All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
21 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
*** Sherlock Holmes *** 19th Century Boys

*** Sherlock Holmes ***






Sherlock Holmes คือตัวละครนักสืบ จากการสร้างสรรค์ของ Sir Arthur Conan Doyle ที่ถือว่าเป็นตัวละครที่โด่งดัง และยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง ที่มีอายุยาวนานนับศตวรรษ


นอกจากแวดวงวรรณกรรมแล้ว ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาชื่อของ Holmes ก็ขึ้นมาโลดแล่นอยู่ในแวดวงภาพยนตร์ หรือ ละครโทรทัศน์ อยู่หลายครั้ง
และปัจจุบัน ขณะที่โลกก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ได้ซักพักหนึ่งแล้ว Holmes และผองเพื่อน เหล่าเด็กชายแห่งศตวรรษที่ 19 ก็ถึงเวลากลับมาตอกย้ำชื่อเสียง และความโด่งดังอีกครั้ง





Sherlock Holmes เวอร์ชั่น 2009 นี้ ถือเป็นการสร้างเรื่องราวขึ้นมาใหม่ และเป็นการตีความบุคลิก ลักษณะนิสัยของตัวละครใหม่ ที่อาจมีทั้งส่วนที่เหมือนหรือต่างจากเดิมบ้าง
(ซึ่งผมก็ไม่อาจทราบได้ เนื่องจากไม่เคยอ่านนิยายต้นฉบับมาก่อน )



แต่สิ่งที่ยังคงเดิมก็คือ Background ของเรื่อง ที่ยังเป็น เรื่องราวการไขคดีอาชญากรรมของ Holmes ในอังกฤษ ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นปลายยุค Victoria ยุคสมัยที่อุตสาหกรรมกำลังเติบโตถึงขีดสุด และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่



ซึ่งหนังใช้ประโยชน์จากยุคสมัยนั้นได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการเล่นกับลักษณะเด่นของยุคปลายศตวรรษที่ 19 ยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์ยังไม่เจริญก้าวหน้ามากนัก และประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความงมงายในเรื่องเหนือธรรมชาติอยู่พอสมควร






Sherlock Holmes เล่าเรื่องของ Sherlock Holmes (Robert Downey Jr.) นักสืบอิสระ และ คู่หูของเขา Dr. John Watson (Jude Law) คุณหมอผู้ที่กำลังจะแต่งงาน ในการหยุดยั้งแผนชั่วร้ายของ Lord Blackwood (Mark Strong) ฆาตรกรต่อเนื่องผู้ใช้มนต์ดำ ที่สามารถฟื้นขึ้นมาจากความตายได้



ด้วยพล็อตเรื่องที่แสนเชย ที่ว่าด้วย “ฝ่ายพระเอก” ต้องหยุดยั้ง “ฝ่ายผู้ร้าย” ที่ต้องการจะ “ครองโลก” แต่มันก็เข้ากับโทนหนัง และดูน่าเชื่อถือสำหรับเรื่องราวในยุคสมัยนั้น





กับผลลัพธ์ที่ได้ Sherlock Holmes ถือว่าเป็นความบันเทิงในรูปแบบของหนัง Action/Adventure ที่เจือด้วยอารมณ์ขันกวนๆ ที่ถือว่ามีความสดใหม่ในเรื่องของสไตล์และการดำเนินเรื่อง

โดยหนังเน้นไปที่ตัวละคร และความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นหลัก มากกว่าจะเน้นไปที่เทคนิคพิเศษอันหวือหวา หรือ ฉาก Action ตูมตาม







นอกจากความเป็นหนัง Action/Adventure แล้ว Sherlock Holmes ยังมีรูปแบบของความเป็น “หนังคู่หูตำรวจ” (อย่าง Bad Boys, Leathal Weapon หรือ Rush Hour เป็นต้น) อยู่พอสมควร

เพราะถึงแม้ทั้งคู่จะไม่ได้เป็นตำรวจ แต่ก็ทำงานในลักษณะเดียวกัน อีกทั้งความที่ทั้งคู่เป็นเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก (มากจนสาวๆหลายคน แอบคิดว่าทั้งคู่เป็นมากกว่าเพื่อน ) ซึ่งก็ถือว่าเป็นไปตามสูตรสำเร็จของหนังประเภทนี้อยู่แล้ว




ปัจจัยของความสำเร็จของหนังประเภทนี้ คือ “เคมี” ที่เข้ากันระหว่าง “คู่หู” ซึ่ง Downey Jr. กับ Law ก็ทำได้ยอดเยี่ยม ในการสร้างความสัมพันธ์ ที่เหมือนเป็นทั้ง “เพื่อนสนิทที่รู้ใจกัน” และ แทรกอารมณ์แบบ “พ่อแง่แม่งอน” เข้ามาในหนังได้อย่างลงตัว



และจะว่าไปแล้ว นี่ก็เป็นเรื่องของ Watson มากพอๆกับที่มันเป็นเรื่องของ Holmes เพราะหนังปูพื้นถึงเรื่องราวชีวิตส่วนตัว และให้น้ำหนักกับตัวละครทั้งสองพอๆกัน เพียงแต่ Holmes จะโดดเด่นกว่านิดหน่อย เนื่องจากมีโอกาสได้แสดงความเก่งกาจมากกว่า แถมบุคลิกที่ประหลาดแต่มีเสน่ห์ของเขา ก็เป็นที่น่าจดจำมากกว่า


ซึ่งก็ต้องชมไปที่การแสดงที่มั่นใจ และดึงดูดสายตาผู้ชมตลอดเวลาของ Downey Jr. เป็นสำคัญ







แต่บทตัวร้ายอย่าง Lord Blackwood ที่ได้ ระดับ Mark Strong (ที่ในระยะหลังกลายเป็นตัวขโมย scene ในหนังที่เขาแสดงแทบทุกเรื่อง ทั้งใน Stardust, Body of Lies และ RocknRolla) มารับบท


แม้มาดของ Strong จะให้สุดๆ และการแสดงก็อยู่ในระดับมาตรฐาน แต่ตัวละครนี้กลับขาดเสน่ห์อย่างที่ควรจะเป็น แถมความร้ายกาจที่มีก็ดูจะน้อยเกินไป


อนุมานได้ว่าอาจเป็นเพราะบทหนังที่มุ่งไปที่การปูพื้นเกี่ยวกับ Holmes และ Watson สองตัวละครหลักของเรื่องมากเกินไป จนลืมให้ความสำคัญกับตัวละครอื่นๆ



นี่ถ้าหนังเน้นไปที่ตัวละคร Lord Blackwood และมีเวลาให้ Strong ได้โชว์ทีเด็ดมากกว่านี้ หนังคงเป็นความบันเทิงมากกว่าที่เป็นอยู่





สำหรับตัวละครฝ่ายหญิงในเรื่องนี้ เป็นได้แค่ไม้ประดับของเรื่องเท่านั้น ขนาดที่ตัวละครฝ่ายหญิงที่โดดเด่นที่สุดอย่าง Irene Adler ของ Rachel McAdams ที่แม้จะเป็นตัวละครที่กุมความลับสำคัญในเรื่อง แต่ประโยชน์จริงๆก็เป็นแค่ ตัวละครที่ใช้ขับเน้นลักษณะ และพื้นเพของ Holmes เท่านั้น


ที่สำคัญก็คือ นี่เป็นเหมือนตัวละครที่ถูกใช้เพื่อถ่วงดุล และเป็นข้ออ้างป้องกันคำครหาว่า Holmes และ Watson อาจมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินเพื่อน







บทหนังในส่วนของ "คดีและการไขปริศนา" เต็มไปด้วยรายละเอียด แต่ไม่ซับซ้อนจนยากที่จะเข้าใจ อีกทั้งแง่ปม และปริศนาที่หนังทิ้งไว้ตามรายทาง ก็สร้างความน่าติดตามได้เป็นอย่างดี แม้บางแผนการ และการกระทำบางอย่างอาจดูเป็นไปได้ยากก็ตาม แต่ความที่โทนของหนังไม่ได้เน้นความจริงจังมากนัก ก็ทำให้ข้อบกพร่องนี้เป็นแค่เรื่องเล็กๆ

สำหรับการเฉลยเล่ห์กล และแผนการทั้งหลายในตอนจบนั้น ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการอ่านการ์ตูนนักสืบทั้งหลาย (เป็นไปได้ว่าการ์ตูนเหล่านั้น รับโครงเรื่องแบบนี้มาจาก หนังสือชุด Sherlock Holmes อีกที)



ขณะที่บทหนังในส่วนของ "การปูพื้น และแนะนำตัวละคร" นั้น หนังก็ทำได้ดีมาก เพราะสามารถทำให้ผู้ชมรับรู้ลักษณะนิสัยของตัวละคร และความสัมพันธ์ของพวกเขา ผ่านฉากเล็กๆน้อยๆต่างๆ ที่แทรกเข้ามาอย่างมีชั้นเชิง แต่สำหรับแฟนพันธ์แท้ Holmes บางคนอาจไม่พอใจที่ตัวละครอันเป็นที่รักของพวกเขา ถูกตีความใหม่ก็เป็นได้



ซึ่งก็ต้องชมไปที่ทีมเขียนบทอย่าง Anthony Peckham, Michael Robert Johnson และ Simon Kinberg ที่ผสมผสานทั้งการปูพื้นตัวละคร และ การดำเนินเรื่องราว เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว







ผู้กำกับ Guy Ritchie อาจจะไม่ได้ปลดปล่อยสไตล์ของตัวเองเต็มที่ในเรื่องนี้ แต่ก็อย่างว่า นี่คือหนังฟอร์มใหญ่ ที่เน้นขายความบันเทิงเป็นหลัก จะมาแหวกแนวเกินไปก็ใช่ที แต่สไตล์ภาพที่เท่ห์แบบบแปลกๆ และความดิบของภาพ ยังมีให้เห็นกันอยู่ โดยเฉพาะในฉาก “ชกมวย” ที่เห็นแล้วพูดได้เลยว่า “นี่มัน Guy Ritchie ชัดๆ”


แต่ความเป็น Guy Ritchie ในแง่ของ “การเดินเรื่องด้วยตัวละคร” ที่ขายเสน่ห์ของตัวละครไปพร้อมๆกัน คือสิ่งที่เป็นประโยชน์กับหนังมากๆ และขออนุมานว่า นี่น่าจะเป็น สาเหตุสำคัญที่ Ritchie ได้รับหน้าที่ผู้กำกับเรื่องนี้ เพราะนี่คืองานถนัดของ Ritchie อยู่แล้ว ซึ่งสามารถเห็นได้จากผลงานส่วนใหญ่ของเขา



และอีกหนึ่งอย่างที่เข้าทาง Ritchie เต็มๆ ก็คือ ทั้ง Holmes และ Watson ต่างก็เป็น “เด็กผู้ชายซนๆ ในคราบผู้ใหญ่” ซึ่งนี่คือตัวละครประจำในหนังทั้งหลายของ Ritchie อยู่แล้ว





ขณะที่งานเทคนิคต่างๆก็ถือว่าอยู่ในมาตรฐาน ที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือการสร้างบรรยากาศของ London ในยุคปลายศตวรรษที่ 19 ได้อย่างเห็นภาพเลยว่า บ้านเมือง และผู้คนในสมัยนั้นเป็นอย่างไร

ขณะที่งานด้านภาพก็เน้นบรรยากาศมืดๆทึมๆ เป็นหลัก







อนุมานได้ว่า Sherlock Holmes เวอร์ชั่นนี้ เป็นการตีความใหม่ที่สนุกสนาน มีสไตล์เฉพาะตัว แม้พล็อตเรื่อง จะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่มากนัก


หนังมีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน จากการแสดงที่เปี่ยมเสน่ห์ และความเข้าขากันของ Downey Jr. และ Law

ขณะที่บทหนังก็ทำได้ดี ในการแนะนำตัวละคร ควบคู่ไปกับการดำเนินเรื่องราวไปข้างหน้า





7 / 10 ครับ








ปล. Sherlock Holmes มีบางส่วนคล้ายคลึงกับ 20th Century Boys อยู่เหมือนกัน ทั้งการเล่าเรื่อง ของตัวร้ายผู้ที่ต้องการครอบครองโลก โดยอาศัยเล่ห์กลเพื่อหลอกลวงผู้คน ให้ “เชื่อ” และ “กลัว” ในอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของตน

อีกทั้งทั้งสองเรื่อง ยังมีประเด็นเรื่อง “ผู้ที่ฟื้นจากความตายได้ คือ พระเจ้า” เหมือนกันอีกด้วย


ซึ่ง “Lord Blackwood” ใน Sherlock Holmes มีลักษณะคล้ายกับ “เพื่อน” ใน 20th Century Boys อยู่พอสมควร

นอกจากนี้หนังยังเล่าเรื่องในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับช่วงเปลี่ยนศตวรรษเหมือนกันด้วย เพียงแต่เรื่องราว ของ Sherlock Holmes เกิดในช่วงปลายศตวรรษที่ 19



ดังนั้น จึงขออนุมานว่า Sherlock Holmes คือ 19th Century Boys





หมายเหตุ: อนุมาน แปลว่า คาดคะเน หรือ สรุป อย่างมีเหตุผล







Create Date : 21 มกราคม 2553
Last Update : 21 มกราคม 2553 15:39:40 น. 7 comments
Counter : 1584 Pageviews.

 
เสียดายไม่มีเบอร์ติดต่อ ไม่งั้นวันนั้นจะโทรไปชวนดู ตายโหง ด้วยกัน จะได้มาเขียนวิจารณ์ก่อนใคร


โดย: joblovenuk วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:21:56:56 น.  

 
คุณทิ้งเบอร์ไว้ให้ผมทางหลังไมค์ดีกว่าครับ
บางทีมันกระทันหันมาก ถ้าผมหาคนไปไม่ได้ ก็จะโทรชวนไปนะครับ บางทีมาบอกเช้า หรือบ่าย ดูกันเย็นวันนั้นเลยอ่ะครับ เมล์ไม่ทันหรอกครับ


โดย: job IP: 125.25.248.233 วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:7:51:47 น.  

 
+ เห็นด้วยเกือบทุกอย่างที่คุณเขียนไว้ซะละเอียดลออครับ เคมีที่เข้าคู่กันระหว่างโรเบิร์ต ดาวนีย์ Jr. กับจู๊ด ลอว์ มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อหนังเรื่องนี้ และทั้งคู่ก็ทำได้อย่างไม่บอกพร่องเสียด้วย ... รวมทั้งเห็นด้วยว่าให้มาร์ค สตรองมาเป็นตัวร้ายทั้งที แต่ดันเป็นตัวร้ายที่แบนๆ ขาดมิติ เหมือนการ์ตูนซะงั้น

+ อ้าว! ที่ผมอ่านมาทั้งหมดข้างบน เหมือนจะชมเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ไหงดันได้แค่ 2 ดาวครึ่ง = 7 คะแนนอ่ะครับ (หรือว่านี่ก็สูงแล้ว เพราะมาตรฐานแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างของผมเวลาให้คะแนน จะเอียงมาทางสูงๆ ซะเยอะ ถ้าเรื่องนั้นมันไม่ห่วยจริงๆ (แต่ถ้าห่วย ก็จะด่าเลยเหมือนกัน))

+ โอ๊วววว ช่างโยงใยนะครับ ผมได้ดูแล้วทั้ง 2 เรื่อง แต่ไม่ทันคิดประเด็นความเกี่ยวพันแฮะ (อาจเป็นเพราะท้องเรื่องมันอยู่คนละซีกโลก) ถ้ายังงั้น โฮล์มส์ กับหมอวัตสัน คงต้องเป็น 20th century adult แล้วนะครับเนี่ย อิๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:17:29:40 น.  

 
^
^
^

ไม่ได้ช่างโยงใยอะไรมากนักหรอกครับ

เผอิญว่า ดูSherlock Holmes จบ วันถัดไปก็ดู 20th Century Boys 3 ต่อเลย



เลยเห็นถึงความคล้ายคลึงกัน


โดย: navagan วันที่: 23 มกราคม 2553 เวลา:19:13:22 น.  

 
หลงรักโฮมส์เข้าอย่างจัง

ต้แงให้เครดิตนักแสดงและผู้กำกับด้วยคนค่ะ

พึ่งไปดู air doll มา ชอบมาก ก ก

อยากรู้ว่าคิดยังไง ลองไปดูนะคะ


โดย: ioio (metuinui ) วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:1:21:30 น.  

 
แวะมาเยี่ยมครับ จะบอกว่างัยดี คุณเขียนได้ดีครับ ทำการบ้านมาดีมากๆ ผมได้ดูแล้วล่ะ โฮล์มส์ นั่นนะ แต่ผมรู้สึกว่ามันหนังสนุกๆมากกว่า จะเอาจริงเอาจัง ประมาณว่า ดูได้ไม่เสียดายตังค์

Air Doll ผมก็ได้ดูครับ เมื่อคืนนี้เอง หนังดีครับ ตุ๊กตาลมตัวนี้ไม่เบาเลยสักนิดเดียว เธอถามไถ่ผู้คน ถึงสิ่งที่นอกเหนือจากการ "มีชีวิตอยู่" และ "เซ็กส์" เป็นหนังอีกเรื่องที่เจาะลึกในความเป็นคน แต่อีกมุม ก็เหงาอย่างประหลาดๆ


โดย: ชายลังเล วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:1:49:16 น.  

 
ขอขัดหน่อย ลูกชายวัยรุ่นที่ชอบดูหนังกับแม่บอกว่า "แม่การไขคดีแบบนี้ทำไ้ด้ ด้วย....." เขาพุดโดยอ้างเรื่องวิทยาศาสตร์ทั้งเคมี ทั้งการวางแผนเรื่องแขวนคอ ซึ่งเขาไขปัญหาก่อนหนังจะเล่าซะอีก ฉะนั้นฉันเชื่อว่าความเป็นไปได้ต่อการไขคดีให้คนดุูยอมรับว่าเป็นจริงได้ หนังทำได้และนักสืบโฮล์มก็ทำได้จริงๆมันจึงไม่น่าใช่การ์ตูนอย่างที่คุณว่า เอ คุณก็เรียนสายวิทยาศาสตร์นี่ เอาน่่าเรื่องที่เหลือคูณวิพากษ์ได้ถูกแฮะ เอเ คูณเคยดูดาวนีย์เล่นเป็น ชาลี แชปปลินมั้ย หนังนานมากแล้วได้ใจและตลกสมเป็นผู้ดึงดูดผู้ชมจริงๆ


โดย: พระอาทิตย์ (Jump Mom ) วันที่: 4 เมษายน 2553 เวลา:23:31:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.