Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2563
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
10 มิถุนายน 2563
 
All Blogs
 
Konnichiwa Nihon no densha (ตอนจบ)

เก็บเอาเรื่องราวสารพันเกี่ยวกับไปชมรถไฟญี่ปุ่น วันนี้ ถึงคราวกลับบ้านกันเสียทีครับ จวนจะลืมแล้วว่า เขานั่งเครื่องบินกลับเมื่อใด 

พอถึงวันกลับจริงๆ อดใจหายไม่ได้กับบรรยากาศสองข้างทางรถไฟญี่ปุ่นที่เริ่มจะคุ้นเคย มาสู่บรรยากาศบ้านเราอีกครั้งหนึ่ง  ผมยอมรับว่า โอกาสที่จะไปเยือนญี่ปุ่นนั้น หาได้ยาก จึงลงทุนเก็บภาพมากมายมาเล่าสู่กันฟัง ค่อยคุ้มค่าที่เดินทางไปเยือนหน่อย



เช้าวันรุ่งขึ้น ชาวคณะลากกระเป๋าออกจากที่พักเดินไปยังสถานีฮากาตะ เพื่อโดยสารรถใต้ดินสายสนามบินฟูกุโอกะ

ส่วนตัวผมเก็บภาพระหว่างทางไปเรื่อยๆ ที่เห็นนั้น เป็นรถล้างถนนซึ่งทางเทศบาลออกมาดำเนินการทุกเช้า



มองดูรถเมล์บ้านเขาไม่เห็นมีผู้โดยสารแน่นถึงขั้นยืนสักคัน คงมาจากระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกมากก็ได้



วันนี้ สถานที่ทำงานและโรงเรียนต่างๆ ได้เปิดทำการตามปกติแล้ว ผู้คนค่อยหนาตาหน่อย



ยอมรับว่า ถ้าจะดูคนญี่ปุ่นไปทำงาน ต้องดูตามสถานีรถไฟและรถใต้ดิน จึงจะเห็นความพลุกพล่านที่นั่น



ชุดไปทำงานบ้านเขา สีจะขรึมขลังแบบนี้แหละ



สุดสายที่สนามบินฟูกุโอกะ



ป้ายผังสนามบินฟูกุโอกะ และบริเวณใกล้เคียง



ขอเก็บภาพเป็นที่ระลึกสักรูปก่อน ที่ห้องโถงรวม



มีป้ายบอกเวลาเครื่องออกด้ว



จุดนั่งรอหลังจากผ่านเคาน์เตอร์ check in แล้ว



อ.วิรัตน์ ขอดูผังรายละเอียดตามชั้นต่างๆ ในอาคารสนามบิน สังเกตว่าทั้งคณะ จะไม่สวมเสื้อกันหนาวแขนยาวเหมือนวันแรกที่มาถึงญี่ปุ่น



ส่วนผม ก็เก็บภาพที่น่าสนใจต่างๆ ไปเรื่อยๆ



รวมทั้งภาพที่ระลึกนี้ด้วย



แสดงว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยมาที่เมืองฟูกุโอกะไม่น้อย  สังเกตจากป้ายบอกทางที่มีภาษาไทยรวมอยู่ด้วย



ครั้นได้เวลาผ่านด่าน ตม.ขาออก ภารกิจแรกเห็นจะเป็นการละลายเหรียญย่อยเงินเยน ซื้อขนมกับของที่ระลึกกลับบ้านซึ่ง อ.วิรัตน์ กับ คุณนพ เป็นผู้สันทัดจัดเจนกว่าผมมากมายนัก สามารถลดภาระด้านแบกเงินเยนจากกระเป๋าเสื้อผมไปได้เกือบหมด

ของฝากจากที่นี่ซึ่งมีชื่อเสียงมากที่สุด เห็นจะเป็นช็อกโกแล็ตยี่ห้อ Royce ทำให้ผมซื้อมาฝากทางบ้านชิมรสหลายแท่งทีเดียว



เสร็จสรรพ แพ็คของลงเป้เรียบร้อยแล้ว ก็มานั่งรอขึ้นเครื่องกันล่



ครั้นได้เวลา ทางสายการบินได้เปิดเคาน์เตอร์เรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องโดยผู้โดยสารชั้น business จะถูกเรียกก่อน แล้วเรียกผู้โดยสารชั้น economy ติดตามไปทีหลัง



อย่าหาว่าใส่ร้ายกันเลยครับ เพราะเป็นภาพผมเพิ่งเห็นจริงๆ ที่สนามบินฟูกุโอกะนี่แหละ



หน้าตาเป็นอย่างนี้นี่เอง ตอนที่เดินจากอาคารไปตามงวงเทียบเครื่องบิน  หายข้องใจแล้วล่ะ




เครื่องของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ โบอิ้ง 787-10 ที่ชาวคณะจะบินกลับจากฟูกุโอกะ หน้าตาจะทันสมัย ถึงแม้จะเล็กกว่าป้าวาฬบินที่นั่งมาลงที่นาริตะ

พอประจำที่ได้ มองดูตรงหน้าต่าง ไม่มีม่านแฮะ  ร้อนถึง อ.วิรัตน์ ต้องมาสาธิตให้ดูว่า หน้าต่างรุ่นใหม่นี้ เพียงแค่กดปุ่มไฟฟ้าอยู่ใกล้ๆ ที่นั่ง กระจกจะเปลี่ยนจากใสเป็นสีน้ำเงินตามลำดับ ทำนองเดียวกับเลนส์กันแดดอัตโนมัติ

กำลังเพลินๆ อยู่กับการปรับระดับความเข้มกระจก พอดีแอร์โฮสเตสเดินผ่านมา เลยเอื้อมมาปรับให้เป็นกระจกใสตามเดิม เพราะใกล้เวลาเดินทางแล้ว



เป็นเครื่องของบริษัท Vanila Air สายการบินโลว์คอสในเครือบริษัท ANA  มีข่าวว่าจะยุบรวมกับบริษัท Peace Aviation ในเครือเดียวกัน  เดือนตุลาคมนี้




เครื่องถูกดันถอยหลัง ออก taxi ไปยังรันเวย์ต่อไป

ที่เห็นอยู่ไกลๆ เป็นเครื่องของบริษัท Korean Airline ซึ่งช่วงนั้น รัฐบาลเกาหลีใต้ยังญาติดีกับรัฐบาลญี่ปุ่น ก่อนที่จะลดเที่ยวบินลงจากเหตุการณ์สงครามเย็นทางเศรษฐกิจระหว่างกัน



ผ่านป้าหางม่วงที่อยู่ในชุดของ Star Alliance โดยบินมายังกรุงเทพฯ ตามหลัง แต่่ถึงก่อน



มองดูเครื่องบินหลากบริษัท ที่จอดอยู่หน้าอาคารสนามบินฟูกุโอกะเป็นครั้งสุดท้าย  คลับคล้ายคลับคลาว่ามีสายการบิน Lion Air รวมอยุู่่ด้วย



ขอบินขึ้นก่อนนะ ต้องรอตามคิว



ลาล่ะนะ เมืองฟูกุโอกะ หากมีโอกาสจะกลับมาเยือน



ผ่านเหนือเมืองคุมาโมโต



มองเห็นแม่น้ำคุมาอยู่เบื้องล่าง



จากแผนที่บนจอภาพหลังพนักผู้โดยสาร จะเห็นเมืองนากาซากิอยู่ทางหน้าต่างด้านขวามือ



พ้นจากสี่เกาะใหญ่ของญี่ปุ่น ที่ จ.คาโกชิมา ซึ่งอยู่ใต้สุุดแล้ว เครื่องกำลังมุ่งหน้าสู่อดีตอาณาจักรริวกิว หรือ จ.โอกินาวา ในปัจจุบัน



ขากลับ เครื่องไม่ตกหลุมอากาศบ่อยเหมือนขามา ผู้โดยสารต่างพักผ่อน หรือดูภาพยนต์ตามอัธยาศัย



รายงานต่างๆ ของเที่ยวบินนี้ ปรากฎอยู่บนจอภาพ ถ้าเลือกดูครับ



ช่วงบ่าย ชาวคณะมาถึงน่านน้ำทะเลจีนใต้  กำลังคิดว่าถ้านั่งอยู่ทางด้านขวามือ อาจได้เห็นประเทศไต้หวัน กับเวียตนามก็ได้




เริ่มเห็นเรือสินค้า ที่แล่นไปยังสิงคโปร์แล้ว เพราะเป็นเส้นทางหลักของการเดินเรือ

นัยว่า บรรดาลูกเรือที่เคยผ่านเส้นทางเดินเรือช่วงนี้ จะกล่าวเป็นเสียงเดียวกันถึงลมพายุมักเกิดขึ้นบ่อยในย่านทะเลจีนใต้ จากอิทธิพลของลมหนาวจากทิศเหนือมาปะทะกับลมร้อนด้านทิศใต้ ล้วนแต่รุนแรงด้วยสิ



ผ่านเหนือหมู่เกาะริเยาของอินโดนีเซีย



ตั้งลำเตรียมร่อนลงล่ะครับ เหนือบริเวณถมทะเลเพื่อก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน ฝั่งรัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย




สนามบินชางงี ของสิงคโปร์อยู่ข้างล่างนี้เอง

ที่เห็นไกลๆ นั้น เป็นหมู่เกาะสุมาตรา ดินแดนของประเทศอินโดนีเซีย โชคดีที่ได้เห็นตั้งสามประเทศแน่ะ



คราวนี้ได้เห็นภาพในตอนกลางวันบ้างล่ะ



ถึงแล้ว บ้านของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ และสายการบินในเครือ



ชาวคณะซึ่งเป็นผู้โดยสาร transfer ไปแล้ว ขอดูกำหนดเวลาเที่ยวบินที่จะเดินทางกลับบ้านก่อน

ทราบว่า เที่ยวบินที่จะกลับกรุงเทพฯ กำหนดออกเวลา 17.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น  ส่วนของคุณอรรณพ ซึ่งจะบินกับสายการบิน Zilk Air ลงที่ภูเก็ตนั้น กำหนดออกเดินทางเวลา 18.30 น.

ผมรู้สึกแปลกๆ ที่เคยเห็นแต่แยกตัวกันตามสถานีรถไฟหรือสถานีขนส่ง แต่คราวนี้ แยกตัวกันตั้งแต่อยู่สนามบินต่างประเทศแน่ะ



เคยได้ยินเขาพูด ภายในสนามบินชางงีมีบรรยากาศเหมือนเดินตามห้างสรรพสินค้าเลย  เห็นจริงตามที่เขาว่าล่ะครั



แถมมีบรรยากาศร่มรื่น สวยงามด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ สมกับเป็นดินแดนแห่งพฤกษชาติด้วยครับ  รับบรรยากาศกันตั้งแต่อยู่ในสนามบินทีเดียว



มีการชักชวนให้แยกขยะก่อนทิ้งลงถังสวยๆ ที่วางตามจุดต่างๆ



เรื่องให้บริการแก่ผู้โดยสารค้นหาเที่ยวบินที่ต้องการและ gate ต่างๆ ก็ไม่แพ้ใคร  เป็นการลดภาระของพนักงานประจำแผนกสอบถามไปด้วยในตัว



สำหรับ อ.วิรัตน์ และผม มานั่งรอที่หน้า gate F 42 เพื่อรอนั่งเครื่องกลับกรุงเทพฯ  ส่วนคุณอรรณพนั้น แยกตัวไปนั่งรอที่หน้า gate เครื่องที่จะบินไปภูเก็ต



gate นี้อยู่เกือบสุดอาคารสนามบินชางงี เลยถือโอกาสส่องดูเครื่องที่จอดรอเดินทางสักหน่อย



ยังไม่ถึงเวลาที่ประตูเข้า gate เปิดและมีเจ้าหน้าที่มาประจำการครับ ก็มองโน่นดูนี่ตามเรื่องตามราว



ดีที่มี ทีวี.ฉายเรื่องสารคดี ให้ดูแก้เบื่อด้วย



ครั้นใกล้เวลา กัปตันและลูกเรือเริ่มเข้ามาเตรียมพร้อมกันล่ะ



เดินขึ้นเครื่องที่จะบินกลับกรุงเทพฯ ด้วยความรู้สึกที่ว่าเหมือนต่อรถระหว่างทาง ประมาณนั้น



ลาล่ะครับ สนามบินชางงี



มองดูทางด้านตะวันออกของสิงคโปร์บ้าง พบว่ามีการถมทะเลตั้งนานแล้วเพื่อก่อสร้างย่านอุตสาหกรรม  จนประเทศเพื่อนบ้านเริ่มตามอย่าง



คิดถึงหนุ่มอาร์ตที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่กลางทะเลหลวงจังเลย ฮ่า...



ผ่านปากแม่น้ำปาหัง รัฐปาหัง ประเทศมาเลเซีย



เข้าเขตอ่าวไทย ที่อยู่ในอิทธิพลพายุฝนบริเวณภาคใต้  แต่เรามาเหนือเมฆ. จำได้ว่าเห็นเครื่องบินสวนอยู่ข้างล่างอีกด้วย แต่ไม่ทันเก็บภาพ



เข้าสู่เขต จ.ระยอง แถวอู่ตะเภา



เหนืออ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี เตรียมตั้งลำลงสนามบินสุวรรณภูมิ



เหนือมอเตอร์เวย์สายชลบุรี และเส้นทางรถไฟแอร์พอร์ตลิ้งค์ ร่อนลงสนามบินสุวรรณภูมิยามพลบ



ถึงบ้านเราอีกครั้งหนึ่ง หลังจากไปไกลตั้งหลายวัน

ส่วนคุณอรรพนั้น ทราบภายหลังว่า เครื่องต้องเสียเวลาร่อนลงสนามบินภูเก็ตราว 20 นาที เพราะมีเครื่องของราชวงศ์ประเทศย่านตะวันออกกลาง มาลงพอดี  ต้องเสียเวลาลงนิดหน่อย



ผมตั้งใจจะแยกตัวจาก อ.วิรัตน์ เพื่อขึ้นรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์กลับ้าน  แต่โดนทักท้วงว่า เสียเวลาไปขึ้นรถไฟฟ้าทำไม ? นั่งแท็กซี่ไปด้วยกันนี่แหละ เพราะทางไปบ้านผม อยู่ระหว่างทางกลับบ้านของอาจารย์ที่อยู่แถวบางเขน  จะเสียค่ารถเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยก็ช่างมันเถิด เพราะอาจารย์ เป็นสปอนเซอร์เอง  ต้องขอขอบคุณอาจารย์เป็นอย่างยิ่งมา ณ โอกาสนี้

ขอขอบคุณ อ.วิรัตน์ และคุณอรรณพ อีกครั้งหนึ่ง ที่ช่วยกันลุ้น ช่วยกันเชียร์ บางครั้งถึงขั้นถูลู่ถูกังลากเอาคนแก่เช่นผมนั่งรถไฟชักม้าชมเมืองทั่วญี่ปุ่นจากโตเกียว ไปซัปโปะโระ นากาโน ลงมาถึงคาโกชิมา ผ่านมาได้แทบไม่น่าเชื่อว่าตัวเองทำได้อย่างไร ?

ถ้าจะชวนกันไปอีก ยอมรับล่ะว่า ต้องคิดนานๆ หน่อยสำหรับผม เพราะงานนี้ทรหดจริงๆ ต้องกลับมานวดขาอยู่หลายวัน อาการถึงค่อยยังชั่ว ฮ่า...


Create Date : 10 มิถุนายน 2563
Last Update : 10 มิถุนายน 2563 11:18:01 น. 0 comments
Counter : 85 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

owl2
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add owl2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.