รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
1 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
สุญญตา

บทความนี้ลงใน fb  เมื่่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2555

สุญญตาที่ว่าว่างเปล่านั้น ไม่ใช่แค่ไม่คิด แต่มันคือสภาวะแห่งการไม่มีจิต ไม่มี มโน จึงเรียกว่า ความว่างเปล่าที่แท้จริง ในนักภาวนาที่ยังไม่เห็นจิต ไม่เห็น มโน เขาจะไม่มีทางรู้จักสภาวะแห่งความว่างเปล่าที่แท้จริง หรือ สภาวะแห่งสุญญตา เพียงแต่เมื่อเขาไม่มีความคิดของจิตปรุงแต่ง นี่ก็ยังไม่ใช่ความว่างเปล่าที่แท้จริง ถึงแม้ว่า นักภาวนาที่เห็นจิต เห็น มโน ได้แล้ว แต่ถ้าเขาไม่พบกับสภาวะแห่งการไม่มีจิต ไม่มี มโน เขาก็จะไม่รู้จักสภาวะของสุญญตาอีกเช่นกัน ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น
เพราะว่า มโน นั้น ถึงแม้ว่าจะว่างเปล่า แต่ก็ยังมีอยู่ บอกไม่ได้ว่า มโน คือ รูป หรือ อรูป แต่มันบางเฉียบเหมือนไม่มี แต่ที่แท้ยังมีอยู่ เมื่อนักภาวนาพบกับสภาวะจิตหดตัวกลับเข้าสู่กายเมื่อไร เมื่อนั้น เขาจะร้องอ๋อทันทีว่า สิ่งที่เขาเคยเข้าใจว่า สภาวะนี้คือการสิ้นสุด แต่ที่แท้ยังไม่ใช่ เมื่อ มโน หดกลับเข้าสู่กายเมื่อไร นักภาวนาจะพบกับความว่างเปล่าของสุญญตา ที่ไม่มีจิต ไม่มี มโน

สภาวะแห่งการไม่มีความคิด นี่ยังไม่ใช่ครับ สภาวะสุญญตานี่ไม่ใช่เล่นๆ มันอยู่ปลายไม้แล้ว ถ้าท่านยังเดินทางอยู่ระหว่างไม้ ก็อย่าเพิ่งไปสนใจมันเลย ขอให้ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า ทำสัมมาสติให้แข็งแรงตั้งมั่นเป็นสัมมาสมาธิให้ได้อย่างมั่นคง นี่เป็นสิ่งสำคัญที่จะให้จิตตั้งมั่นไม่ไปยึดเกาะขันธ์ 5 เพราะจิตตั้งมั่นเมื่อไร ไม่ยึดเกาะขันธ์ 5 เมื่อไร ท่านจะไม่ทุกข์เพราะขันธ์อีก เมื่อท่านหยุดทุกข์เพราะขันธ์ได้แล้วอย่างสิ้นเชิง ค่อยมาว่ากันเรื่องสุญญตา
*** เดินตามลำดับทางเลยครับ

• เมื่อจิตไม่แยกตัว ก็ไม่เห็น ขันธ์
• เมื่อไม่เห็นขันธ์ ก็ไม่มีทางเห็น จิต เห็น มโน
• เมื่อไม่เห็นเคยเห็นจิต เห็น มโน ก็ไม่มีทางรู้จักกับสุญญตา 

หมายเหตุ   
มโน คือ สิ่งที่จิตสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นพื่นที่สำหรับสร้างการทำงานของขันธ์ เหมือนเราจะสร้างบ้าน เราต้องหาพื้นที่ว่างเปล่าก่อนเพื่อให้บ้านตั้งอยู่ในพื้่นทีว่างนั้นได้ มโน ก็เหมือนพื่อนทีว่างนั้น ในบางคนเขาจะเรียกรวม ๆ ว่า จิต แต่ผมต้องการแยกให้เข้าใจให้ชัด เพราะคำว่า จิต จะมี 3 อย่าง ก็คือจิตทั้งสิ้น จะมี 1.จิต(ผู้รู้) 2. มโน 3.วิญญาณ ทั้ง 3 อย่างนี้ คือ จิตทั้งหมด ถ้าผมเรียกรวมว่า จิต จะทำให้ไม่กระจ่างแจ้งว่า มันคือตัวไหนใน 3 ตัว ผมจึงเรียกแยกให้ชัด ๆ ลงไป จะได้เข้าใจ จิตนั้นจะอยู่*ที่กาย* (ไม่ใช่ลึกเข้าไปภายในกาย) มโน นั้นจะอยู่นอกกาย แต่อยู่ใกล้กับกายมาก วิญญาณ คือ ตัวจิตที่วิ่งเข้าไปใน มโน หรือ หลุดออกจากอายตนะ เพราะแรงตัณหาไปดึงจิตออกจากฐานที่ตั้งของจิต



Create Date : 01 มิถุนายน 2555
Last Update : 7 มิถุนายน 2555 8:29:50 น. 0 comments
Counter : 784 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.