All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
6 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
Mini Review *** The Town ***

*** The Town ***






Ben Affleck กลับมาพมกับผู้ชมอีกครั้งในฐานะผู้กำกับ หลังจากฝากผลงานเรื่องเยี่ยมอย่าง Gone Baby Gone ที่เป็นการเปิดตัวในฐานะผู้กำกับ ได้อย่างน่าจดจำเมื่อปี 2007 (จริงๆ Affleck ก็เคยสร้างงานในฐานะคนเบื้องหลังได้อย่างน่าจดจำมาแล้วครั้งหนึ่งกับรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมจาก Good Will Hunting ในปี 1997 ที่ไม่นานทุกคนต่างก็พากันลืม)



The Town เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของ Doug MacRay (Ben Affleck) โจรปล้นธนาคาร กับ Claire Keesey (Rebecca Hall) พนักงานธนาคาร โดยความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เริ่มต้นขึ้นเมื่อ Doug และพรรคพวก ได้ปล้นธนาคารที่ Claire ทำงานอยู่


พวกของ Doug จับเธอเป็นตัวประกัน ก่อนที่จะปล่อยตัวออกมา โดยที่เธอไม่ทันได้เห็นหน้าของกลุ่มโจร

หลังจากที่ Claire ถูกปล่อยตัวออกมา กลุ่มโจรพบว่า Claire อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกับพวกเขา Doug จึงอาสาไปติดตาม Claire เพื่อเป็นการยืนยันว่า เธอจดจำสมาชิกในแก๊งไม่ได้ และนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของทั้งคู่



ขณะเดียวกัน Adam Frawley (Jon Hamm) เจ้าหน้าที่พิเศษ F.B.I. ก็กำลังไล่ตามตัว Doug และพรรคพวกมาติดๆ







Affleck ยังคงทำหนังที่วนเวียนอยู่แถวๆ Boston เหมือนเคย และเช่นเคย Affleck ยังคงเลือกใช้บริการจากหนังสือนิยายขายดี ซึ่ง The Town ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Prince of Thieves ของ Chuck Hogan



นอกจากนี้ The Town ยังเล่าเรื่องราวของตัวละครชนชั้นล่าง ที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อหลุดพ้นจากสภาพชีวิต และวังวนเดิมๆ ไม่ต่างจากใน Gone Baby Gone และ Good Will Hunting



ซึ่งชื่อของหนังเป็นสิ่งที่ช่วยอธิบาย และขยาย Theme หลักของเรื่องที่ว่าด้วยการพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง ได้อย่างดี เพราะหนังบอกเรากลายๆว่า การที่เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้นั้น ขั้นแรกเลยก็คือ “ต้องหลีกหนีจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ” ให้ได้เสียก่อน



ในหนังเราจะเห็นว่า เมื่อ Doug พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง สังคมและสิ่งแวดล้อมรอบข้างก็จะมาฉุดรั้งตัวเขาเอาไว้



ทั้งจากความรู้สึกผูกพัน การเป็นหนี้บุญคุณ และมิตรภาพในแก๊งโจร


การที่ต้องคอยดูแลพ่อ ที่อยู่ในเรือนจำ


การถูกขู่เข็ญโดยอิทธิพลมืดจากเจ้าพ่อประจำถิ่น


อดีตคนรัก ที่เป็นน้องสาวของเพื่อนสนิท


ไม่เว้นแม้กระทั่งความรักของ Claire






การที่หนังใช้อุปมา อุปไมย ว่า Doug ไม่เคยไปเมือง (Town) อื่นๆเลย นอกจากแถบละแวกบ้านนั้น สอดคล้องกับ การคบหาสมาคมกับบุคคลอื่นของ Doug ก็ถูกจำกัดเฉพาะกลุ่ม (จริงๆแล้ว Doug เคยเข้าทีมฮอกกี้ แต่เข้ากับผู้อื่นในทีมไม่ได้จนต้องออกมา)


ทำให้คำว่า “The Town” มีอีกความหมายหนึ่งนั่นก็คือ บรรดาบุคคลแวดล้อมรอบตัว Doug



ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาและอุปสรรคของตัวละคร ที่ต้องแก้ไขและเอาชนะไปจนกระทั่งฉากสุดท้าย ตามสูตรสำเร็จของหนังแนวนี้ ซึ่ง Affleck ก็เคยใช้สูตรนี้มาแล้วใน Good Will Hunting (ต่างกันที่ The Town เป็นการต่อสู้กับอิทธิพลกับภายนอก ส่วน Good Will Hunting เป็นการต่อสู้กับภายในจิตใจ)





และด้วยเนื้อหาของหนัง ทั้งเรื่องของ กลุ่มโจรปล้นธนาคาร, ความรักที่น่าเอาใจช่วย, มิตรภาพในหมู่โจร และฉาก Action ใน scale ใหญ่ ที่เน้นความสมจริง ทำให้อดไม่ได้ที่จะนึกไปถึง Heat ของ Michael Mann


แต่หากพิจารณาดีๆแล้ว ทั้งสองเรื่องมี Theme ที่แตกต่างกันพอสมควร

(แน่นอนว่า Heat เข้มข้นกว่า และมีตัวละครมากมายจนเกิดประเด็นย่อยๆ ขึ้นอีกหลากหลาย ที่น่าสังเกตคือตัวละคร Doug ใน The Town มีลักษณะที่คล้ายกับตัวละคร Chris Shiherlis (Val Kilmer) ใน Heat อยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะตอนจบ)



The Town เน้นไปที่ความสมจริง ฉาก Action ที่มีความเป็นไปได้ และแผนการในการปล้นที่เรียบง่าย รัดกุม ไม่หวือหวาหรือเหนือชั้นเกินไป



แต่ในส่วนของเรื่องราวความสัมพันธ์ของสองตัวเอกนั้น ยังมีความเป็นเรื่องแต่ง และมีความเป็น Melodrama ตามสูตรสำเร็จอยู่มากพอสมควร







ต้องชมไปที่การแสดงที่เข้าขา และเคมีที่เข้ากันของ Affleck และ Hall ที่สามารถทำให้ผู้ชม ติดตามและเอาใจช่วย กับความรัก-ความสัมพันธ์ของทั้งคู่


ขณะที่ Jeremy Renner ก็มอบการแสดงที่น่าจดจำในบท James สมาชิกโจรปล้นธนาคารเลือดร้อน ซึ่งทุกครั้งที่ปรากฏตัว ก็จะสร้างความกระอักกระอ่วน หวาดระแวงให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี (ประมาณว่าไอ้หมอนี่มาอีกแล้ว มันจะทำให้เหตุการณ์มันเลวร้ายลงหรือเปล่าวะ )


ที่น่าชมเชยอีกอย่างก็คือ การที่หนังค่อยๆเผยรายละเอียดของตัวละครหลักอย่างมีชั้นเชิง และไม่ดูถูกผู้ชมเกินไป





อย่างไรก็ตาม การที่หนังจงใจสร้างตัวละคร Fergie (Pete Postlethwaite) ชายแก่เจ้าของร้านดอกไม้ ที่แท้จริงแล้วเป็นหัวหน้ามาเฟียประจำเมือง ให้กลายมาเป็น “ผู้ร้ายตัวจริง” ที่เอาไว้ให้ “พระเอก” กำจัด ก็ทำให้เรื่องราวที่น่าจะเป็นความเข้มข้นจาก การขับเคี่ยวกับฝ่าย F.B.I. และ ความขัดแย้งในตัวเองของ Doug ลดลงไป


ลองคิดดูจาก “พระเอกผู้ที่ทำชั่วมานาน แต่อยากกลับตัว” กับ “พระเอกที่ทำชั่วเพราะถูกบีบบังคับ และอยากกลับตัว” อันไหนจะขัดแย้งมากกว่ากัน


โอเค อาจจะแย้งได้ว่า เพราะ Theme ของหนังว่าด้วยอิทธิพลของสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต แต่การที่หนังโยนความเป็น “ผู้ร้ายตัวจริง” สู่ตัวละคร Fergie แบบดิ้อๆ โดยไม่มอบรายละเอียดใดๆเลย (แถมโผล่มามีบทบาทสำคัญแค่ในช่วงท้ายเรื่อง) ทำให้ตัวละครนี้เหมือนถูกสร้างขึ้นมาสำหรับคลี่คลายปัญหาของตัวละคร เพื่อให้หนังจบลงอย่างมีความสุขเท่านั้น



จุดด้อย อีกอย่างของหนังก็คือ การกระจายบทบาทตัวละคร ที่แม้จะไม่ได้ย่ำแย่ แต่ก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งถ้าหนังทำได้ดีกว่านี้ น่าจะสร้างความเข้มข้นให้กับเรื่องราวได้มากขึ้น






The Town บอกเล่าเรื่องราวที่ว่าด้วย “อิทธิพลของสภาพแวดล้อม ที่มีผลต่อวิถีชีวิต” อย่างตรงไปตรงมา และชัดเจน แต่ก็ยังไม่ขาดชั้นเชิงในการนำเสนอ


นี่คืออีกผลงานที่ Affleck ได้แสดงให้เห็นพัฒนาการ จากการเป็นผู้กำกับเพียงอย่างเดียว มาเป็นทั้งนักแสดงและกำกับไปพร้อมๆกัน


แม้คุณภาพโดยรวมและความประทับใจอาจด้อยกว่า ผลงานชิ้นก่อนหน้าอย่าง Gone Baby Gone แต่ต้องไม่ลืมว่า ในครั้งนั้น Affleck อาศัยนิยายที่มีความทรงพลังในตัวเองมากอยู่แล้วเป็นวัตถุดิบ จึงไม่แปลกที่ผลลัพธ์จะออกมาดีเยี่ยมขนาดนั้น



The Town เป็นหนัง ดราม่า/อาชญากรรม ที่อยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งหนังแนวนี้ที่เน้นไปที่ตัวละคร ไม่มีให้เห็นมานานแล้ว

ลองหามาดูครับ





7 / 10 ครับ





Create Date : 06 เมษายน 2554
Last Update : 7 เมษายน 2554 10:58:52 น. 3 comments
Counter : 1691 Pageviews.

 
ชอบมากครับ ดูแล้วอยากหาหน้ากากแม่ชีมาใส่ อิอิ


โดย: Nanatakara วันที่: 6 เมษายน 2554 เวลา:21:04:59 น.  

 
หน้ากากแม่ชี ถือปืน โหดจัง


โดย: good will IP: 192.168.1.106, 124.120.83.236 วันที่: 19 เมษายน 2554 เวลา:19:10:28 น.  

 
แอบขัดใจบทนิดหน่อย


ตอนนึงกลุ่มพระเอกตกใจที่รู้ว่านางเอกบ้านอยู่ละแวกนี้
แต่มีอีกตอนนึงที่พระเอกคุยกับนางเอก ดันบอกว่าสืบที่อยู่มาก่อนลงมือแล้ว - -"


ชอบหนังอารมณ์ประมาณHeat ดราม่ากลุ่มพระเอกเบาหวิวไปนิด นอกนั้นโอเคหมดเลย โดยเฉพาะฉากยิงกันสมจริงมากๆ


โดย: Nutonline วันที่: 9 สิงหาคม 2554 เวลา:18:56:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.