All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
23 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
*** Kick-Ass *** Vol. 1: What is Superhero?

*** Kick-Ass ***






สัมผัสแรกจากโปสเตอร์และชื่อหนัง (โดยเฉพาะชื่อไทย) นั้น Kick-Ass เหมือนเป็นแค่หนังล้อเลียนหนัง Superhero เรื่องหนึ่ง

แต่ชื่อของ Mark Millar ในฐานะเจ้าของเรื่อง, Matthew Vaughn ในฐานะผู้กำกับ และตัวอย่างหนัง ก็ทำให้รู้สึกว่า นี่น่าจะเป็นหนัง Superhero สไตล์ใหม่ ที่ทำให้นึกไปถึงหนัง Superhero สไตล์ Watchmen มากกว่าการเป็นแค่หนังล้อเลียนธรรมดาๆที่ Hollywood นิยมสร้างในยุคนี้


และเมื่อได้ดู ก็พบว่าตัวเองเดาถูกเกินครึ่ง นั่นก็คือ นี่ไม่ใช่หนังล้อเลียนขายฮาทั่วๆไป ส่วนที่ทายผิดก็คือ นี่คือหนัง Superhero ที่แตกต่างจากที่ Hollywood นิยมสร้างกันในยุคนี้อย่างเหนือคาด





Kick-Ass เล่าเรื่องของ Dave Lizewski (Aaron Johnson) เด็กนักเรียนวัยรุ่นธรรมดาๆ ผู้คลั่งไคล้การ์ตูน Superhero ที่สงสัยว่า “ทำไมคนในโลกนี้ที่มีเป็นพันล้านคน ถึงไม่มีใครพยายามทำตัวเป็น Superhero กันเลยซักคน”


ว่าแล้ว Dave ก็ทำตามความฝันด้วยการทำตัวเป็น Superhero เสียเอง ในนาม Kick-Ass







แม้จะมีจิตใจที่มุ่งมั่นเต็มเปี่ยม และความปรารถนาดีที่ต้องการช่วยเหลือผู้อื่นเป็นที่ตั้ง แต่ Dave ยังขาดสิ่งสำคัญในการเป็น Superhero นั่นก็คือ ทักษะการต่อสู้ การฝึกฝนและการเตรียมความพร้อมในการต่อกรกับเหล่าร้าย


อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้ว Dave ในนาม Kick-Ass ก็ได้เป็น Superhero จริงๆสมใจ แถมต้องเข้าไปพัวพันกับ คู่พ่อ-ลูกตระกูล Macready ซึ่งประกอบด้วย พ่อ: Big Daddy/Damon (Nicolas Cage) และ ลูก: Hit-Girl/Mindy (Chloe Moretz) ที่ตั้งตัวเป็น Superhero เหมือนกันกับ Dave เพียงแต่คู่นี้คือของจริง เพราะทั้งเก่งกาจ ผ่านการฝึกฝนอาวุธ และมีเครื่องไม้เครื่องมือเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี


ส่วนศัตรูตัวร้ายเป้าหมายของพวกเขาก็คือ Frank D'Amico (Mark Strong) เจ้าพ่อยาเสพย์ติดรายใหญ่ ที่เคยสร้างอดีตอันเลวร้ายให้กับครอบครัว Macready



Kick-Ass มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับผู้คน (โดยเฉพาะวัยรุ่น) ในสังคมปัจจุบัน (ยุคต้นศตวรรษที่ 21) เรามาพิจารณากันดีกว่า







What is Superhero?



ในหนังผู้ชมจะได้ยินเสียงบรรยายความในใจ (Voice Over) ของ Dave ตั้งแต่ต้นเรื่อง เพื่อตอบคำถามที่ว่า



เพราะเหตุใดเขาถึงอยากเป็น Superhero



คำตอบง่ายๆเลยที่ผู้ชมจะได้รับรู้ก็คือ เพราะมันเป็น “ความฝัน” ของเขา

แต่เมื่อวิเคราะห์สักเล็กน้อย จะพบว่าคำตอบที่ได้ผ่านการระบายความในใจของ Dave ในตอนต้นเรื่อง ก็คือ



เขาอยากเป็น “ใครสักคน (Somebody)” ในสังคม



Dave พร่ำบ่นให้ผู้ชมฟังถึงชีวิตที่จืดชืดของตนเองว่า เขาก็เป็นแค่วัยรุ่นธรรมดาที่ไม่มีอะไรโดดเด่น เรียนไม่เก่ง ไม่ได้เป็นยอดนักกีฬา ฐานะก็ไม่ร่ำรวย ใช้ชีวิตแค่อยู่ไปวันๆ ไม่ต่างกับคนส่วนใหญ่ในวัยของเขาที่แทบจะไม่มีบทบาทในสังคม


หากคิดสักนิดจากสิ่งที่ Dave บ่นให้ฟัง ความหมายของ Superhero ในหนัง อาจไม่ใช่ความหมายโดยตรง ก็ได้



ซึ่งความหมายโดยตรงของ Superhero คือ

“ลักษณะของตัวละครที่แต่งขึ้นที่มีลักษณะพิเศษ และมีความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์ทั่วไป โดยมักจะมีลักษณะเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่มีสีโดดเด่น” [อ้างอิง Wikipedia]

“ผู้ที่มีความสามารถบางอย่างเหนือมนุษย์ทั่วไป ไม่ว่าจะมาจากพลังพิเศษหรืออาศัยเทคโนโลยีเข้าช่วย และต้องช่วยเหลือผู้อื่น” [ความหมายจากผู้เขียน]







ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากสภาพของ Dave แล้ว ความอยากเป็น Superhero ของ Dave อาจหมายถึง ความอยากเป็นที่ยอมรับ มีตัวตนและมีบทบาทในสังคม ในแนวทางที่ตนชื่นชอบ ได้อีกด้วย



Superhero = การมีบทบาท เป็นที่ยอมรับในสังคม



ลองพิจารณาในแง่อื่น จากประสบการณ์ในชีวิตจริง จะพบว่า


คนชอบเล่นฟุตบอล จะอยากเป็นนักฟุตบอลชื่อดัง ฝีเท้าดี

คนชอบร้องเพลง คงอยากมีผลงานเพลงเป็นของตนเอง หรือ เป็นนักร้องคุณภาพ

นักแสดง ก็อยากจะคว้ารางวัล Oscar สักครั้ง เป็นต้น


เหล่านี้ก็คือ “ความต้องการเป็นที่ยอมรับในสังคมตามแบบที่ตนเองชื่นชอบ” ไม่ต่างจากความหมายโดยนัยของการอยากเป็น Superhero ของ Dave ในหนังนั่นเอง



Dave อยากเป็น Superhero = Dave อยากเป็นที่ยอมรับในสังคม






ความโชคร้ายของ Dave และเหล่าสาวก Superhero ทั้งหลายก็คือ มันไม่มีเวทีประกวดอย่าง The Star กรณีที่อยากเป็นแบบ “พี่บี้” และเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะได้รับพลังพิเศษเหนือมนุษย์มาครอบครอง

ที่โชคร้ายกว่านั้นคือ Dave แทบจะไม่มีความสามารถพิเศษอะไรที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการทำตัวเป็น Superhero ได้เลย



ขอนอกประเด็นนิดหนึ่ง



เป็นไปได้ที่ในชีวิตจริงของคนที่อยากเป็น Superhero แต่ไม่มีลูกบ้าพอแบบ Dave เขาอาจผันตัวเองมาเป็น "ผู้สร้างสรรค์ Superhero" เสียเอง แบบ Millar เจ้าของเรื่องก็เป็นได้

(Mark Millar ผู้แต่ง นำเอาประสบการณ์ส่วนตัวของตนเองสมัยวัยรุ่นหลายๆเรื่อง มาใส่ลงไปในตัวละคร Kick-Ass พูดได้ว่า Dave คือ ภาพแทนตัวเขากลายๆนั่นเอง)





นอกจากนี้ ประเด็นเรื่อง “การเป็นใครสักคนในสังคม” ยังถูกใช้เป็นมุขตลกเสียดสีในหนังและถูกเผยให้เห็นอีกความหมายหนึ่งของ Superhero ด้วย


ในตอนที่ Dave และเพื่อนๆ นั่งอยู่ในร้านการ์ตูน (ที่เป็นร้านอาหารในตัว) พวกเขาคิดจะตีซี้กับ Chris D'Amico (Christopher Mintz-Plasse) ลูกชายของเจ้าพ่อ Frank ตัวร้ายของเรื่อง เพราะหวังผลประโยชน์จากความร่ำรวยของ Chris


ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งสามเพิ่งพูดถึง "Batman" ว่า “ไม่มีพลังพิเศษอะไรเลย แต่ก็ยังเป็น Superhero ได้ เพราะความรวย”

ประเด็นนี้ถูกโยงมาถึง การอยากเป็นเพื่อนกับ Chris ผู้ร่ำรวยของพวก Dave ได้ด้วย







การอยากเป็น “พวกเดียว” กับ Chris (ผู้ร่ำรวย) นั้น คงไม่ต่างจากการที่ Dave พยายามทำตัวเป็น Kick-Ass ก็เพราะต้องการเป็น "พวกเดียว" กับ Superhero ที่เขาชื่นชอบนั่นเอง


จากความหมายที่ได้วิเคราะห์ไปก่อนหน้านี้แล้วว่า "การพยายามเป็น Superhero ของ Dave นั้น เป็นเพราะเขาอยากเป็นที่ยอมรับในสังคม"


และความรวยเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมยอมรับ ดังนั้น



“คนรวย” ก็คือรูปแบบหนึ่งของ Superhero



และเป็นที่ทราบกันดีว่า ส่วนใหญ่แล้วใครๆก็อยากเป็นคนรวยกันทั้งนั้น

ฉะนั้นอีกความหมายหนึ่ง ซึ่งกลับกลายมาเป็นความหมายพื้นฐาน ของคำว่า Superhero ก็คือ



Superhero คือ สิ่งที่คนธรรมดาอยากเป็น





ท้ายที่สุดเมื่อ Dave ได้ Katie (Lyndsy Fonseca) หญิงสาวที่เขาแอบปลื้ม มาเป็นคนที่ “ยอมรับ” ในตัวตนจริงๆของเขาแล้ว (หลังจากที่ต้องแสร้งเป็น “เกย์” เพื่อใกล้ชิดเธอ) ความอยากเป็น Superhero ตามความหมายดั้งเดิม จึงหมดไป


เพราะ Dave ได้กลายเป็น Superhero ในอีกความหมายหนึ่งแล้ว นั่นคือ มีคนยอมรับในตัวตน





ซึ่งสามารถเรียบเรียงความคิดทั้งหมด ได้ดังนี้



สิ่งที่คนส่วนใหญ่อยากเป็น ก็คือ การมีคนที่ยอมรับในตัวตน หรือการมีที่ยืนในสังคม






เมื่อพิจารณาในแง่ การพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองของ Dave และการได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองต้องการอย่างแท้จริง แล้ว



Kick-Ass คือหนัง “ก้าวพ้นวัย (Coming of age)" เรื่องหนึ่ง



ซึ่งในที่นี้ก็คือ การตอบคำถามของ Dave ว่า ทำไมถึงไม่มีใครลุกขึ้นมาทำตัวเป็น Superhero


และความคิดแบบเด็กๆของ Dave ที่คิดว่า ใส่หน้ากาก ออกช่วยคน นั้นคือการเป็น Superhero ถูกเปลี่ยนไป เขาได้เรียนรู้ชีวิตในโลกแห่งความจริงที่ซับซ้อน มีทั้งเจ็บปวดและสุขสม Dave ได้ค้นพบว่า Superhero ที่แท้จริงคืออะไร



แม้ไม่มีพลังอันยิ่งใหญ่ แต่ก็มีความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ได้เหมือนกัน




Create Date : 23 พฤษภาคม 2553
Last Update : 23 พฤษภาคม 2553 11:38:09 น. 5 comments
Counter : 3162 Pageviews.

 
เตรียมพบกับ Vol. 2 เร็วๆนี้ครับ




โดย: navagan วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:3:53:00 น.  

 


โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:6:10:56 น.  

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:37:00 น.  

 
วิเคราะห์หนังได้ดีนะครับ

ผมก็ชอบเรื่องนี้มากเหมือนกัน


โดย: เลนส์ที่แปด วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:57:05 น.  

 
เสียดายที่บ่ได้ดูในโรง T_T


โดย: Seam - C IP: 58.11.30.40 วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:50:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.