รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
พยายามรู้ลมหายใจเข้าออกบ่อย ๆ แล้วเห็นความคิดเกิดแล้วดับไปอยู่ตลอดเวลา ถูกหรือเปล่า

  มีคำถามเข้ามาที่ผมเห็นว่าคำถุามนี้ดี จีงนำมาแบ่งปันท่านนักภาวนาท่านอื่นด้วย
คำถามมีว่า ........

ขอรบกวนถามสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติ ดิฉันพยายามรู้สึกตัวลมหายใจเข้าออกบ่อยครั้งในแต่ละวัน สวดมนต์ไหว้พระปกติ นานวันเข้าก็เห็นว่าความคิดเกิดแล้วก็ดับไปอยู่ตลอดเวลา รู้ปุ๊ปความคิดหยุดปั๊ปนี่ผิดถูกอย่างไรค่ะ  

และอะไรรอบตัวก็รู้สึกเป็นธรรมะเป็นครูสอนใจให้ปลงได้อยู่เรื่อย ไม่ทราบเป็นการปรุงแต่งไปเองหรือไม่

**********************************

1..การพยายามรู้สีกตัวหายใจเข้าออกบ่อยครั้งในแต่ละวัน  ในขณะทีพยายามทำความรู้สีกตัวและรู้ลมหายใจ นักภาวนาต้องดูก่อนครับว่า การรู้ลมหายใจนี่เป็นการยีดติดลมหายใจด้วยหรือเปล่า หรือว่า รู้ลมแต่ไม่ยีดติดในลมหายใจ  ถ้าไม่ยีดติดในลม นี่เป็นการฝีกฝนซี่งเป็นสิ่งที่ดี  และขอให้พิจารณาด้วยครับว่า สิ่งทีคุณฝีกฝนนั้น คุณมีความเครียดเข้ามาด้วยหรือไม่  เพราะการฝีกฝนอย่างต่อเนื่องตลอดวันมักจะมีความเครียดเข้ามาเสมอ ถ้ามีความเครียดด้วย ก็เป็นสิ่งทีควรปรับปรุง  เช่น การฝีกทีผ่อนคลายลง  หรือ ฝีกบ้าง หยุดบ้าง ให้มีเวลาพักบ้าง อย่าฝีกตลอดวัน

2..เมื่อฝีกไปนานวัน เห็นความคิดเกิดแล้วดับไปอยู่ตลอดเวลา รู้ปุ๊บความคิดหยุดปั๊ปนี่ผิดถูกอย่างไร

ข้อนี้เป็นสิ่งทีท่านทีถามต้องพิจาณาให้มากดังนี้ครับ  

2.1  การทีมีความคิดเกิดตลอดเวลา ไม่ใช่สิ่งทีดีสำหรับมนุษย์
เพราะปกติของมนุษย์จะมีคิดบ้าง ไม่คิดบ้าง ซี่งในขณะทีไม่คิดนี่ คือ ช่วงทีจิตได้พัก แต่ถ้าคิดตลอดเวลา จิตไม่ได้พัก จะมีความเครียดเข้ามา

2.2 แต่ท่านทีถามมาบอกว่า เห็นความคิดเกิดแล้วดับไป  ถ้าท่านทีถามเห็นความคิดได้จริง ๆ  แล้วละก็ ถือว่าเป็นสิ่งทีดี  แต่ถ้าท่านไม่ได้เห็นความคิดเกิดดับจริงๆ  เพียงแต่เป็นการนีกคิดไปเองว่า เห็นความคิดเกิดดับ ก็เป็นสิ่งทีน่าอันตราย ด้วยเหตุผลดังนี้

 AA  เมื่อนักภาวนาเห็นความคิดเกิดแล้วดับได้จริงๆ  แสดงว่า ตอนเห็นนั้น จิตของท่านได้แยกตัวออกจากความคิดไว้ซี่งเป็นจิตทีมีสมาธิตั้งมั่นได้ดีพอจึงเกิดอย่างนี้ได้  แต่ในสภาพปกติ จิตทีมีสมาธิดีพอ เมื่อจิตเห็นความคิดเกิดแล้วดับ  ความคิดจะหยุดคิดไปสักระยะหนี่ง แล้วจึงคิดใหม่เมื่อจิตมีกำลังสัมมาสมาธิตกลงไป  

ในสภาพปกติของจิตทีมีกำลังสมาธิทีตั้งมั่นแล้วเห็นความคิดเกิดดับได้  จะมีอยู่บางครั้งทีเป็นได้ทีว่า มีความคิดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วจิตก็เห็นความคิดนั้นได้แต่ความคิดก็ยังไม่ยอมดับไป  อาการอย่างนี้จะเกิดได้ แต่ถีงแม้ความคิดเกิดอย่างต่อเนื่องก็จริง แต่ก็มักมีเวลาไม่นานนัก เช่นสัก 1 นาทีแล้วก็ดับไป ถ้าเป็นอย่างนี้ จิตมีกำลังตั้งมั่นดีเช่นกัน

แต่ถ้าเห็นความคิดเกิดแล้วดับไป  อย่างนี้ความคิดมักจะไม่เกิดต่อเนื่อง เพราะจิตยังมีกำลังสมาธิตั้งมั่นอยู่
พอความคิดแรกดับไป ก็จะทิ้งช่วงสักระยะ แล้วความคิดทีสองจึงจะเกิดตามมา

แต่ท่านทีถามบอกว่า เห็นความคิดเกิดดับตลอดเวลา ผมก็เลยค่อนข้างไม่ค่อยแน่ใจว่า ท่านทีถามมาเห็นความคิดได้จริงๆ หรือไม่

BB  ถ้านักภาวนามิได้เห็นความคิดเกิดดับได้จริง เพียงแต่คิดเอาเองว่าเห็นความคิดเกิดดับ  แล้วมีความคิดเกิดดับตลอดเวลา อาการอย่างนี้ จะเป็นความฟุ่งซ่านทีท่านหยุดมันไม่สำเร็จ จึงเป็นอันตรายต่อตนเอง ขอให้หยุดความคิดลงเสีย ผมยกตัวอย่าง คนทีมีทุกข์กลุ้มใจ มักคิดอะไรไม่หยุด แล้วก็หยุดคิดไม่ได้ด้วย อย่างนี้จะเป็นอันตรายต่อตนเอง

ผมให้ข้อสังเกตเรื่องการเห็นความคิด  นักภาวนาทีเห็นความคิดเกิดดับได้ จะเห็นจริงๆ ว่ามีอะไรอย่างหนี่ง มันเกิดวูบขึ้นแล้วก็เห็นมันได้ทีมันวูบขึ้น แล้วก็เห็นมันได้ว่า นี่มันดับไป 

3..การเห็นสิ่งรอบตัวเป็นธรรมแล้วปลงได้เรื่อย ๆ  นี่ยังเป็นการเจือด้วยความคิดอยู่ ยังเป็นการปรุงแต่งอยู่ครับ  

การปลงได้คือ การยอมรับเองของจิต จิตจะไม่ดิ้นรนและไม่มีความคิดใด ๆ ด้วย ผมยกตัวอย่าง เช่น
คนไทยมักถือเรื่องศรีษะเป็นเรื่องใหญ่  ถ้ามีใครมาจับศรีษะของเราเล่น เราก็ไม่พอใจ  แต่เวลาเราไปกราบผู้ใหญ่ทีนับถือ ท่านมาจับศรีษะของเรา ความรู้สีกไม่พอใจจะไม่เกิดขึ้นเหมือนตอนทีคนอื่นมาจับศรีษะเราเล่น  นี่เพราะจิตยอมรับในสิ่งทีได้สัมผัส



Create Date : 12 สิงหาคม 2556
Last Update : 12 สิงหาคม 2556 13:23:53 น. 0 comments
Counter : 1018 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 121 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.