Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
เที่ยวฉ่ำฝน (ที่ไม่ใช่ธรรมดา) ตอนที่ 4



ออกจากชุมทางศรีราชาท่ามกลางอากาศเริ่มแจ่มใสขึ้น ทำความเร็วได้สักพักใหญ่ ขบวนรถพิเศษก็แล่นผ่านสถานีบางละมุง



ที่บางละมุง จะมีคลังจ่ายก๊าซบ้านโรงโป๊ะ ของ ปตท. ซึ่งจ่ายก๊าซ LPG สู่ขบวนรถบรรทุกก๊าซ ไปส่งยังคลังต่างๆ ในภูมิภาค คือ ขอนแก่น นครสวรรค์ และลำปาง ซึ่งคลังเหล่านี้จะจำหน่ายก๊าซแก่ลูกค้าที่มารับซื้อและขนถ่ายไปยังคลังเก็บตามปั๊มต่างๆ ตลอดจนอัดลงถังบรรจุให้ร้านจำหน่ายก๊าซเพื่อนำไปใช้ในครัวเรือนด้วยครับ

เท่าที่ทราบ จะไม่มีขบวนรถบรรทุกก๊าซไปยังคลังในภาคใต้เลย เข้าใจว่าขนส่งก๊าซทางเรือจะประหยัดกว่า



มีการจอดแวะที่สถานีพัทยา เพื่อรับเสบียงอาหารว่างจากชมรมผู้สูงอายุเมืองพัทยา ซึ่งสนิทสนมกับผู้จัดทัวร์ แจกจ่ายให้ลูกทัวร์บนขบวนรถด้วยครับ

และตั้งแต่สถานีพัทยาเป็นต้นไป จะมีแต่เสียงฆ้อนทุบกระบอกไม้ไผ่เป็นระยะๆ เพราะของที่นำมาฝาก เป็นข้าวหลามหนองมนมีขนาดเท่าเลนส์ซูมตัวเขื่องๆ ทีเดียว



หลังจากลอดสะพานลอยถนนมอเตอร์เวย์ ที่พัทยากลางแล้ว ขบวนรถจะผ่านที่หยุดรถพัทยาใต้ครับ ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณหาดจอมเทียนมากที่สุด



ด้วยเวลาที่กระชั้นเข้ามา ผู้จัดไม่ได้แวะสถานีวัดญาณสังวราราม และสวนนงนุชครับ ขบวนรถแล่นผ่านตลอดจนถึงสถานีบ้านห้วยขวาง

แน่นอนครับ คงไม่ใช่ชื่อเขตที่อยู่ใน กทม. แต่บรรยากาศโดยรอบสถานี แสดงให้เห็นถึงเริ่มพ้นจากสภาพชุมชนเมืองแล้วล่ะ



ขณะที่ทำความเร็วอยู่ดีๆ พขร.ได้ชักหวีดยาวและลงห้ามล้อฉุกเฉิน ทำเอาบรรดาลูกทัวร์ต่างชะโงกดูกันเป็นแถว พบตัวต้นเหตุซึ่งหยุดรถแทบจะเกยขบวนรถไฟ ตรงทางตัดนี้

อยากจะยกให้เป็นตัวอย่างเพื่อแก้ต่างว่า เวลามีอุบัติเหตุรถไฟชนกับรถยนต์ตรงทางตัดทีไร สื่อมักจะพาดหัวสร้างสีสันขึ้นมาทันทีว่า ทางตัดไม่มีเครื่องอุปกรณ์กั้นทาง คนขับรถยนต์มองไม่เห็นรถไฟ จึงถูกชน แต่ไม่เคยมีสื่อใดคุ้ยหาสาเหตุกันจริงๆ ว่า คนเราสมัยนี้ หูแทบหนวก ตาแทบบอด ไม่รู้ ไม่สังเกต ไม่ทราบ และขาดวินัยการระวังความปลอดภัยขณะขับรถ ชีวิตถึงได้สั้นลงกว่าที่ควร

เห็น พขร.ชี้นิ้วเป็นเชิงด่าไปที่คนขับรถยนต์ พร้อมด้วยสายตาที่ขุ่นเขียวเกือบทุกคู่ในขบวนรถ โฟกัสไปเป็นตาเดียว คงสะกิดความรู้สึกได้บ้างกระมัง ?



เวลาราวบ่ายสามโมงเศษๆ ขบวนรถแล่นเข้าสู่สถานีชุมทางเขาชีจรรย์ ซึ่งมีทางรถไฟอีกสายหนึ่งแยกซ้ายจากที่นี่ไปยังนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง

แต่ตอนนี้ ขอตรงเข้าสู่สถานีบ้านพลูตาหลวงก่อนครับ



จากชุมทางเขาชีจรรย์ เส้นทางรถไฟจะข้ามถนนเลี่ยงเมืองสัตหีบ ก่อนเข้าโค้งสวยๆ นี้ แล้วค่อยๆ ชลอความเร็วเพื่อสู่สถานีบ้านพลูตาหลวง



ผ่านโรงซ่อมรถโดยสาร JR West ที่ได้รับมอบจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนรถโดยสารชานเมือง โดยว่าจ้างเอกชนทำการปรับปรุงซ่อมแซมตัวรถ



แต่อย่างไรก็ไม่ทราบครับ ผู้รับจ้างกลับทิ้งงาน คาราคาซังจนกระทั่งโรงงานกลายสภาพรกเป็นป่า เป็นระยะเวลานานร่วม 10 ปีแล้ว



แล้วขบวนรถไฟพิเศษเข้าจอดเทียบชานชาลาสถานีบ้านพลูตาหลวง ปลายทางแห่งที่สองของคณะทัวร์นี้ โดยรถไฟจะจอดรออยู่ที่นี่ ปล่อยให้ผู้จัดนำลูกทัวร์ไปชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ที่ริมอ่าวเทียนทะเล ก่อนที่จะกลับมาขึ้นรถไฟเพื่อออกเดินทางกันต่อไป



ตามแผนการที่กำหนดไว้แต่แรกนั้น ทางผู้จัดได้กำหนดให้ขบวนรถไฟไปส่งคณะทัวร์ถึงท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ

แต่หลังจากประสานงานด้านรายละเอียดแล้ว ได้รับแจ้งว่า ทางรถไฟช่วงสถานีบ้านพลูตาหลวง เข้าไปยังบริเวณท่าเรือสัตหีบที่จุกเสม็ดนั้น ถูกปกคลุมไปด้วยบรรดาไม้พุ่มขนาดใหญ่ ไม่สามารถเดินรถเข้าไปได้

ผู้จัดจึงได้ปรับแผน โดยประสานกับทางฐานทัพเรือสัตหีบ จัดรถบัสมารอรับคณะทัวร์ที่หน้าสถานี เพื่อเดินทางต่อไปยังอ่าวจุกเสม็ดและศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลครับ

ขึ้นรถพร้อมสรรพแล้ว ล้อหมุนได้เลย...



รถบัส ออกจากสถานี ตรงไปยังสี่แยก กม.10 ผ่านโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา หน่วยงานทหารของกองทัพเรือ ก่อนเลี้ยวข้ามทางรถไฟไปท่าเรือสัตหีบ เข้าสู่ประตูทางเข้าหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล จะอยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานแห่งนี้ครับ



เห็นสภาพทางรถไฟไปยังท่าเรือฯ สัตหีบ แล้ว พอเข้าใจเหตุผลที่ว่า การจัดรถบัสไปรับคณะนักท่องเที่ยว จะสะดวกกว่า

ก่อนที่ท่าเรือแหลมฉบังจะเปิดใช้งานนั้น เส้นทางรถไฟสายสัตหีบจะมาสิ้นสุดที่ท่าเรือพาณิชย์ฯ ตรงจุกเสม็ดครับ ซึ่งเป็นท่าเรือของทหารด้วย ในภายหลัง การขนส่งสินค้าต่างๆ จะไปอยู่ที่แหลมฉบัง การใช้งานท่าเรือแห่งนี้จึงเลิกโดยปริยาย ทำให้เส้นทางรถไฟเข้าสู่ท่าเรือฯ สัตหีบพลอยรกร้างไปด้วย

แต่ยังมีการใช้เส้นทางเป็นครั้งคราว เพื่อให้ขบวนรถไฟขนตู้ ตญ.ใช้ทำปะการังเทียมมายังท่าเรือแห่งนี้ ก่อนนำขึ้นเรือไปถ่วงลงทะเลตามจุดต่างๆ ที่กำหนดกันไว้ล่วงหน้าต่อไป



หลังจากวนเวียนไปตามถนนภายในหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อีกเล็กน้อย รถบัสได้มาจอดที่ลานหน้าศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ริมอ่าวจุกเสม็ด ปล่อยให้คณะลูกทัวร์ลงเดินชมศูนย์อนุรักษ์ และพักผ่อนรับบรรยากาศในอ่าวกันตามอัธยาศัย



ขอนำภาพโดยรอบบริเวณมาให้ชมกันก่อนนะครับ เสียดายตรงที่เป็นเวลาเข้าบ่ายคล้อย มีการย้อนแสง ชวนให้หน้ามืดไปหน่อย

ตรงไปด้านหน้าจะเห็นเกาะหมู เกาะเตาหม้อ และเกาะพระ ตามลำดับ

ด้านซ้ายสุดเป็นบริเวณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลเดช ซึ่งก่อสร้างเพิ่มเติม ในพื้นที่ท่าเรือจุกเสม็ดครับ



กลุ่มอาคารของอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช ซึ่งอู่แห่งนี้สามารถสนับสนุนการซ่อมทำเรือขนาดใหญ่ เช่น ร.ล.จักรีนฤเบศร, ร.ล.สิมิลัน, ร.ล.พุทธยอดฟ้า, ร.ล.นเรศวร, ร.ล.ตากสิน, ร.ล.เจ้าพระยา, ร.ล.บางปะกง,ร.ล.กระบุรี, ร.ล.สายบุรี เป็นต้น

ถ้าหากรถไฟเข้าไปจอดบริเวณท่าเรือสัตหีบซึ่งอยู่ด้านหลังอู่ได้ อาจเห็นเรือหลวงจักรีนฤเบศร์ จอดเป็นสง่าอยู่บริเวณปลายท่า แต่ตอนนี้ ดูแค่เรือลำเลียงน้ำมันกันไปก่อน ฮ่าๆๆ

ท่าทางจะจอดไว้ค่อนข้างนาน ดูภาพจาก google earth มีภาพเรือลำนี้ติดอยู่ด้วยครับ



หันไปยังมุมมองด้านขวามือบ้าง จะเป็นหาดเทียนทะเล ซึ่งมีเวิ้งอ่าวที่สวยมาก ฝั่งตรงข้ามจะเป็นที่ว่าการ อ.สัตหีบ และบริเวณฐานทัพเรือ



กลับมาด้านใกล้ตัว จะมีเต่ายักษ์กาเมร่า รอให้นักท่องเที่ยวปีนขึ้นไปโพสต์ท่าหน้ากล้อง ให้ลองฝีมือถ่ายภาพอิริยาบทต่างๆ ตามอัธยาศัย

ในตอนต่อไป เราเปลี่ยนสถานที่ไปชมภายในศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกันดีกว่า



Create Date : 27 ตุลาคม 2553
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2553 14:50:41 น. 2 comments
Counter : 2627 Pageviews.

 
ดูน่าสนุกจังเลยอ่ะค่ะ


โดย: Pum & Knott วันที่: 28 ตุลาคม 2553 เวลา:0:49:38 น.  

 
ขอบคุณที่เข้ามาแวะชมครับ


โดย: owl2 วันที่: 28 ตุลาคม 2553 เวลา:8:28:15 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

owl2
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add owl2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.