All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
7 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
*** Ip Man 2 ***

*** Ip Man 2 ***






หลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามทั้งเงินทั้งกล่องในฮ่องกงประเทศบ้านเกิด (และแอบฮิตเงียบๆในไทย) หนัง Martial Art กึ่งชีวประวัติภาคต่อของ ปรมาจารย์มวยหย่งชุน นาม Ip Man (Yip Man, ยิปมัน) ผู้โด่งดัง ก็กลับมาอีกครั้งในชื่อง่ายๆว่า Ip Man 2 (อย่าไปพูดถึงชื่อไทย )



Ip Man 2 เล่าเรื่องราวต่อเนื่องจาก ภาคแรก ซึ่งเป็นตอนที่ อาจารย์ยิป (Donnie Yen, เจิ้นจื่อตัน) และครอบครัวหลบหนีจากฝอซาน ไปอยู่ที่ฮ่องกง


ในครึ่งแรกหนังเน้นไปที่การตั้งสำนักมวยหย่งชุนในฮ่องกงของอาจารย์ยิป ซึ่งในขั้นแรกนั้นต้องสร้างความยอมรับนับถือจากอาจารย์มวยเจ้าถิ่น โดยเฉพาะ อาจารย์หง (Sammo Hung, หงจินเป่า) ที่ถือว่าเป็นพี่ใหญ่สุด ให้ได้เสียก่อน

ส่วนในครึ่งหลังนั้นหนังเน้นไปที่การขายอารมณ์ฮึกเหิมแบบชาตินิยม เมื่ออาจารย์ยิปต้องต่อสู้กับ Twister (Darren Shahlavi) แชมป์มวยสากลชาวตะวันตกที่ดูถูกเหยียดหยามมวยจีนเต็มที่ เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของชาวจีนกลับคืนมาอีกครั้ง (อีกแล้ว)







จากเนื้อเรื่อง Ip Man 2 เดินตามรอยสูตรสำเร็จจากภาคแรก แทบจะทุกฝีเก้า ทั้งการแบ่งเรื่องราวเป็นสองช่วง และการใช้สูตรสำเร็จของหนัง Martial Art แนวชาตินิยม ที่ตอนสุดท้ายตัวเอกต้องต่อสู้กับชาวต่างชาติเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของชาติตนคืนมา (ซึ่งภาคแรกก็เดินตามสูตรสำเร็จของหนังแนวเดียวกันเรื่องก่อนหน้าอีกทีเหมือนกัน)


จะแตกต่างบ้างก็ตรงที่ ภาคนี้ตัวร้ายทั้งหลายก็ร้ายเต็มที่ไม่มียั้ง เหมือนเป็นตัวร้ายในอุดมคติที่เกิดมาทำเรื่องชั่วร้ายอย่างเดียว ซึ่งต่างจากภาคแรกที่มีทั้งคนร้ายมากร้ายน้อย และตัวร้ายหลักชาวญี่ปุ่นก็ดูจะมีมิติทางอารมณ์พอสมควร ซึ่งทำให้ฉากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายในภาคแรก มีอารมณ์ความขลังของการต่อสู้แบบลูกผู้ชายอยู่บ้าง

ขณะที่ภาคนี้ การต่อสู้ระหว่าง อาจารย์ยิป กับ Twister มีขึ้นเพื่อประเคนอารมณ์สะใจแก่ผู้ชมเพียงเท่านั้น



นอกจากจะใช้สูตรเดิมที่ทำให้หนังประสบความสำเร็จแล้ว ข้อด้อยในภาคแรกก็ยังถูกนำมาใช้ (อย่างไม่ตั้งใจ ) อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการใส่ตัวละครสมทบเข้ามามากมายหลายตัว แต่ก็ถูกลืมเลือนไปในตอนสุดท้ายเหมือนเดิม รวมถึง ปมปัญหาต่างๆในหนัง เช่น ความขัดแย้งระหว่างสองสำนัก เรื่องราวในส่วนของนักหนังสือพิมพ์ และเรื่องของตำรวจเลว ก็ถูกคลี่คลายอย่างง่ายดายในตอนสุดท้าย เพียงเพื่อให้ผู้ชม ใจจดใจจ่อกับฉากต่อสู้ฉากสำคัญในตอนสุดท้ายเท่านั้น







ยังดีที่หนังเดินเรื่องอย่างรวดเร็ว และประสบความสำเร็จในการสร้างอารมณ์ร่วมกับผู้ชมอย่างมากในระดับเดียวกับที่ภาคแรกทำเอาไว้ นั่นทำให้ผู้ชมเพลิดเพลิน และพากันมองข้ามความไม่สมเหตุสมผลบางส่วนของบทไปได้อย่างง่ายดาย ซึ่งนี่คือส่วนที่ดีมากของหนัง


ขณะที่ งานสร้าง การถ่ายภาพ และเทคนิคทั้งหลายนั้น เห็นได้ชัดว่าดีขึ้น และประณีตขึ้น เมื่อเทียบกับภาคที่แล้ว ซึ่งคงต้องชมไปที่ทีมงานเบื้องหลังภายใต้การนำของ Wilson Yip

อีกส่วนที่ชอบมากก็คือดนตรีประกอบ





Donnie Yen ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของหนังในบท อาจารย์ยิป เช่นเคย

Yen มอบการแสดงที่ดีเยี่ยมในฉาก Action ขณะที่ส่วนของการแสดงก็อยู่ในระดับดีพอใช้ แม้บางฉากบางตอนอาจดูขัดเขินไปบ้าง แต่ก็ไม่แข็งเป็นท่อนไม้เหมือนดารา Action บางคน ที่ยอดเยี่ยมเฉพาะในฉาก Action แต่เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง

โดยรวมแล้วตัวละครนี้ก็ยัง "ได้ใจ" ผู้ชม เช่นเคย







ดาวเด่นอีกคนในหนังก็คือ Sammo Hung ที่ในภาคที่แล้วรับหน้าที่แค่กำกับคิวบู๊ แต่คราวนี้โดดลงมาร่วมจอในบท อาจารย์หง เจ้าสำนักมวยเจ้าถิ่น ก็ทำได้ยอดเยี่ยม ไม่แพ้ Yen ซึ่งส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะประสบการณ์อันยาวนานทั้งด้านคิวบู๊ และการแสดง อีกทั้งชื่อเสียงที่สั่งสมมานานของ Hung ช่วยสร้างภาพลักษณ์อันน่าเกรงขามให้กับตัวละครนี้

แม้ฉากต่อสู้ทั้งหลายของ Hung จะดูแย้งกับรูปร่าง (แฟนผมเรียกแกว่า ลุง Totoro ) และเห็นได้ชัดว่าใช้สลิงช่วยก็เถอะ



ส่วนทีมนักแสดงที่เหลือ ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่มอบการแสดงในระดับพอใช้ และไม่มีตัวละครที่มีมิติความลึก และมีบทบาทสำคัญต่อเรื่องราว อย่างที่ ตัวละคร “สารวัต หลี่” ในภาคแรกเคยมีบทบาท

ขณะที่ตัวละครบางตัวในภาคนี้ที่ถ้าไม่คำนึงถึงเหตุผลว่า “โผล่มาให้ครบ ให้แฟนๆหายคิดถึง” แล้วหล่ะก็ ถึงจะไม่มีบทพวกเขาในหนังก็ไม่ได้ส่งผลต่อตัวหนังโดยรวมมากนัก





จุดขายสำคัญของ Ip Man 2 คงหนีไม่พ้น ฉาก Action การต่อสู้ ที่แม้จะไม่แปลกใหม่ หรือแตกต่างไปจากภาคแรกนัก แต่ก็ยังยอดเยี่ยมและยังคงมีฉากที่น่าจดจำเหมือนเดิม

เพียงแต่ในภาคนี้ฉาก Action การต่อสู้ มีเยอะจนรู้สึกว่ามากเกินพอดีไปนิด







แม้ Ip Man 2 จะเดินตามสูตรเดิม และอัดจุดขายเป็นเท่าตัว แต่ความลงตัวและความสนุกก็ยังอยู่ในระดับเดียวกับภาคแรกอยู่ดี และอาจด้อยกว่าเล็กน้อย ถ้าพิจารณาในแง่ของความสดใหม่


อย่างไรก็ตาม Ip Man 2 ยังคงเป็นความบันเทิงที่ถึงคุณภาพตามแบบฉบับหนัง Martial Art และคุ้มค่าแก่การรับชม





7 / 10 ครับ








ปล.

1. ตั้งใจจะดูตั้งแต่วันแรกที่เข้า (และเกือบได้ดูตั้งแต่วันที่แกนนำ นปช. เข้ามอบตัวแล้ว วันนั้นซื้อตั๋วเรียบร้อย แต่ก็ต้องกลับบ้าน เพราะสถานที่ใกล้ๆ มีการเผายาง และยิงปะทะกัน) สรุปว่าเพิ่งได้ดู เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นี่เอง

2. ตอนสำนักมวยสองสำนักตีกัน จนชาวบ้านแถวนั้นเดือดร้อน ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมาจริงๆ

3. หนังเน้นเรื่องการ “กินข้าว” มาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว คิดว่าคงต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ผมไม่มีเชื้อสายจีนเลยสักนิด (อ้างแบบแถๆ ) เลยไม่รู้ถึงความสำคัญของฉากเหล่านั้นในแนวคิดของชาวจีน ใครมีความคิดเห็นอะไรบอกกันได้




อ่านบทวิจารณ์ Ip Man ภาคแรก Click ที่นี่


Create Date : 07 มิถุนายน 2553
Last Update : 7 มิถุนายน 2553 12:34:08 น. 3 comments
Counter : 1500 Pageviews.

 
ชอบภาคแรกมากกว่านิดนึงครับ
แต่ก็ชอบทั้งสองภาค


โดย: คนขับช้า วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:7:59:39 น.  

 
ยังบ่ได้ดูตามเคยครับ ไว้ดูแล้วจะมาอ่านนะครับ^^


โดย: Seam - C IP: 58.9.193.43 วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:11:16:47 น.  

 
ผมเป็นคนเชื้อสายจีน

จึงพอรู้ว่า

คนจีนเวลาเจอหน้ากันจะทักว่ากินข้าวยัง?

ฝรั่งจะ สบายดีมั้ย?

เป็นการทักทาย ของคนจีนครับ

การกินข้าวกับครอบครัว ในหนัง น่าจะสื่อให้เห็นถึง

การให้ความสำคัญกับครอบครัวของพระเอก

กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน

ประมาณนี้


โดย: l3eOs IP: 202.122.130.31 วันที่: 21 กันยายน 2553 เวลา:13:08:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.