รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
18 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
สัมมาญาณ ญาณหยั่งรู้ สิ่งทียากที่สุดของนักภาวนา

ในการภาวนาเพื่อการพ้นทุกข์นั้น ในตำราได้กล่าวถีง มรรคมีองค์ 8 ทีเริ่มต้นด้วย สัมมาทิฏฐิ แล้วไปจบลงที สัมมาสติ และ สัมมาสมาธิ

ในพระไตรปิฏก สมาธิสูตร ได้กล่าวไว้ในทำนองนี้ว่า เมื่อเจริญสมาธิจนจิตตั้งมั่นแล้ว จักรู้เห็นธรรมตามความเป็นจริง

การรู้เห็นธรรมนั้น ถ้าจะแยกแยะกันออกเป็น 2 ระดับ คือ

1..ธรรมที่รู้เห็นอาการของขันธ์ 5 ว่าไม่เทียง แปรปรวน เป็นไตรลักษณ์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของ ๆ เรา ซี่งการรู้เห็นธรรมแบบนี้ สามารถใช้สัมมาสติ ที่ประกอบกับสัมมาสมาธิ ก็สามารถจะรู้ได้

2..ธรรมที่รู้เห็น จิต มโน สุญญตา(ไม่มีจิต ไม่มี มโน ) ซี่งไม่อาจใช้สัมมาสติแบบข้อ 1 มารู้เห็นได้ แต่สามารถรู้เห็นได้ด้วย สัมมาญาณ (ญาณหยั่งรู้)

>>>> ญาณหยั่งรู้ คือ อะไร...

ถ้าพูดกันแบบใช้ภาษาชาวบ้าน ญาณหยั่งรู้ คือ การระลีกได้เองโดยไม่มีการไปพิจารณาถีงหรือนีกถึง

ผมจะยกตัวอย่างทางโลกทีคล้ายๆ ญาณหยั่งรู้ ตัวอย่างเช่น สมมุติว่า วันนี้ในกระเป๋าเงินของท่านมีเงินอยู่ 500 บาท พอท่านไปทำงานอยู่ ท่านจะไม่สามารถนีกได้ว่า ในกระเป๋าท่านมีเงิน 500 บาท แต่ถ้าท่านหยุดงานแล้วมานีกถีง เงินในกระเป๋าของท่าน ท่านจะรู้ว่ามีอยู่ 500 บาท ซี่งการระลีกได้แบบนี้ ไม่ใช่ญาณหยั่งรู้ แต่เป็นเพียงสติทางโลกธรรมดาก็ทำได้แล้ว แต่ถ้าเป็นสญาณหยั่งรู้ ท่านทำงานได้ด้วย ท่านรู้ได้ตลอดเวลาพร้อมกับทำงานไปด้วยว่า เงินในกระเป๋าของท่านมีอยู่ในนั้น 500 บาท โดยทีท่านไม่ต้องหยุดมานีกถีงเงินในกระเป๋าเลย

>>> ญาณหยั่งรู้ ไปหยั่งรู้อะไร ในการดับทุกข์

ในการดับทุกข์ ญาณหยั่งรู้คือ สัมมาญาณ ซี่งไปหยั่งรู้สภาวะของ จิต/มโน/สุญญตา ถ้านักภาวนามีญาณหยั่งรู้นี การดับทุกข์จะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง อันเป็นการดับทุกข์ด้วยปัญญา
ซี่งมีเป็นจำนวนมากทีเข้าใจว่า การดับทุกข์ด้วยปัญญา คือ การได้อ่านธรรมมาก ๆ ฟังมาก ๆ
คิดธรรมมาก ๆ ซี่งเป็นการเข้าใจทีไม่ตรงและไม่อาจใช้ดับทุกข์ได้อย่างแท้จริง อย่างดีก็เพียงปลอบใจตัวเองให้คลายทุกข์ได้ชั่วคราวเท่านั้น

>>> ญาณหยั่งรู้ เกิดได้อย่างไร

เรื่องนี้ ผมยอมรับว่า ผมไม่ทราบว่าญาณหยั่งรู้เกิดได้อย่างไร แต่ทีเกิดกับผมนั้น ผมเจริญสติปัฏฐานตามแนวทางทีได้เขียนไว้ใน blog นี้ แล้วต่อมาได้เกิดญาณหยั่งรู้ขึ้นมาเอง

>>> ระดับของญาณหยั่งรู้

ผมไม่ทราบว่าตำราว่าไว้อย่างไรในเรื่องนี ผมจึงขอนำประสบการณ์ทีผมพบมาเขียน

ระดับที 1 เป็นการญาณทีสามารถหยั่งรู้ มโน ได้
ระดับที 2 สามารถหยั่งรู้ จิตผู้รู้ ได้
ระดับที 3 สามารถหยั่งรู้ สุญญตา ได้

ซีงจะเป็นการพัฒนาไปตามลำดับ เริ่มจากระดับที 1 ไป 2 แล้วไป 3

>>> เมื่อเกิดญาณหยั่งรู้ แล้ว สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ไม่ได้หายไปไหน ยังคงมีอยู่
ดังนั้น การดับทุกข์ทีสมบูรณ์ จึงประกอบไปด้วย สัมมาสติ สัมมาสมาธิ สัมมาญาณ(ญาณหยั่งรู้)



Create Date : 18 ตุลาคม 2556
Last Update : 18 ตุลาคม 2556 8:52:17 น. 0 comments
Counter : 4067 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.