All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
15 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
Mini Review 24 : *** Terminator Salvation ***

*** Terminator Salvation ***






กลับมาอีกครั้งสำหรับ หนังตระกูล Terminator ที่คราวนี้หนังพาเราไปในยุคหลังจากที่สงครามระหว่าง มนุษย์ และ Skynet ได้เกิดขึ้นแล้วสักที หลังจากเล่นกับเรื่องราวในยุคปัจจุบัน กับ Plot แบบเดิมๆมาถึง 3 ภาค

และจากชื่อหนังที่ในภาคนี้ ไม่มีเลขภาคกำกับอยู่ เหมือนจะเป็นการบอกว่า นี่คือการเริ่มต้นเรื่องราวครั้งใหม่ มากกว่าจะเป็นภาคต่อแบบที่เคยเป็นมา



ใน Terminator Salvation หนังเล่าเรื่องราวในปี 2018 ตอนที่ John Connor (Christian Bale) ได้กลายมาเป็นหัวหน้ากองทหารกองหนึ่ง ซึ่งกำลังจะปฏิบัติภารกิจสำคัญที่อาจเป็นการหยุดยั้ง Skynet ได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน Connor ก็ต้องตามหาตัว Kyle Reese (Anton Yelchin) ผู้ที่จะกลายมาเป็นพ่อของเขาไปพร้อมๆกัน


นอกจากนี้หนังยังเพิ่มอีกหนึ่งตัวละครที่จะต้องเข้ามาวุ่นวายกับภารกิจนี้อีกคน นั่นก็คือ ชายความจำเสื่อม Marcus Wright (Sam Worthington) ที่ถือได้ว่าเป็นอีกตัวละครสำคัญของเรื่อง







แม้จะเห็นรายชื่อนักแสดงมากมาย แต่เรื่องราวของหนังกลับไม่มีอะไรมากนัก ถ้าจะเล่าให้จบแบบรวบรัด (และเข้าใจ) ก็คงไม่เกิน 5 นาที อย่างไรก็ตามเรื่องราวของหนังก็ยังมีจุดหักมุมให้พอประหลาดใจอยู่บ้าง ทั้งที่จะว่าไปแล้ว มันก็ไม่ได้เกินคาดเดานัก


หนังอาจจะไม่มีฉาก Action ฉากใหญ่ หรือฉากที่น่าจดจำ อย่างที่ T2 เคยทำเอาไว้ (และ T3 พยายามทำตาม) แต่หนังก็แทบจะประเคนฉาก Action ใส่ผู้ชมทุกๆ 15 นาที แม้มันจะไม่ได้แปลกใหม่มากนัก แต่ก็ถือว่าหวือหวา และสร้างความสนุกได้พอสมควร





ปัญหาของ Terminator Salvation อยู่ที่การที่หนังไม่เลือกว่าจะเทน้ำหนักให้ตัวละครใดเป็นตัวเด่นของเรื่องกันแน่ ระหว่าง Connor หรือ Wright นั่นทำให้ แทนที่ตัวละครตัวใดตัวหนึ่งจะได้ใจผู้ชมไปเต็มๆ กลับได้ไปแค่ครึ่งๆกลางๆ


อย่างไรก็ตาม ด้วยมาดและรัศมีอันเปล่งประกาย ของ Worthington และบทหนังที่สร้างตัวละคร Wright ให้น่าเห็นใจและได้ใจผู้ชมมากกว่า ทำให้ตัวละคร Wright โดดเด่นกว่า Connor เล็กน้อย
(น่าเห็นใจ Bale ที่พักหลังโดนขโมยซีนตลอดทั้ง The Dark Knight และ Public Enemies )






ไม่น่าเชื่อว่า McG ผู้กำกับที่สร้างชื่อจากผลงานที่หวือหวา สีสันสดใส (และไม่ค่อยน่าประทับใจนัก) อย่าง Charlie's Angels ทั้งสองภาค จะสร้างงานที่ขึงขัง จริงจัง และมืดหม่น ออกมาได้ดีขนาดนี้

แต่ดูเหมือนว่า McG จะลืมสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่เป็นสาเหตุให้ T2 ประสบความสำเร็จ นั่นก็คือ “อารมณ์ร่วมที่ผู้ชม มีต่อตัวละคร” ซึ่งนั่นส่งผลต่อความลุ้นระทึก และความสะเทือนใจได้โดยตรง

คงจำกันได้กับพลังของความผูกพันระหว่าง Connor กับ หุ่น T-800 และชะตากรรมของพวกเขาใน T2



แต่จะว่าลืมก็ไม่ใช่เสียทีเดียวเพราะเห็นว่าหนังก็พยายามใช้จุดเด่นนี้อยู่เหมือนกัน เพียงแต่มันไม่ได้ถูกขับเน้นให้เท่าๆกับฉาก Action ทั้งหลายในหนัง เท่านั้นเอง





คงจะไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นนัก ที่เราจะนำ Terminator Salvation ไปเปรียบเทียบกับ Terminator ทั้งสามภาคก่อนหน้า

เพราะจะว่าไป หนังก็ออกตัวไปแล้วว่านี่เป็นการเปิดเรื่องราวบทใหม่ให้กับหนังชุดนี้ ที่คราวนี้ละทิ้งธรรมเนียมเดิมๆของ Series ชุดนี้ ที่ว่าด้วย “การย้อนเวลาของหุ่น Terminator เพื่อปฏิบัติภารกิจบางประการ” ออกไป
แม้ว่ามันจะยังเต็มไปด้วยฉากคารวะต้นฉบับก็ตาม (ซึ่งอันนี้แฟนหนังบอกมา ผมเองก็ไม่ทราบว่าฉากใดบ้าง)






ส่วนเรื่อง "ความสมเหตุสมผล" นั้น คงไม่ต้องพูดถึง เพราะหนังแทบจะไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว
นั่งดูไปคิดไป นี่ถ้า Skynet ฆ่า Reese ไปตั้งแต่แรก Connor คงไม่ได้บุกเข้าไปที่ฐานหรอก

ซึ่งคำถามแนวนี้เกิดขึ้นกับทุกภาคของ Series นี้ แต่ผู้ชมก็พร้อมใจที่จะไม่ติดใจประเด็นนี้อยู่แล้ว แถมแฟนหนังบางคนยังคอยหาเหตุผลมาแก้ต่างให้อีกด้วย ทั้งๆที่มันฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด





สรุปว่า Terminator Salvation เดินเรื่องอย่างรวดเร็ว และอัดฉาก Action มาเต็มที่ ซึ่งก็ถือว่าดูได้เพลินๆ

หนังทำได้ดีในการสร้างบรรยากาศอันหม่นมืด ในยุคหลังสงครามล้างโลก รวมถึงอารมณ์อันขึงขัง จริงจังของมัน ส่วนข้อเสียข้อสำคัญก็คือ หนังละเลยในส่วนของการสร้างอารมณ์ร่วมกับผู้ชม




ถ้าอยากดูหนัง Action/Sci-fi สนุกๆสักเรื่อง Terminator Salvation ตอบโจทย์นี้ได้ดีทีเดียว

แต่สำหรับใครที่เป็นแฟนพันธ์แท้ Series Terminator หรือคาดหวังไว้สูงกว่านี้ อาจจะผิดหวัง




7 / 10 ครับ




Create Date : 15 ธันวาคม 2552
Last Update : 15 ธันวาคม 2552 4:05:41 น. 4 comments
Counter : 1536 Pageviews.

 
ไม่รุ้ว่าจะมีโอกาสได้ดูไหมเรื่องนี้? =='


โดย: Seam - C IP: 58.9.194.166 วันที่: 16 ธันวาคม 2552 เวลา:16:49:36 น.  

 
ไม่ได้ดู T 4 ในโรงเหรอครับเนี่ย


โดย: joblovenuk วันที่: 16 ธันวาคม 2552 เวลา:21:47:26 น.  

 
คือผมพยายามไม่โยงมันไปถึงคนเหล็กทั้งสามภาค (ใช่แล้ว ภาคสามด้วย) ที่ผ่านมาครับ ซึ่งการทำอย่างนั้นทำให้ผมคิดว่า มันก็คือหนังบู๊ๆที่ดูสนุกดีเรื่องนึง แต่พอไปคิดถึงเส้นเวลาของคนเหล็กเข้า ความไร้เหตุผลมันก็ผุดขึ้นมาจนทำให้ผมหงุดหงิดทุกที


โดย: BloodyMonday วันที่: 17 ธันวาคม 2552 เวลา:21:45:38 น.  

 
ก็งงๆเหมือนกันว่าไคล์ รีส เป็นแบล๊กลิสต์อันดับหนึ่ง

แต่ไหงตอนจับได้ ไม่ฆ่าซะล่ะนั่น - -'

แต่ตัวหนังก็ทำออกมาได้ดูทึมๆ จริงจังได้ดี ดูเพลินๆไปจนจบได้

ด้านตัวนักแสดงก็รู้สึกเห็นใจเบลอยู่ ที่โดนกลบมาหลายเรื่อง T T

สรุปแล้วก็เป็นหนังที่ดูเรื่อยๆ ไม่มีอะไรน่าจับใจเท่าไรนัก

ปล. แต่ชอบฉากที่ไล่ล่าตัวรีสกับมาร์คัส รู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของสกายเน็ต ^^


โดย: hormones IP: 124.120.212.123 วันที่: 26 ธันวาคม 2552 เวลา:12:33:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.