รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
7 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
อุปทานขันธ์ 5 เป็นทุกข์-ยึดคิด-ไม่ยีดติด- จิตแยกตัว-จิตไม่แยกตัว



ภาพนี้คือ แม่บทในการภาวนาที่พระพุทธองค์ทรงสอนเรื่องอริยสัจจ์ 4 ที่กล่าวโดยสรุุปในอริยสัจจ์ข้อที 1 ว่า อุปทานขันธ์ 5 เป็นทุกข์ ซี่งหมายความว่า...
ขอให้ดูจากภาพประกอบ

ในบล๊อกหมายเลข 2 ตรงกลาง และหมายเลข 3 ขวาสุด << นีคือ มโน ทีอายตนะภายใน ทำงานอยู่ใน มโน นั้น ถ้าจิตB วิ่งเข้าไปเกาะติดที่บล๊อกหมายเลข 2 หรือ จิตC วิ่งเข้าไปเกาะติดที่บล๊อกหมายเลข 3 นี่คืออาการยีดติดด้วยตัณหา ที่่ทำให้คนเกิดความเข้าใจผิดว่า ฉันเห็น ฉันได้ยิน ฉันเจ็บปวด ฉันโกรธ และ อื่นๆ ที่เป็นตัวฉันไปหมด อาการยีดติดอย่างนี้ที่เข้าใจว่าเป็นฉัน นี่คือ สิ่งที่เรียกว่า อุปทานขันธ์ 5 ว่าเป็นเราเป็นของเรา การยีดคิดอุปทานอย่างนี้แหละเพราะตัณหาคือสาเหตุ แล้วทำให้คนเกิดทุกข์ พระพุุทธองค์จึงทรงสอนในอริยสัจจ์ 4 ข้อที่ 1 ว่า อุปทานขันธ์ 5 เป็นทุกข์

สวนบล๊อกซ้ายสุด จะเห็นว่า จิตA วิ่งมาจากจิต B ไม่ใช่มาจากจิตD อาการนี้คือ จิตไหลออกผ่านทางอายตนะในบล๊อก 2 ไปสู่โลกภายนอกที่บล๊อก 1 ที่เป็น คน สัตว์ สิ่งของ ต่าง ๆ ในโลกใบนี้ .....ส่วนบล๊อก 2 และ 3 คือ โลกภายใน

คนทั่วๆ ไปรู้จักแต่บล๊อก 1 แต่ไม่รู้จักบล๊อก 2 และ 3 ทำให้คนภาวนาไม่ถูกที่ ถูกทาง
ภาวนาไป ก็พุ่งไปแต่บล๊อก 1 ตลอด ถ้าภาวนาอย่างนี้ ภาวนาให้ตายก็ไม่เกิดผลในทางมรรค
คือการหลุดพ้นจากสังสารวัฏ แต่อาจได้ผลในทางโลก คือ ทำจิตสงบแบบฤาษีได้

ส่วน จิตD ในภาพจะเห็นว่า มันเป็นอิสระ ลอยอยู่ ไม่เกาะกับ บล๊อก 1 /2 / 3 เลย
การลอยเป็นอิสระอย่างนี่แหละของจิต D คืออาการจิตแยกตัวออกมาจาก บล๊อก 1/2/3

สำหรับคนใหม่ในการภาวนา ถ้าเราจ้องสิ่งใดในบล๊อก 1 จิตD จะวิ่งไปจิตB แล้วพุ่งออกไปจิตA นี่คือจิตไหลออกไม่ตั้งมั่นเพราะแรงตัณหา

จิตD ที่เป็นอิสระจะลอยอยู่ เหมือนอยู่มุมสูงในเฮลิคอปเตอร์ ที่จะมองเห็นภาพได้มุมกว้างกว่าการอยู่บนพื้นดิน เช่นการตรวจสภาพน้ำท่วม การตัดไม้ทำลายป่า เป็นต้น

จิตD ก็เช่นกัน เมื่อเป็นอิสระ จิตแยกตัวออกมาจากบล๊อก 1/2/3 แล้ว จิตD จะสามารถสัมผัส ได้ถึงสิ่งต่างๆ พร้อมกันหมดในบล๊อก1/2/3 สำหรับคนใหม่ ก็จะเห็นว่า เพียงเขาสัมผัสได้ว่า ตามองเห็นได้ หูได้ยินได้ จมูกได้กลินได้ รู้สึกถึงอาการทางกายได้ นี่คือรู้หลาย ๆ อย่างพร้อมกันแล้ว นี่แหละ จิต D แยกตัวออกมาแล้ว ถ้าจิตไม่แยกตัวออกมาเหมือนอยู่ในเฮลิคอปเตอร์จะไม่สามารถรู้อย่างนี้ได้

การฝีกฝนบ่อย ๆ เพียงรู้ได้พร้อมกันหลาย ๆ อย่าง ตามองเห็นได้ หูได้ยินได้ จมูกได้กลินได้ รู้สึกถึงอาการทางกายได้ เพียงเท่านี้ รู้บ่อย ๆ จิตD จะตั้งมั่นมากขึ้นไปเรื่อย ๆ เอง เมื่อกำลังจิต D ตั้งมั่นมากพอ จิตD จะรู้จักโลกภายในของบล๊อก 2 และ 3 ได้ต่อไป

การรู้โลกภายในเพราะจิตD ไม่เข้าไปเกาะในบล๊อก 2/3 นี้แหละจะทำให้นักภาวนาเห็นได้ว่า
อาการใน บล๊อก 2/3 ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเราเอง เห็นได้เอง โดยไม่ใช่การไปคิดเอา ที่เห็นได้อย่างนี้ เพราะจิตD แยกตัวออกมานั้นเอง

****************
ปรับปรุงข้อความให้เหมาะกับ bloggang


Create Date : 07 ตุลาคม 2555
Last Update : 7 ตุลาคม 2555 19:16:04 น. 1 comments
Counter : 2750 Pageviews.

 
กิจกรรมครั้งที่ 4 จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2555 เวลา 13-16 น. บ้านหนังสือชินเขต รายละเอียดจะประกาศให้ทราบอีกครั้งในต้นเดือน พฤศจิกายน


โดย: นมสิการ วันที่: 7 ตุลาคม 2555 เวลา:19:18:33 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.