Group Blog
 
<<
เมษายน 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
23 เมษายน 2563
 
All Blogs
 
Konnichiwa Nihon no densha (16)

ตอนนี้ เป็นภาพเกี่ยวกับรถไฟล้วนๆ ครับ รวมทั้งเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และประวัติศาสตร์กิจการรถไฟของญี่ปุ่น

เท่าที่สังเกต มักจะเน้นทางด้านรถไฟความเร็วสูงชิน กังเซ็น และงานวิจัยของรถไฟความเร็วสูง MAGLEV แต่ก็ให้ความรู้เรื่องราวต่างๆ แก่ผู้เข้าชมได้เป็นอย่างดี (ถ้าอ่านภาษาญี่ปุ่นออก) แต่ทางอุทยานได้ลงภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย ทำให้รู้เรื่องพอคร่าวๆ ไม่ถึงกับต้องใช้วุ้นแปลภาษาตลอดเวลา



พอเข้าไป คันที่ต้อนรับเป็นคันแรก คือรถจักรไอน้ำรุ่น C 62 ซึ่งเป็นรถจักรขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น ทำขบวนรถด่วนในสมัยก่อน มีการจัดวางล้อเป็นแบบ "แปซิฟิก"



มีชานเตี้ยให้ผู้สนใจเข้าไปดูภายในห้องขับด้วย เลยขอเขย่งขึ้นไปดูกับเขาสักหน่อย

ในบ้านเราส่วนใหญ่ บรรดาอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องขับนี้ มักจะถูกลักถอดออกไปจนหมดแล้ว แต่ที่นี่ จะทำแผ่นพลาสติกหนากั้นบริเวณเอาไว้ รวมทั้งบันไดขึ้นลงด้วย



เราเข้าเรื่องของยุครถจักรไอน้ำก่อนก็แล้วกัน คันนี้ เป็นรถจักรไอน้ำรุ่น C 57 เคยทำขบวนรถไฟพระที่นั่งในช่วงต้นรัฃสมัยโชวะ



คันนี้ เป็นต้นแบบของรถดีเซลรางในยุคบุกเบิก โดยใช้เครื่องจักรไอน้ำเป็นต้นกำลัง ในบ้านเราสมัยด่อน จะเรียกกันว่า "โบกี้กลไฟ"



หลายรายที่มีเด็ก อาศัยดูใกล้ๆ แบบนี้ล่ะครับ



เคยได้ยินมานาน พอเห็นตัวจริงเข้า เลยขอเวลาป้วนเปี้ยนอยู่ตรงนี้สักหน่อย



ชุดล้อขับของโบกี้กลไฟครับ มีแผ่น nameplate ติดอยู่ใกล้ๆ ด้วย



แผ่น nameplate นั้นระบุว่า สร้างโดยบริษัท กิชะ ไซโซ กวาอิชา เมืองโอซากา ปี พ.ศ.2455 (ค.ศ.1912)



โชคดีที่เขาให้ขึ้นไปดูภายในรถได้ เลยขอเก็บภาพหม้อน้ำของ "โบกี้กลไฟ" มาให้ชมสักหน่อย



บริเวณห้องขับ ซึ่งมีบานประตูเลื่อนกันความร้อนจากหม้อน้ำ



บริเวณส่วนผู้โดยสารครับ



สำหรับผู้ที่สงสัยว่าเขานำเครื่องจักรไอน้ำขึ้นลงจาก "โบกี้กลไฟ" ได้อย่างไร รูปนี้เป็นคำตอบ



หันมาทางรถจักรไฟฟ้ากันบ้าง ญี่ปุ่นได้สั่งนำเข้ารถจักรรุ่น ED 11 จากบริษัท GE ของสหรัฐฯ เพื่อใช้งานบนเส้นทางสายโทไคโด เมื่อ ปี พ.ศ.2465 รถจักรรุ่นนี้ มีความเร็วสูงสุด 65 กม./ชม.



ติดตามด้วยรุ่น ED 18 ซึ่งมีความเร็วสูงสุดเช่นเดียวกัน



ภาพขาว-ดำของรถจักรไฟฟ้ารุ่นนี้ ขณะใช้งาน



พอใช้งานหลายปีเข้า ญึ่ปุ่นเริ่มผลิตรถจักรไฟฟ้าขึ้นใช้งานเอง ทั้งใช้ลากจูงทำขบวน และพ่วงกันแบบรถดีเซลรางบ้านเรา



เป็นรถจักรไฟฟ้ารุ่น EF 58 ผลิตโดยบริษัทมิตซูบิชิครับ



รถไฟฟ้าชานเมืองรุ่น Moha 63 ใช้งานช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 วิ่งบริการบนเส้นทางระหว่างโตเกียว กับโยโกฮามา

ต่อมาเกิดอุบัติเหตุด้านวงจรไฟฟ้าเนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิตไป 106 คน เป็นเหตุให้มีการปรับปรุงด้านป้องกันเพลิงไหม้จากกระแสไฟฟ้าจากตัวรถหลังจากนั้น



ปี พ.ศ.2509 (ค.ศ.1966) รถไฟฟ้าด่วนรุ่น Kumoha 165 ซึ่งใช้งานที่สายโจเอ็ตสึและสายชูโอะ และอีกหลายเมือง สามารถทำความเร็วได้ถึง 110 กม./ชม.



และปี พ.ศ.2510 (ค.ศ.1967) รถไฟฟ้าด่วน รุ่น Saro 165 ซึ่งมีบานหน้าต่างกระจกหน้าต่างกว้าง สามารถทำความเร็วได้ถึง 110 กม./ชม. เช่นกัน



รถไฟฟ้ารุ่น Kuro 381 ซึ่งรับสมญาว่า Panorama Car มักจัดพ่วงไว้ด้านหน้าและท้ายขบวน ให้ผู้โดยสารได้ชมทิวทัศน์สองข้างทางในขบวนรถด่วนชินาโนะ นำมาใช้งานเมื่อปี พ.ศ.2517 (ค.ศ.1974) มีความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม.



ยังมีอีกหลายเส้นทางที่ปริมาณผู้โดยสารยังมีน้อย ไม่คุ้มค่า หากใช้รถไฟฟ้าบริการ ทาง JNR ยังคงใช้รถดีเซลรางเครื่องยนต์ดีเซลทำเป็น Local train เข้าไปบริการแทน อย่างเช่นรถดีเซลรางรุ่น Kiha 4800 ซึ่งใช้งานเมื่อปี พ.ศ.2499 (ค.ศ.1956) มีความเร็วสูงสุด 95 กม./ชม. ดูแล้ว หน้าตาเหมือนรถดีเซลราง ไทโกกุ ที่ใช้งานอยู่สายแม่กลอง



แล้วมาเป็นรุ่น Kiha 82 ทำเป็นขบวนรถด่วน ซึ่งมีความเร็วถึง 100 กม./ชม. รุ่นนี้ นำมาใช้งานเมื่อปี พ.ศ.2504 (ค.ศ.1961) ทำความเร็วได้ 100 กม./ชม.



ขอพักเรื่องรถโดยสารไว้แค่นี้ก่อนครับ



ในขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นได้พัฒนากิจการรถไฟออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเปิดบริการรถด่วนไฟฟ้าบนเส้นทางสายโทไคโดระหว่างโตเกียว - โอซาก้า วิ่งด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. ทำให้ผู้คนสามารถเดินทางไปกลับได้ภายในวันเดียว



และพัฒนาถึงระบบรถไฟความเร็วสูงชิน กังเซ็นในที่สุด ในภาพ เป็นรถด่วนชิน กังเซ็น รุ่น 0 ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่วิ่งบนสายทางนิว โทไคโด ระหว่างโตเกียว - โอซาก้า ในชื่อว่า "ฮิคาริ"



รุ่น 00 เป็นรุ่นต่อมา แต่ผมคิดว่าไม่เคยเห็นภาพในขณะให้บริการเลย



แผ่น Nameplate บันทึกความเร็วสูงสุดของขบวนรถวิ่งทดสอบ สามารถทำความเร็วได้ถึง 256 กม./ชม.



และพัฒนาเป็นรุ่น 100 ซึ่งเพรียวลมกว่า



แผ่น Nameplate บันทึกความเร็วสูงสุดของขบวนรถวิ่งทดสอบ สามารถทำความเร็วได้ถึง 286 กม./ชม.



รุ่น 300 ที่ลดจุดต้านลมให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ในขณะนั้น



จากความสำเร็จอย่างงดงามของชิน กังเซ็น ทำให้ประเทศต่างๆ เริ่มพัฒนารถไฟฟ้าความเร็วสูงของตัวเองขึ้นมาบ้าง ยังผลให้ญี่ปุ่นไม่สามารถหยุดนิ่งได้ และพัฒนาระบบของตัวเองให้ทันสมัย และมีความเร็วสูงขึ้นตามลำดับ



จนกระทั่งมีรูปลักษณะคล้ายปากนกกระเรียน ที่สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์มากที่สุด สามารถเพิ่มความเร็วได้สูงขึ้น และเป็นต้นแบบของชิน กังเซ็นรุ่นหลังๆ ที่เราได้เห็นกันทุกวันนี้



มาดูช่วงล่างบ้าง ซึ่งอุทยานฯ ได้นำมาแสดงให้เห็นของจริงกันเลย



รวมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสาร



รวมทั้งยกตู้โดยสารมาแสดงทั้งคันอีกด้วย ปกติ พอหมดอายุใช้งาน ทางบริษัท JR จะสั่งทำลายทันที



คงเหมือนคันที่ตั้งแสดงที่พิพิธภัณฑ์รถไฟโอมิยะ ไม่ขออธิบายซ้ำอีกนะครับ



โครงสร้างของตู้โดยสาร มีความละเอียดไม่แพ้ของลำตัวเครื่องบินทีเดียว



เครื่อง Simulater สำหรับฝึกหัด พขร.ครับ



รถวัดขนาดโครงสร้างริมทางรถไฟ รุ่น Oya 31 นำมาใช้งานเมื่อปี พ.ศ.2470 (ค.ศ.1937)



ขอย้อนกลับไปยังตู้โดยสารที่นำมาจัดแสดงอยู่จำนวนหนึ่งด้วย เป็นรถบรรทุกสัมภาระ ชั้น Suni 30 ที่ตัวถังทำด้วยเหล็กกล้า ซึ่งญี่ปุ่นสร้างขึ้นเองและนำมาใช้งานเมื่อปี พ.ศ.2472 (ค.ศ.1929)



ตู้รถไฟชั้น 3 รุ่น Oha 35 ใช้งานช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวถังทำด้;pเหล็กกล้า คงรุ่นป้าโอชินกระมัง ?



สภาพภายในรถนั่งชั้น 3 ครับ



รถนอนชั้น 1 รุ่น Maine 40 นำมาใช้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี พ.ศ.2491 (ค.ศ.1948) เป็นรถนอนแบบ "พูลแมน" ให้บริการระหว่างกรุงโตเกียวกับเกาะกิวชู



รถนอนชั้น 1 รุ่น Orone 10 สร้างโดยอาศัยพื้นฐานจากรถไฟทวีปยุโรป ใช้งานเมื่อปี พ.ศ.2498 (ค.ศ.1955) สร้างโดยบริษัทฮิตาชิ ช่วงล่างเป็นระบบถุงลมซึ่งสร้างความนุ่มสบายมากกว่า และตัวรถมีน้ำหนักเบา

 


Create Date : 23 เมษายน 2563
Last Update : 23 เมษายน 2563 10:29:39 น. 2 comments
Counter : 61 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
น่าสนใจค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 23 เมษายน 2563 เวลา:20:45:21 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: owl2 วันที่: 23 เมษายน 2563 เวลา:21:06:04 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

owl2
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add owl2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.