รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
30 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
ความสัมพันธ์ ปฏิจสมุปบาท อริยสัจจ์ 4 สติปัฏฐาน 4

เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงค้นพบอริยสัจจ์ และได้สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและได้ประกาศคำสอนออกไปที่เรียกว่า อริยสัจจ์ 4 ก็เพื่อให้ชาวพุทธได้เข้าใจความเป็นจริงของชิวิต เพื่อเป็นศิลปแห่งการดำรงค์ชีวิตที่ไม่ทุกข์

ในปฏิจสมุปบาทสายเกิด ได้เริ่มขึ้นว่า อวิชชา เป็นปัจจัยให้เกิด สังขาร
นี่คือการเริ่มต้นแห่งทุกข์ทั้งปวง ที่พระพทธองค์ได้ทรงสอนว่า อุปทานขันธ์ 5 เป็นทุกข์ ซี่งถ้าเขียนในภาษาไทยง่าย ๆ ก็จะเป็นว่า คือ การยีดมั่นถือมันว่า ขันธ์ 5 นี่เป็นตัวเรา เป็นของเรา นี่เป็นทุกข์

ในทิศทางที่ตรงข้าม ถ้าไม่มีการยีดมั่นว่า ขันธ์ 5 ว่าเป็นเรา เป็นของเรา ก็จะไม่ทุกข์

อะไรที่ทำให้เกิดการยีดมั่นถือว่าขันธ์ 5 เป็นเรา เป็นของเรา คำสอนก็คือ ตัณหา (อริยสัจจ์ 4 ข้อที่ 2 )

แล้วคำสอนในปฏิจสมุปบาที่ว่า อวิชชา เป็นปัจจัยให้เกิด สังขาร มีความสัมพันทธ์อย่างไรกับ การยีดมั่นถือมั่นว่า ขันธ์ 5 เป็นเรา เป็นของเรา

ซี่งเรื่องนี้ ก็จะได้คำตอบว่า อวิชชา คือ การไม่รู้ที่มีการเกิดขึ้นของจิตสังขาร ที่ไม่รู้เพราะตัณหามีแรงอันกล้าที่ไปดีงจิตให้วิ่งเข้าไปเกาะติดกับจิตสังขาร <<<< นี่คือขบวนการของการยีดมั่นถือมัน แล้วจึงทำให้เกิดทุกข์ขึ้นเพราะการยีดมั่นถือมั่นนี้


ในอริยสัจจ์ 4 ข้อที่ 4 พระพุทธองค์ได้ทรงสอนถึงทางแห่งการปฏิบัติเพื่อการพ้นทุกข์ หรือ ถ้าจะเขียนเป็นภาษาไทยง่าย ๆ ก็คือ วิธีทางการปฏิบัติเพื่อให้หลุดพ้นจากการยีดมั่นถือว่าขันธ์ 5 เป็นเรา เป็นของเรา หรือ จะพูดอีกอย่างก็ได้ตามสายปฏิจสมุปบาทก็ได้ว่า คือการรู้เท่าทันว่ามีการเกิดขึ้นของจิตสังขารแล้ว

แล้วอะไรที่ทำให้เกิดการรู้เท่าทันนี้ หรืออะไรที่เป็นการทำลายล้างแรงของตัณหา แล้วทำให้ทุกข์สิ้นสุดลงไป ....คำตอบก็คือ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ในอริยสัจจ์ ข้อที 4

พระพุทธองค์ได้ทรงสอนเรื่อง สติปัฏฐาน 4 อันเป็นฐานของสติทีไประลีกรู้ เมื่อได้เจริญสติปัฏฐาน 4 ไปมาก ๆ เข้า ผลก็คือ เกิดสัมมาสมาธิทีตั้งมั้น การเจริญสติปัฏฐาน 4 นี่เองที่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดขบวนการของการรู้เท่าทันในอวิชชา และ การทำลายล้างแรงของตัณหาลงไปได้

เมื่อ อวิชชาเป็น ปัจจัยให้เกิดจิตสังขารขึ้น การรู้เท่าทันการเกิดของจิตสังขาร นี้เองที่เป็นปัญญาที่ทำให้เกิดการพ้นทุกข์

ในสติปัฏฐาน 4 หมวด กาย นั้นจะมีประโยชน์ในแง่การฝีกฝนเพื่อการเพิ่มขึ้นของกำลังแห่งสัมมาสติ และ สัมมาสมาธิ เมื่อเกิดสัมมาสติและสัมมาสมาธิทีมั่นคง แรงของตัณหาที่จะไปทำให้เกิดการยีดติดในขันธฺ์ 5 ก็จะถูกทำลายลงไป

เมื่อไม่มีการยีดติด สิ่งทีนักภาวนาจะพบก็คือ ขันธ์ 5 นั่นไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของ ๆ เรา แล้วทุกข์แห่งการยีดติดในขันธ์ ก็จะจบลงไป

ในการสิ้นสุดแห่งทุกข์อย่างถาวรนั้น นักภาวนาจำเป็นต้องเจริญสติปัฏฐาน 4 ต่อไปจนเกิด ญาณเห็นกลไกการทำงานของจิตขึ้น เมื่อเกิดญาณปัญญา นักภาวนาจะพบว่า จิตนี้เป็นไตรลักษณ์ด้วยเห็นกลไกการทำงานของจิตนั้น

จิตนั้นไม่เที่ยง เป็นอนัตตา แปรเปลี่ยนไปตามเหตุและปัจจัยทีประดังเข้ามา แต่การเกิดญาณปัญญานี้จะทำให้เห็นความจริงแห่งความเป็นไตรลักษณ์และอนัตตานี้ แล้วเกิดการไม่ยีดมั่นถือมันในจิตได้ แล้วเมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่นในจิต ทุกข์ก็จะสิ้นสุดลงอย่างสิ้นเชิง





Create Date : 30 ธันวาคม 2555
Last Update : 30 ธันวาคม 2555 7:36:48 น. 0 comments
Counter : 2177 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 122 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.