รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
20 เมษายน 2553
 
All Blogs
 

สมถะ วิปัสสนา ในแนวทางที่ตำราไม่กล่าวถึง ภาค 2

มีคำถามเข้ามาว่า........
มีข้อสงสัยเรื่องการปฏิบัติขอรบกวนสอบถามค่ะ คือ การฝึกโดยการเคลื่อนไหวที่คุณนมสิการชี้แนะให้นี้สามารถทำควบคู่กับการฝึกสมถะได้หรือไม่คะ หรือว่าควรจะทำแค่อย่างใดอย่างนึง คือปัจจุบันนี้ดิฉันอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังจับแนวทางไม่ถูกค่ะ


**********************
มาอ่านความเห็นของผมดังนี้

ผมได้เคยเขียนเรื่อง สมถะ วิปัสสนา ในแนวทางที่ตำราไม่กล่าวถึง
ไว้ที่ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=namasikarn&month=05-2009&date=30&group=1&gblog=19

ในตอนนี้ผมจะเพิ่มเติมเข้าไปจากบทความก่อน

++++ สมถภาวนา
จุดมุ่งหมายของสมถภาวนาจะมี 3 อย่าง อยู่ที่ใครต้องการแบบใดใน 3 อย่างนี้ มาดูกันครับ

***จุดมุ่งหมายที่ 1 .... ทำสมถภาวนาเพื่อต้องการให้จิตสงบจากนิวรณ์
( หมายเหตุ นิวรณ์ คือ อาการที่จิตกำลังดิ้นรน กระสับกระส่าย ไม่สงบด้วยอาการในจิต )
ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นกันเพื่อให้เข้าใจ
ตัวอย่างที่ 1 ...สมมุติว่า ท่านเป็นคนกลัวผีมาก และ เผอิญต้องไปพักคนเดียวในโรงแรมเก่า ๆ ในต่างจังหวัด ซึ่งไม่มีทางเลือกที่พักอื่น โรงแรมนี้สภาพก็เก่า แถมอยู่ห่างไกลเมืองและอยู่ใกล้กับวัดอีกด้วย แอร์ก็ไม่มี ต้องเปิดหน้าต่างนอน พอตกกลางคืน ก็มีเสียงสุนัขหอนขี้นมา ทำให้เกิดอาการกลัวผีมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ก็เลยทำสมถภาวนาเพื่อไม่ให้กลัวผี เช่น บริกรรม พุทโธ ตลอดเวลา เพื่อให้จิตไปจับยึดที่พุทโธ จะได้ไม่กลัวผี
ตัวอยางที่ 2 ... สมมุติว่าท่านเป็นชาย มีภรรยาแล้ว พอดีได้เลขาสาวสวยเข้ามาใหม่ เธอหน้าตาดี แถมแต่งตัวเปรี้ยวมาก ท่านเห็นเธอแล้วใจก็เกิดอาการไม่เป็นสุขทันที ท่านก็กลัวใจว่าจะห้ามไม่ไหว ก็เลยไปนึกถึงภาพคนตายที่กำลังขึ้นอืด น่ากลัวแทน เพื่อที่จะบังคับใจที่กำลังหวั่นไหวนั้นให้สงบลงไป

คงพอมองภาพออกนะครับว่า สมภภาวนาแบบนี้เป็นอย่างไร ใช้อย่างไร

***จุดมุ่งหมายที่ 2 ....สมถภาวนาโดยการบังคับจิตให้นิ่งสงบ เช่นฤาษีเขาทำกันในสมัยพุทธกาล การภาวนาแบบนี้ จิตใจของผู้ภาวนาไม่ดิ้นรนอย่างจุดมุ่งหมายที่ 1 แต่การทำเพื่อต้องการทำบังคับจิตนิ่งโดยการให้จิตไปจับยึดสิ่ง ๆ เดียว ไม่ยอมให้จิตหลุดไปไหนเลย
ที่นิยมกันตอนนี้ ก็จะมีการเพ่งกสิณ การภาวนาลมหายใจโดยจับลมที่ปลายจมูก หรือ บริกรรมเร็ว ๆ เพื่อให้จิตจับอยู่กับคำบริกรรมอย่างเดียว สมถภาวนาแบบนี้ ได้ผลคือจิตนิ่ง ตัวแข็งเป็นหิน ถ้าถึงฌาน จะมีความสุขมาก ( สุขมากจริง ๆ ใครที่ภาวนาถึงได้จะเข้าใจดีว่าสุขแบบหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว )

สมถภาวนาแบบนี้ เจ้าชายสิทธัตถะ ได้ทรงเรียนมาก่อนกับดาบส 2 ตน แต่พระองค์ก็ทรงทราบว่า นี่ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์

ภาวนาแบบนี้ คนที่ได้ฌานมักจะติดสุข และ มักจะเป็นคนโทสะร้ายได้ง่าย ๆ เวลาที่ไม่ได้ภาวนาอยู่

**** จุดมุ่งหมายที่ 3 ... สมถภาวนาเพื่อการพัฒนากำลังจิต เพื่อเป็นฐานสำหรับวิปัสสนาต่อไป เพราะว่า วิปัสสนาจะเกิดไม่ได้เลย ถ้าจิตไม่มีกำลังพอ ที่ว่า จิตมีกำลัง หมายความว่า จิตตั้งมั่นอยู่ที่ฐาน ไม่ซัดซ่ายไปไหน และ จิตมีกำลังทีจะต่อสู้กับอาการจิตปรุงแต่งที่เกิดขึ้นมาได้ ( อ่านเรื่อง ชักกะเย่อ ที่ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=namasikarn&month=07-2009&date=28&group=1&gblog=68 )

สำหรับเรื่องใน blog ของผมเช่นเรื่อง ตัวอย่างการฝึกเพื่อการรู้กาย
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=namasikarn&month=05-2009&date=30&group=1&gblog=20

ก็เพื่อจุดมุ่งหมายที่ 3 นี้

--------------------------------
+++ วิปัสสนาภาวนา
จุดมุ่งหมาย เพื่อให้เห็นแจ้งความจริงในขันธ์ทั้ง 5 ว่า ขันธ์ 5 นั้นมันเป็น ไตรลักษณ์ มันไม่เที่ยง มันไม่ใช่ตัวตนของเรา มันเป็นอนัตตา

การที่จะเห็นความจริงแบบนี้ได้นั้น จิตของผู้ปฏิบัติต้องมีกำลังมากและตั้งมั่นอยู่ ซึ่งจิตจะตั้งมั่นอยู่ได้และมีกำลัง ต้องมาจากการฝึกฝน
สมถภาวนาแบบจุดมุ่งหมายที่ 3 มาแล้วเป็นอย่างดี

ถ้าจิตไม่ตั้งมั่น ไม่มีกำลัง ไม่มีทางเจริญวิปัสสนาได้เลย เพราะจะไม่เห็นอาการของขันธ์ 5 เป็นไตรลักษณ์ เป็นอนัตตา เมื่อไม่เห็นอาการขันธ์ 5 เป็นไตรลักษณ์ เป็นอนัตตา มันก็ไม่เกิดการปล่อยวางขันธ์ 5

เรื่องนี้เขียนมากไม่ได้ เดียวผมจะมีเรื่องราวกับสำนักภาวนาหลายสำนัก

-----------------------------------------

บทความนี้ ผมหวังว่า ท่านที่ถามมาคงมองภาพออกนะครับว่า การเจริญวิปัสสนานั้น ต้องใช้ฐานรากจากสมถภาวนาแบบที่ 3 มาก่อนเพื่อให้จิตตั้งมั่น จิตมีกำลัง

เมื่อจิตตั้งมั่น มีกำลังแล้ว จิตรู้ จะแยกตัวออกมาได้จากสิ่งที่ถูกรู้ ในที่นี้คือ ขันธ์ 5 แล้ว จิตรู้ เขาจะพิจารณาขันธ์ 5 เองอันเป็นอาการของวิปัสสนา ที่ต้องเกิดเอง เห็นเองด้วยจิตรู้ ไม่สามารถทำให้เกิดโดยการตั้งใจได้ จึงจะเป็นวิปัสสนา และได้ผลในการปล่อยวางขันธ์ 5 เพื่อเข้าสู่มรรคผลนิพพานต่อไป
-------
ทีนี้มาถึงคำถามที่ถามมา ท่านที่ถามคงเข้าใจว่า สิ่งที่ผมเขียนใน blog จะไม่ใช่สมถภาวนา ตอนนี้คงเข้าใจแล้วนะครับว่า มันคือสมถภาวนาตามจุดมุ่งหมายที่ 3 ซึ่งนักภาวนาจะฝึกฝนสมถภาวนาในจุดมุ่งหมายที่ 3 นี้อย่างไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับใน blog ที่ผมเขียน หรือ จะฝึกหลาย ๆ อย่างสลับไป สลับมา ก็ได้เช่นกัน
แต่ที่ผมเขียนแนะนำใน blog ก็เพื่อจะได้เป็นแนวทางที่คนใหม่ ๆ จะได้อาศัยเป็นแบบฝึก เพื่อจะได้ฝึกได้ครับ

แต่ถ้าใครไม่มีเวลาฝึกตามแบบฝึก จะใช้วิธีการฝึกในชิวิตประจำวันก็ได้เช่นกัน เพราะเพียงเข้าใจหลักการ ฝึกที่ไหนก็ได้ ฝึกอย่างไรก็ได้ ใช้ได้ทั้งนั้น แต่ถ้าไม่เข้าใจหลักการ ถึงแม้ฝึกตามรูปแบบ ก็จะไม่ตรงกับสมถภาวนาจุดมุ่งหมายที่ 3 ครับ แต่จะเป็นสมถภาวนาแบบอื่นไปเสีย

สิ่งที่ผมเขียนไว้ จะเรียกว่า การเจริญสติ ก็ได้เช่นกัน แล้วแต่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร




 

Create Date : 20 เมษายน 2553
1 comments
Last Update : 29 มกราคม 2555 18:10:28 น.
Counter : 3914 Pageviews.

 

ผมจำเป็นต้องปิดการเขียนของท่านผู้อ่าน เนื่องจากกฏหมายอินเตอร์เนท
ที่อาจมีสิ่งผิดกฏหมายใส่เข้ามาใน blog

ท่านที่จะสนทนา หรือ ถามคำถาม ขอให้ส่ง email ถึงผมได้ที่
asknamasikarn@gmail.com

หรือสำหรับสมาชิก pantip จะส่งมาทางหลังไมค์ก็ได้เช่นกัน

 

โดย: นมสิการ 29 มกราคม 2555 18:16:04 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.