Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
23 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
Xinchao Vietnam ( 9 )



เช้านี้ ต้องแต่งตัวค่อนข้างเรียบร้อยหน่อยครับ เพราะไปคำนับศพที่สุสานลุงโฮ หรือ อดีตประธานโฮจิมินห์ (Lang Chu Tich ho Chi Minh) ก่อนเดินทางต่อไปยัง จ.บิงดิ่งห์ (Binh dinh)

เห็นลูกเรือของสายการบิน แอโรฟลอต มาพักที่นี่ด้วย หน้าตาสวยเชียว แต่ออกมายืนบังหลังเสาข้างนอก แล้วควักบุหรี่มาสูบ

เป็นภาพค่อนข้างแปลกตาในยุคนี้ครับ



พอลูกทัวร์ขึ้นรถครบคนแล้ว ล้อเริ่มหมุน ไปยังสุสานโฮจิมินห์แบบไม่รอช้า



ผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์สงครามของเวียตนาม เสียดายครับ ที่ไม่มีเวลาเข้าชม



ผ่านถนนเดียนเบียนฟู ถนนที่ระลึกซึ่งเวียตนามมีชัยชนะต่อกองกำลังฝรั่งเศส ก่อนฝรั่งเศสถอนตัวจากอาณานิคมอินโดจีนในเวลาต่อมา



แต่ก่อนอื่น ต้องหาที่จอดรถซึ่งอยู่บริเวณใกล้ๆ สุสานก่อน ทำให้ผมนึกถึงบริเวณวัดพระแก้วเลย

และจากนี้ไป จะเป็นภาพที่ capture จากวิดีโอที่บริษัทฯ จ้างช่างภาพและนำมาแจก และเอกสารการท่องเที่ยวของกระทรวงวัฒนธรรมและข่าวสารของเวียตนาม เพราะกล้องส่วนตัว เก็บไว้ืี่รถ

ไกด์บอกว่า อย่าได้นำกล้องถ่ายรูปเข้าไปที่สุสาน ถึงจะนำลงไป ต้องนำไปฝากกับเจ้าหน้าที่ซึ่งมีถุงให้นำเก็บไว้ จนกว่าจะออกจากสุสาน

ที่รีบมาในตอนเช้า นักท่องเที่ยวและผู้รอเข้าชมยังมาไม่มาก และสุสานแห่งนี้จะปิดเวลาประมาณ 11.00 น.



ก่อนอื่น แวะชมประวัติลุงโฮและเข้าห้องน้ำที่บ้านเลขที่ 8

พอเข้าห้องน้ำห้องท่าเสร็จ ช่างภาพก็ขอเชิญถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกครับ



แล้วเจ้าหน้าที่ก็ต้อนไปรับชม DVD ประวัติของประธานโฮจิมินห์

ห้องเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีของไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมคณะ มานั่งรับชมคราวมาเยือนเวียตนามนั่นแหละ



หลังจากรับชมเสร็จ ก็ตั้งแถวเพื่อไปเคารพลุงโฮ หรืออดีตประธานโฮจิมินห์

ที่ทำเช่นนี้เพราะเป็นชุดของข้าราชการไทยผู้มาเยือน จึงได้รับอภิสิทธิ์เข้ารับชม DVD และแยกแถวต่างหากจากนักท่องเที่ยวทั่วไป



ขนาดยังเป็นช่วงเช้า ยังมีนักท่องเที่ยวและชาวบ้านเวียตนามที่รอเข้ามาคำนับศพกันหนาตาแล้ว



ตามที่ผมกล่าว ด้วยเป็นคณะของข้าราชการจากเมืองไทย ทางบริษัททัวร์ฯ จึงติดต่อร้านจัดทำพวงมาลา เพื่อวางเป็นที่ระลึก โดยทางทหารรักษาการณ์ได้จัดวางให้ด้วย

ทหารรักษาการณ์เหล่านี้ จะใช้นักเรียนนายร้อยชั้นปีสุดท้าย ทำหน้าที่เฝ้าสุสานโฮจิมินห์ด้วยครับ

เข้าใจว่า เป็นนโยบายของทางการ ที่ปลูกฝังความจงรักภักดีต่ออุดมการณ์ของอดีตประธานโฮจิมินห์ ก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ต่อไป



เป็นข้อความสั้นๆ ว่า รำลึกถึงประธานโฮจิมินห์
คณะสภาข้าราชการจากประเทศไทย



สุสานโฮจิมินห์ หรือชื่อในภาษาเวียตนามว่า ลางจูติกโฮจิมินห์ (Lang Chu Tich Ho Chi Minh) เป็นสุสานขนาดใหญ่ของอดีตผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของเวียตนาม ตั้งอยู่ที่กึ่งกลางจัตุรัสบาดิ่งห์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประธานโฮจิมินห์อ่านคำประกาศอิสรภาพของเวียตนามเมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ.1945

สุสานแห่งนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ.1973 โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากสุสานของเลนินในกรุงมอสโคว์ แต่รวมสถาปัตยกรรมของเวียดนามเข้าไปด้วย มีความสูง 21.6 เมตร และกว้าง 41.2 เมตร บริเวณพื้นที่รอบเป็นสวนที่ถูกแบ่งด้วยทางเดิน ประกอบไปด้วยดอกไม้และต้นไม้ประมาณ 250 ชนิด ที่มาจากทั่วทั้งเวียตนาม

ตัวอักษร Lang Chu Tich Ho Chi Minh ประดับด้วยพลอยสีแดง

ร่างของโฮจิมินห์ ถูกเก็บรักษาอยู่ในโลงแก้วบริเวณใจกลางสุสาน เพื่อให้ผู้เข้าชมได้รู้จักกับผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของเวียตนาม โดยในสุสานแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ใส่กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น ห้ามพูดคุยเสียงดัง อันเป็นการไม่เคารพ และไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่ ถ่ายรูป และวิดีโอ ซึ่งอาจมีผลต่อร่างของประธานโฮจิมินห์ได้

ร่างของอดีตประธานโฮจิมินห์ได้รับการรักษาไว้ให้อยู่ในสภาพเดิม ซึ่งเป็นความลับทางการแพทย์ของรัสเซีย ที่แพทย์ในโลกตะวันตกยังไม่มีความชำนาญเท่า

สุสานโฮจิมินห์จะปิดในฤดูใบไม้ร่วงเป็นเวลานาน 2 เดือน (เดือนตุลาคม และเดือนพฤศจิกายน) เพื่อนำศพไปทำความสะอาด และเปลี่ยนน้ำยาที่รัสเซีย เพื่อให้ศพของรัฐบุรุษที่ชาวเวียดนามนับถือเป็นบิดาของประเทศยืนยงไปชั่วนิรันดร์ ซึ่งขัดกับความประสงค์ของโฮจิมินห์ที่สั่งให้เผาร่างของท่าน แล้วนำเถ้าถ่านกับอังคารไปบรรจุไว้ที่ภาคกลางใต้ ภาคกลาง และภาคเหนือของประเทศ

หากแต่ว่ารัฐบาลเวียดนามไม่ยอมปฏิบัติตาม คงเก็บรักษาร่างไว้ให้คนเวียดนามเคารพไว้อาลัยอยู่จนถึงปัจจุบัน

ทราบจากไกด์ว่า สุสานจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปทำความเคารพจนถึงเวลา 11.00 น.ทุกวัน และจะปิดเพื่อทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค และแบคทีเรียจากผู้มาคำนับ ซึ่งอาจทำให้สภาพศพเสียหาย ก่อนที่จะเปิดในวันต่อไป ตั้งแต่เวลา 08.00 น.



หลังจากคำนับศพอดีตประธานโฮจิมินห์แล้ว ก็รวมกันชักภาพหมู่หน้าสุสานไว้เป็นที่ระลึก

ตอนนี้ไม่ห้ามแล้วครับ เพราะอยู่นอกสุสาน



หลังจากนั้น ก็เข้าไปเยี่ยมชมทำเนียบประธานาธิบดีของเวียตนาม และบ้านพักของอดีตประธานโฮจิมินห์



ทำเนียบประธานาธิบดี เป็นอาคารทรงโคโลเนียลสีเหลืองที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้นใน ปี ค.ศ.1901 ใช้เป็นที่ทำการของผู้สำเร็จราชการ (เรสิดังต์) ชาวฝรั่งเศสแห่งอินโดจีน เป็นสถานที่ทำงานของอดีตประธานโฮจิมินห์เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่

แต่อดีตประธานโฮจิมินห์จะใช้เพียงรับแขกเมืองเท่านั้น ส่วนที่ทำการ จะใช้บ้านพักคนงานที่อยู่หลังทำเนียบแทน เนื่องจากท่านเห็นว่า ทำให้คนทั่วไปมองว่าท่านทำตัวแตกต่างไปจากชนส่วนใหญ่ของประเทศเมื่อเป็นใหญ่แล้ว หากอาศัยที่ทำเนียบของเรสิดังต์

ปัจจุบันยังเป็นที่รับแขกเมืองของเวียตนาม รอบๆ ทำเนียบมีสวนดอกไม้และสระน้ำ



เรือนพักของอดีตท่านประธานโฮจิมินห์ระหว่างอยู่ในความดูแลของแพทย์ ในช่วงปลายของชีวิต



ห้องประชุมของคณะกรรมการโปลิตบุโร ซึ่งมีอำนาจสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์เวียตนาม สมัยอดีตประธานโฮจิมินห์



ห้องรับประทานอาหารที่ค่อนข้างสมถะ แต่วิทยุนั้นคงไม่ใช่ยี่ห้อ "ธานินทร์" นะ



ห้องครัวของเรือนพักอดีตประธานโฮจิมินห์



โรงเก็บรถประจำตำแหน่งของอดีตประธานโฮจิมินห์ แต่ท่านไม่เคยใช้แม้แต่คันเดียว



ว่ากันว่า สหภาพโซเวียต และชาวเวียตเกียต (ชาวเวียตนามที่เกิดในต่างประเทศ) ที่ฝรั่งเศส ได้มอบรถยนต์ให้ประธานโฮจิมินห์ใช้ประจำตำแหน่ง แต่ท่านไม่เคยใช้เลย คงเดินระหว่างบ้านพักไปยังทำเนียบ หรือใช้รถซิโคล่ หากเดินทางไปยังหน่วยงานราชการในกรุงฮานอย

เท่าที่ผมดูแล้ว คงจะจริง เพราะสถานที่ราชการต่างๆ ล้วนอยู่ใกล้เคียงทำเนียบทั้งนั้น และกรรมการโปลิตบุโรมักจะไปหาท่านมากกว่า

รถยนต์ที่มอบให้นั้น มีรถเก๋งจากรัสเซียสองคัน และรถเก๋งรถเปอร์โยต์ของฝรั่งเศสหนึ่งคัน



ภายหลัง รัฐบาลเวียตนามเหนือ ได้ก่อสร้างบ้านพักให้ประธานโฮจิมินห์ใหม่ เป็นบ้านทรงไทย ชั้นเดียว ใต้ถุนสูง

ผมคิดว่า อากาศถ่ายเทสะดวก และอำนวยต่อสุขภาพของท่านประธานด้วย เนื่องจากอดีตประธานโฮจิมินห์เป็นนักสูบบุหรี่ตัวยงทีเดียว



ชั้นล่าง เป็นสถานที่พักผ่อน และรับรองแขกเหรื่อแบบไม่เป็นทางการ



บนบ้าน เป็นห้องนอนแบบสมถะของอดีตประธานโฮจิมินห์

อาจเป็นว่า นอนกลางดินกินกลางทราย ไม่เป็นที่เป็นทาง และเคยชินการนอนแบบนี้ตั้งแต่ท่านยังเด็กก็ได้



มีโทรศัพท์สั่งการ และหมวกเหล็กไว้สวมสมัยสงครามเวียตนาม



ที่สระหน้าบ้านพัก ยังมีรากไม้น้ำทรงแปลกประหลาดมาจนถึงทุกวันนี้

ไกด์เคยบอกพันธุ์ไม้ไว้เหมือนกัน ต้องขออภัยที่ผมลืมครับ



หน้าบ้านมีบ่อเลี้ยงปลาคาร์ฟ ว่ากันว่า หากประธานโฮจิมินห์ว่างจากการงาน จะตบมือเรียกมาให้ท่านป้อนอาหาร ฝูงปลาจะว่ายมารวมตัวกันอลหม่านทีเดียว

แต่ปลาฝูงนั้น ถ้าอายุยาวมาจนถึงปััจจุบันคงจะเป็นปลาที่อายุยืนที่สุดในโลก เพราะนายพล หวอ เหวียน ย๊าบ ซึ่งเป็นคนรุ่นเดียวกับท่าน มีอายุร่วมร้อยปีเศษแล้ว



ที่หน้าสถานที่ประวัติศาสตร์ มีร้านจำหน่ายของที่ระลึก และเครื่องดนตรีเวียตนามจำหน่าย เครื่องดนตรีนั้น ทำให้ผมนึกถึงโปงลาง

แถมคนเล่นโชว์ ยังเล่นเพลงไทยให้ฟังด้วยสิ ทำเอาคณะทัวร์ที่เข้าไปฟัง ปรบมือลั่นร้าน



แต่มีนักท่องเที่ยวบางส่วน ขึ้นไปนมัสการเจ้าแม่กวนอิม ที่วัดเสาเดียว (Chua Mot Cot) ซึ่งเป็นวัดขนาดเล็กรูปทรงดอกบัว ตั้งอยู่กลางสระน้ำ ที่ชาวเวียดนามเรียกว่า “อาโกดา”

วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1049 ในสมัยราชวงศ์หลี ด้านหลังมีต้นไทร ซึ่งปลูกโดยประธานาธิบดีเนห์รู แห่งอินเดียในปี ค.ศ.1958 ในช่วงที่ท่านเดินทางมาเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียตนาม (เวียตนามเหนือ) ที่เพิ่งเกิดใหม่อย่างเป็นทางการ

ความโดดเด่นของที่นี่ อยู่ที่การสร้างอาคารเหนือบึงน้ำ โดยมีเสาขนาดใหญ่เพียงเสาเดียวรองรับน้ำหนักของสิ่งก่อสร้างทั้งหมด

ว่ากันว่า เจ้าแม่กวนอิมที่นี่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก...

มีตำนานเล่าขานกันว่า มีกษัตริย์องค์หนึ่งทรงพระประสงค์มีพระโอรสมาก แต่ไม่สมหวังสักที จนคืนหนึ่งพระองค์ฝันเห็นพระโพธิสัตว์กวนอิมมาปรากฏที่สระดอกบัว และได้ประทานพระโอรสให้กับพระองค์

หลังจากนั้นไม่นาน พระองค์ก็ได้พระโอรสสมพระทัย ทรงให้สร้างวัดนี้ขึ้นมากลางสระบัว... และคำอธิษฐานยอดฮิตที่ชาวเวียดนามนิยมขอกันเมื่อมาที่นี่ก็คือ ขอให้มีลูกนั่นเอง



ครั้นพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว ไกด์ได้พาคณะทัวร์ผ่านพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ไปขึ้นรถเตรียมออกเดินทางต่อไปยัง จ.บิงดิ่งห์ (Binh dinh)

เสียดายที่ไม่ได้แวะชมข้างในเช่นกัน ด้วยเวลามีจำกัด



ครั้นแล้ว ล้อก็เริ่มหมุนไปยัง จ.นิงบิ่งห์ (Ninh binh) ต่อไป


Create Date : 23 มิถุนายน 2556
Last Update : 4 ตุลาคม 2560 21:25:50 น. 2 comments
Counter : 1353 Pageviews.

 


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:10:56:47 น.  

 
ขอบคุณที่แวะชมครับ


โดย: owl2 วันที่: 3 กรกฎาคม 2556 เวลา:20:23:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

owl2
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add owl2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.