รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
1 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
จิตเป็นพลังที่ทำลายล้าง

บทความนี้ลงใน fb เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2555

เมื่อนักภาวนาฝึกฝนด้วยการรู้ทุกข์ที่ไร้ตัณหาไปเรื่อยๆ ผลที่ตามมาก็คือ เกิดจิตแยกตัวออกมาจากสิ่งที่ถูกจิตไปรู้เข้า เมื่อจิตแยกตัวออกมาแล้ว โมหะก็ถูกทำลายทันทีด้วยแสงของจิต หมายเหตุ โมหะเป็นความมืดมัวที่ครอบงำจิต เมื่อแสงของจิตทำลายความมืดของโมหะ กลายเป็นความสว่าง โมหะก็สิ้นท่าไปทันทีโดยไม่ต้องไปทำอะไรเลย เมื่อกิเลสใด ๆ เกิดขึ้น เมื่อจิตไปเห็นกิเลสนั้นๆ ได้ กิเลส ก็ถูกทำลายล้างทันที กิเลสจะสลายตัวเป็นไตรลักษณ์ทันทีให้จิตเห็น ท่านไม่ต้องไปกลัวกิเลสเลยครับ เพียงฝึกฝนให้ตรงทางคำสอน อาตาปี สัมปชาโน สติมา หรือ พูดง่าย ๆ แบบไทย ๆ ว่า การรู้ทุกข์ด้วยการไร้ตัณหา เท่านั้น พอจิตแยกตัวออก จิตจะฟาดพันกิเลสให้สิ้นท่าไปเอง

แต่ว่า ถ้าท่านฝึกไม่แน่นพอ จิตแยกตัวบ้าง ไม่แยกบ้าง เมื่อไร ที่จิตไม่แยกตัว ท่านก็เสร็จกิเลสมันเช่นกันครับ มันเหมือนการชักกะเย่อของคน 2 ฝ่าย ฝ่ายกิเลส และ ฝ่ายจิต ถ้าฝ่ายใดมีแรงมากกว่า ฝ่ายนั้นก็ชนะไป แล้วอนุสัยละ จิตจะฟาดฟันได้หรือไม่

อนุสัยไม่เหมือนกิเลส ม้นจะหุ่มห่อจิตไว้อย่างเนียนที่นักภาวนาที่ไม่ละเอียดจะมองไม่เห็นมัน มันซ่อนตัวได้เย็่ยมยอดมาก แต่ถ้านักภาวนาละเอียดพอ ก็จะสังเกตเห็นอนุสัยได้ครับ เมื่อเห็นอนุสัยได้ วิธีการทำลายนั้นต้องใชัปัญญาญาณ ที่จิตจะโผล่งออกมาอีกที ไม่เหมือนกิเลส ที่จิตทำลายได้ง่ายกว่า เพราะใช้กำลังของสัมมาสมาธิเท่านั้น

กิเลสนั้น จิตทำลายล้างด้วยสัมมาสมาธิ 
อนุสัยนั้น จิตทำลายล้างด้วยปัญญาญาณ 

ไม่มีสัมมาสติ ก็อย่าหวังไปถึงสัมมาสมาธิ 
ไม่มีสัมมาสมาธิ ก็อย่าหวังไปถึงปัญญาญาณ 

เดินให้ตรงทาง ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธองค์ อย่าหลงทางไปกับฤาษี ที่ก็ใช้คำว่า สมาธิเหมือนกัน แต่เนื้อแท้มันต่างกันกับสมาธิที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนว่า อาตาปี สัมปชาโน สติมา เท่านั้น ของแท้ต้องเป็นแบบนี้



Create Date : 01 มิถุนายน 2555
Last Update : 7 มิถุนายน 2555 8:29:34 น. 0 comments
Counter : 753 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.