รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
13 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
การปฏิบัติธรรมคือการรู้แจ้งในทุกข์ เพื่อการอยู่กับทุกข์ได้โดยไม่ทุกข์

ท่านไม่ต้องไปนีกคิดไกลตั้งแต่ โสดาบัน ถึง นิพพาน ว่าเป็นอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะไปถึงให้ได้ ขอให้ท่านเข้าใจได้อย่างง่าย ๆ ว่า..... การปฏิบัติธรรมคือการรู้แจ้งในทุกข์ เพื่อการอยู่กับทุกข์ได้โดยไม่ทุกข์

นี่ของจริงมันเป็นอย่างนี้

ถ้าท่านมีปัญญารู้แจ้งในทุกข์ได้ว่า ทุกข์ของขันธ์ 5 อันได้แก่ร่างกายและจิตใจ นั้น มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของ ๆ เราแล้วท่านมีสัมมาสมาธิที่จิตไม่เข้าไปยีดในทุกข์ได้ละก็ ท่านจึงจะสามารถที่จะอยู่กับทุกข์ได้โดยไม่ทุกข์

การที่ท่านไปได้ยินคนบางคนพูดว่า มานั่งสมาธิแบบนี้ซิ มีแต่ความสุข เขาพูดอย่างนัั้นก็อาจจะถูกของเขา ขอให้ท่านพิจารณาดูซิว่า แต่ถ้าเขาไม่ได้นั่งสมาธิ เขาจะยังเป็นสุขอยู่ได้หรือไม่

ในชีวิตของการมีชีวิตอยู่ ท่านจะพบกับทุกข์อยู่ตลอดเวลา ทั้งทุกข์ของตนเองและผู้อื่น
ท่านเห็นทุกข์นี้ออกหรือไม่ ถ้ามองไม่ออก ผมยกตัวอย่างให้ท่านเห็น

ถ้าท่านเป็นหนุ่มสาว ถ้าท่านไม่มีคนรัก ท่านเป็นทุกข์หรือไม่ หรือว่า คนรักตึจาก ท่านเป็นทุกข์หรือไม่ ถ้ารายได้ของท่านไม่พอกับค่าใช้จ่าย ท่านเป็นทุกข์หรือไม่ หรือแม้แต่ ถ้าท่านปวดท้องหนักเบาแล้วหาห้องน้ำไม่ได้ในตอนนั้น ท่านเป็นทุกข์หรือไม่ ยังมีอีกมากในชีวิต ท่านลองคิดดูดี ๆ ทั้งเรื่องที่ทำงาน และ ครอบครัวและตัวท่านเอง

ถ้าท่านเป็นพ่อแม่คน ก็จะมีทุกข์ของครอบครัวเพิ่มขึ้นมา ลูกไม่สบาย ลูกสอบเอนทรานไม่ติด หรือ ลูกติดยา และ การเจ็บป่วยของตัวท่านเองอีก และอื่น ๆ อีกมาก

ผมยกตัวอย่างแค่นิดหน่อย ถ้าท่านนั่งคิดและจดออกมา ท่านจะพบทุกข์เป็นกระบุงโกยในแต่ละวัน

ในปรกติ พอคนทุกข์ ก็จะเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรดี การคิดนี้ก็ไปสร้างทุกข์เพิ่มขึ้นมาอีก ดังเช่นคนหนุ่มสาวอกหัก คิดหนักไม่ยอมหยุด คนอกหักคงรู้รสมาแล้วว่า ยิ่งคิดยิ่งทุกข์

ท่านไม่มีวันหนีทุกข์ไปได้พ้น การไปนั่งสมาธิแล้วบอกว่ามีแต่สุข ก็ได้แค่การหยุดคิดชั่วขณะเท่านั้น เป็นการหนีทุกข์ชั่วคราว เหมือนคนไปดูหนังผี แล้วกลัวผี ก็เอามือปิดหน้าไว้ แล้วบอกว่า ผีไม่น่ากลัว

สิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนนั้น ไม่ได้เป็นการหนีทุกข์ชั่วคราว แต่เป็นการหนีทุกข์ที่ถาวร ที่ทุกข์นั้นมีอยู่ แต่สามารถอยู่กับทุกข์ได้โดยไม่ทุกข์ นี่คือการแก้ทุกข์แบบพุทธศาสนา

พระพุทธเจ้าทรงสอนอริยสัจจ์ 4 สอนการปฏิบัติเพื่อให้ถึงการพ้นทุกข์ที่เรียกว่า ทางสายกลาง อันได้แก่ อริยมรรคมีองค์ 8

คำสอนของพระพุทธเจ้านี้ ต้องมีคนรู้จริงที่ไม่หลอกลวงมาแนะนำทางให้ แล้วท่านจึงจะมีสัมมาทิฏฐิ เห็นทางสว่างในทางพ้นทุกข์จริงๆ นี่คือสิ่งทีท่านต้องค้นหากัลยาณมิตรนี้ด้วยตัวท่านเอง

เมื่อท่านมีสัมมาทิฏฐิ แล้วเดินตามอริยมรรคมีองค์ 8 อย่างแท้จริง ท่านจะพบทางที่ท่านจะสามารถอยู่กับทุกข์ได้โดยไม่ทุกข์

นี่แหละคือ สิ่งที่เรียกว่า การปฏิบัติธรรม อย่างแท้จริง

ท่านจะภาวนาสำนักใดไม่สำคัญ นั่นเป็นเพียงรูปแบบภายนอก แต่อริยมรรคมีองค์ 8 เป็นการเดินขบวนการภายในของ.จิต. ซี่งไม่มีรูปแบบ




Create Date : 13 ตุลาคม 2555
Last Update : 13 ตุลาคม 2555 9:23:44 น. 1 comments
Counter : 1290 Pageviews.

 
ท่านทีต้องการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 25 พ.ย.2555 เวลา 13-16 น. กรุณาลงชื่อได้แล้วครับ

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=namasikarn&month=10-2012&date=17&group=14&gblog=12


โดย: นมสิการ วันที่: 17 ตุลาคม 2555 เวลา:19:47:41 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 124 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.