจะทำเมื่อสมองใช้ได้มากกว่า 50% ก็คือ



"การตามหา ศาสตราจารย์ Norman เพื่อถ่ายทอดความรู้"





การกระทำนี้คล้ายกับสิ่งที่ศาสดาของหลายๆศาสนาทำหลังจากรู้แจ้งแล้วนั่นก็คือ



“การเผยแผ่ศาสนา”



ไม่ได้จะบอกว่า Lucy เปรียบเสมือนศาสดาองค์ใหม่ แต่จะบอกว่าแม้แต่ศาสดาของศาสนาทั้งหลายในโลกยังทำแบบเดียวกับ Lucy และถ้า Lucy เองก็คือชีวิตเดียวกับมนุษย์ทุกคน ดังนั้นเราก็สรุปได้ว่า



การเผยแพร่ความรู้ คือ สัญชาตญานของสิ่งมีชีวิต






ตอนนี้กลับมาที่คำถามแรกสุดอีกครั้ง ซึ่งจากที่เขียนมาถึงบรรทัดนี้ทำให้ได้คำตอบที่เรียบง่ายที่สุด ไม่ซับซ้อนอะไรเลย



1. เป้าหมายของชีวิตคืออะไร

คำตอบคือ “การมีชีวิต”



2. แล้ววิธีในการมีชีวิตคืออะไร

คำตอบคือ “การถ่ายทอดความรู้”




และความหมายที่ Lucy บอกกับทุกคนในตอนจบว่า "I am everywhere." อาจหมายความว่า


ทุกคนก็คือ Lucy เพราะที่จริงแล้วทุกคนเชื่อมโยงกันเป็นตัวตนเดียว







Lucy เป็นความบันเทิงที่แทรกคำถามเชิงปรัชญาให้สมองได้ขบคิด คล้ายกับที่ยา CPH4 ออกฤทธิ์



Luc Besson ทำหนังออกมาได้สนุกน่าติดตามเหมือนเคย แม้ action ในหนังจะไม่ได้แปลกใหม่ การนำเสนอจะไม่ได้แปลกใหม่ แต่ความน่าติดตามในการเดินเรื่องก็ช่วยให้หนังดูสนุก


Scarlett Johansson แบกหนังทั้งเรื่องได้ด้วยตัวคนเดียว คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในอนาคต ชื่อของ Johansson จะขึ้นชั้นเป็นนำหญิงที่ขายหนังแบบเดี่ยวๆได้


มาดและน้ำเสียงของ Morgan Freeman ในบท ศาสตราจารย์ Norman ก็ช่วยให้ข้อมูลทั้งหลายในหนัง ที่เหมือนจะไม่น่าเชื่อถืออะไรเลย ออกมาดูน่าเชื่อถือ







การถ่ายทอดความรู้คือส่วนสำคัญของการคงไว้ซึ่งตัวตนของชีวิต


สิงมีชีวิตทั่วไปถ่ายทอดความรู้ผ่านการสืบพันธ์ โดยฝังข้อมูลไว้ใน DNA

ส่วนมนุษย์จะพิเศษหน่อยก็ตรงที่เราคิดค้นวิธีอื่นๆในการถ่ายทอดความรู้ เช่น การใช้ภาษา การใช้ภาพ



สิ่งเหล่านี้ถูกปลูกฝังอยู่ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เป็นเสมือนสัญชาตญาณของทุกชีวิต

และการที่หนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นมา ก็เป็นหนึ่งในการทำตามสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตด้วยเช่นกัน






7 / 10





Create Date : 08 กันยายน 2557
Last Update : 9 กันยายน 2557 8:38:19 น. 8 comments
Counter : 3965 Pageviews.

 
จากทฤษฎีที่ศาสตราจารย์ Norman พยายามอธิบายก็คือ

ในสภาวะที่ปกติสิ่งมีชีวิตจะถ่ายทอด “ตัวตน” ของตัวเองผ่านการสืบพันธ์ แต่ในกรณีที่สภาวะแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย สิ่งมีชีวิตเลือกที่จะคงสภาพเป็นอมตะ




อันนี้น่าจะเป็นเท็จนะครับ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริงสัตว์บางสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปก็ต้องเลือกคงสภาพเป็นอมตะและไม่มีสัตว์ตัวใดสูญพันธุ์ตามทฤษฏี แต่ทุกวันนี้ผลกลับเป็นตรงกันข้าม มีสัตว์สูญพันธุ์ไปหลายสายพันธุ์และไม่ได้คงสภาพเป็นอมตะตามทฤษฏีในหนังแต่อย่างใด


โดย: ทฤษฏีมั่ว IP: 171.98.153.244 วันที่: 8 กันยายน 2557 เวลา:22:08:55 น.  

 
เหมือนอย่างที่บอกในตอนต้นของบทความนี้น่ะครับว่า ทฤษฎีในหนังหลายอย่างก็กำกวม และไม่น่าเชื่อถือน่ะครับ


โดย: navagan วันที่: 8 กันยายน 2557 เวลา:22:22:32 น.  

 
กระทู้ที่ตั้งใน pantip

//pantip.com/topic/32555970


โดย: navagan วันที่: 9 กันยายน 2557 เวลา:19:52:19 น.  

 
ความเป็นอมตะไม่ได้แปลว่าการคงไว้ซึ่งตัวตนนี่ครับ


โดย: eddy IP: 183.89.59.69 วันที่: 11 กันยายน 2557 เวลา:17:21:10 น.  

 
ความเป็นอมตะ ไม่ได้แปลว่าการคงไว้ซึ่งตัวตนครับ

แต่ตัวตนที่ถูกคงสภาพไว้ และยังดำรงต่อไปได้ ตัวตนนั้นก็เป็นอมตะ



โดย: navagan วันที่: 13 กันยายน 2557 เวลา:12:15:13 น.  

 
ผมได้พยามค้นหาคำตอบบางอย่าง

ชีวิญคืออะไร วิญญาณ จิต ความรู้สึกนึกคิด
ทั้งหมดมันคืออะไร?

มันอาจเป็นคำถามที่เพ้ยนในสายตาคนทั่วไป
แต่กับผมมันมีความสำคัญมาก

แต่ผมมีเหตุผลที่ผมเลือกที่จะไม่บอก



โดย: PU Passakorn IP: 202.139.196.44 วันที่: 1 เมษายน 2559 เวลา:16:49:10 น.  

 
ลองแชร์กันได้ครับ คุณ PU Passakorn เผื่อมีบางคนที่คิดเกห็นคล้ายกัน


โดย: navagan วันที่: 3 เมษายน 2559 เวลา:0:08:10 น.  

 
ในมุมมองของผม Lucy อาจไม่ได้ต้องการถ่ายทอดมุมมองเดียว ของการ มีชีวิต แต่อาจต้องการให้เรารู้ถึง กระบวนการรับความรู้ การมีความรู้ และการใช้ความรู้ ให้เหมาะสม

คือ เมื่อเรามีความรู้มาก จนกระทั่งรู้ทุกสิ่งแล้ว เราจะใช้ความรู้นั้นเพื่ออะไรอีก
ย่อมไม่ต่างจากการที่เราไม่รู้อะไรเลย รึปล่าว
เพราะการที่เรารู้หรืือไม่รู้ เราก็แค่ต้องการมีชีวิตรอด ก็เท่านั้น

เหมือนที่บางคนเคยคิดไว้ว่า เทคโนโลยีมีประโยชน์จริงหรือ ในเมื่อชีวิตในอดีตเราอยู่กันแบบเรียบง่ายท่ามกลางหุบเขา ไม่มีมือถือ
ชีวิตมันก็เหมือนกัน คือ เกิดมา เป็นอยู่ และตายลง



โดย: MinorA IP: 110.164.190.217 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2560 เวลา:11:57:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.