รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
16 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
พลังงานความคิด ในแง่แห่งสมมุติ ปรมัตถ์

ผมได้เขียนเรื่อง จิตกระฉอก หรือ พลังงานความคิดไว้ก่อนหน้านี้ ถ้าท่านนักภาวนาสามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานนี้ได้แล้ว ขอให้สังเกตต่อไปอีกนิดหนึ่ง

พลังงานนี้จะเกิดเสมอ เมื่อ

1. มีความคิดขึ้น เช่น ขณะอ่านหนังสือ ฟังคนพูด หรือ พูดเสียเอง ตัวก้อนพลังงานนี้ คือ ปรมัตถ์ แต่เรื่องราวที่รับมาจากการอ่าน การพัง การพูด นี้เป็นความหมายที่แทนค่าในก้อนพลังงานนี้ ซึ่งก็คือ สมมุติ

2. เมื่อก้อนพลังงานนี้เกิดขึ้น แล้ว ท่านเกิดอารมณ์ที่ไม่พอใจ ก้อนพลังงานนี้ คือ สิ่งที่ท่านเรียกว่า ความโกรธ

3. เมื่อก้อนพลังงานนี้เกิดขึ้น แล้ว ท่านเกิดอารมณ์พอใจ ก้อนพลังงานนี้ คือ สิ่งที่ท่านเรียกว่า โลภะ

4. เมื่อท่านทำผิดอะไรสักอย่างแล้วเกิดจิตใจที่ไม่ดีขึ้น แล้วก้อนพลังงานนี้เกิดขึ้น ท่านเรียกก้อนพลังงานนี้ว่า บาป

5. เมื่อท่านทำความดีแล้วแล้วเกิดจิตใจที่แช่มชื่น ปิติ แล้วก้อนพลังงานนี้เกิดขึ้น ท่านเรียกก้อนพลังงานนี้ว่า บุญ

ข้างบนนี่้เป็นเพียงตัวอย่างที่เกิดจริงในชีวิตของคน ในแง่ปรมัตถ์นั้น มันก็คือความหมายที่คนเข้าใจกัน แต่การกระทำบางอย่างนั้น คนในชุมชนหนึ่งอาจถือว่าอย่างหนี่ง แต่คนในอีกชุมชนอาจถืออีกเป็นสิ่งตรงข้าม นี่คือการให้ความหมายค่าปรมัตถ์ที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น เมือท่านมองกระดานหุ้นในประเทศไทย พอเห็นตัวเลขแดง ท่านก็อาจตกใจว่า หุ้นตก แต่ถ้าเป็นกระดานหุ้นของประเทศจีน ตัวเลขแดง คือ หุ้นขึ้น จะเห็นว่า ต่างกันในความหมายที่เป็นสมมุติ แต่เนื้อแท้ปรมัตถ์มันเหมือนกัน

ถ้าท่านไม่ติดสมมุติ ก้อนพลังงานนี้ ก็เหมือนกันในแง่ปรมัตถ์ เพียงแต่คนทั่ว ๆ ไปไม่เข้าใจ ก็เลยหลงสมมุติกัน

ผมเคยฟังเทปการบรรยายของท่านเขมานันทะ บรรยายไว้นานแล้ว เรื่องจิตก่อนคิด ซึ่งถ้าแปลออกมา ก็หมายความว่า จิตในสภาวะที่ยังไม่มีก้อนพลังงานนี้เกิดขึ้น นั้นเอง

ผมยกตัวอย่างเรื่องสมมุติ ปรมัตถ์ ขึ้นมา เพื่อให้ท่านเข้าใจก่อนในแง่ของสุตมยปัญญา แต่ถ้าวันใดวันหนึ่ง ท่านเกิดปิ๊งขึ้นมาเอง ความเข้าใจเรื่อง สุตมยปัญญา ก็จะเป็นปัญญาจริง ๆ ของท่านต่อไปในอนาคต ครับ ถ้าวันใดปัญญานี้เกิดจริงในตัวท่าน ท่านอาจรู้สึกแปลกใจในพุทธศาสนามาก ๆ เลยครับ ช่างมหัศจรรรย์จริง ๆ ปัญญาของพระพุทธองค์


Create Date : 16 มิถุนายน 2555
Last Update : 16 มิถุนายน 2555 7:36:36 น. 0 comments
Counter : 1325 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.