Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
20 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
เที่ยวฉ่ำฝน (ที่ไม่ใช่ธรรมดา) ตอนที่ 1

สวัสดีรับบรรยากาศฉ่ำฝนครับ เล่นตกแบบ 24 ชั่วโมงอย่างนี้ ทำเอาบรรยากาศค่อนข้างซึมเซาอยู่ไม่น้อย

มองไปรอบด้าน มีแต่สีเทาด้วยเมฆครึ้ม แถมบางช่วงบางขณะ ยังมีฝนโปรยปรายลงมาแบบไม่เลือกว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ชวนให้เป็นหวัดดีนักแล... ขอได้รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ


เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม เพิ่งจะผ่านไป ผมได้มีโอกาสออกจากบ้านไปตามรายการที่จัดไว้ เนื่องจากไปซื้อทัวร์ของน้องคนหนึ่งไว้ล่วงหน้า กำหนดไปเที่ยวแถวชายทะเลฝั่งตะวันออก แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า เทวดาท่านจะใจดีแถมโบนัสปลายฤดูฝนนานนับสัปดาห์แบบนี้

แต่ล้อก็ต้องหมุน ไม่เช่นนั้นจะเสียค่าทัวร์ไปฟรีๆ ตามกติกาที่ผู้จัดขู่เอาไว้




ดังนั้น ในเวลา 05.00 น. ของเช้าวันเสาร์ ท่ามกลางบรรยากาศอันน่านอนอย่างยิ่งสำหรับหลายๆ คน แต่บรรดาลูกทัวร์ที่หลวมตัวซื้อรายการเอาไว้ ต่างมานั่งสัปหงกในรถทัวร์ที่มาจอดรอหน้าสถานีรถไฟบางซื่ออยู่แล้ว รวม 3 คันด้วยกัน

รายการทัวร์นี้ สุดสายที่มาบตาพุด จ.ระยอง แต่ทำไมถึงต้องออกเดินทางเช้านักหนาล่ะ ?

ใครว่างเชิญติดตามมาสิครับ ผมจะเล่าให้ฟัง...



พอได้เวลา รถทัวร์สุดหรูทั้ง 3 คัน ได้ฤกษ์ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ออกไปตามถนนวิภาวดีรังสิต เข้าสู่ถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าไปยัง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

ใครที่ติดตามถึงตอนนี้ คงร้องว่า อ้าว !! มาบตาพุด เขาไปทางถนนมอเตอร์เวย์ไม่ใช่หรือ และไปทำไมที่สระบุรี ?

ต้องขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมครับว่า ทางผู้จัดร่วมกับคนต้นคิดอีกหลายๆ คน ได้จัดรายการทัวร์พิเศษนี้ขึ้นมา โดยใช้บริการรถไฟครับ เพื่อสำรวจโอกาสการจัดท่องเที่ยวทางรถไฟบนเส้นทางสายตะวันออกแบบไปเช้าเย็นกลับ ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใดบ้างสามารถนำลูกทัวร์ไปเที่ยวชมได้บ้าง ตั้งแต่ชลบุรีไปจนถึงสัตหีบ มาบตาพุด พร้อมกับชมบรรยากาศบนเส้นทางรถไฟสายแก่งคอย - คลองสิบเก้า ซึ่งปกติ จะมีเพียงขบวนรถสินค้าแล่นผ่านเท่านั้น และเป็นเหตุผลหนึ่งที่บรรดาลูกทัวร์ซึ่งไม่เคยเห็นบรรยากาศบนเส้นทาง มาอุดหนุนบริการกันคับคั่ง

นั่นก็เป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดาสำหรับรายการทัวร์นี้ครับ



ชุมทางแก่งคอยในเช้าวันนี้ค่อนข้างเงียบเหงา ด้วยเหตุขบวนรถไฟสายอีสานติดน้ำท่วมช่วง อ.ปากช่อง ไม่อาจแล่นผ่านมาได้ จึงมีเพียงลูกทัวร์คณะนี้ เป็นชนกลุ่มใหญ่บนชานชาลาสถานี



แต่เอะอะพลุกพล่านได้ไม่นานหรอกครับ ผู้จัดการทัวร์และลูกทีมช่วยกันต้อนขึ้นรถไฟ พร้อมนับจำนวนว่าไม่ใครตกหล่นเสร็จสรรพแล้ว นายสถานีโบกธงเขียวให้สัญญาณปล่อยขบวนรถโดยไม่ชักช้า เพราะเลยกำหนดเวลาปล่อยขบวนรถพิเศษมาร่วม 1 ชั่วโมงแล้ว เนื่องจากคณะทัวร์จากกรุงเทพฯ เดินทางมาล่าช้าเพราะฝ่าฝนที่ตกกระหน่ำมาตลอดทาง



ออกจากย่านสถานีแล้ว ขบวนรถแล่นเข้าสู่รางด้านซ้ายสุดครับ เตรียมไต่ระดับในเส้นทางแยกเข้าสู่ชุมทางคลองสิบเก้า จ.ฉะเชิงเทรา



เป็นมุมมองที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก จากขบวนรถไฟแล่นข้ามถนนมิตรภาพที่กำลังฉ่ำฝน เพราะตามปกติ เรามักจะเห็นสะพานลอยรถยนต์ข้ามทางรถไฟมากกว่า



บรรยากาศจากสองข้างทางใกล้เขาพระพุทธฉาย ซึ่งตามปกติค่อนข้างแห้งแล้ง แต่ในวันนี้กลับเจิ่งไปด้วยน้ำ

ไม่แปลกใจที่ในขณะนี้ เราจะได้เห็นข่าวอุทกภัยน้ำไหลบ่าในหลายๆ พื้นที่ บริเวณใกล้เคียง รวมถึงเขาใหญ่ด้วย



รถไฟแล่นมาได้ไม่นานนัก จะถึงสถานีบุใหญ่ สถานีแรกบนเส้นทางจากชุมทางแก่งคอย ซึ่งอยู่ใกล้ปากอุโมงค์พระพุทธฉาย ซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟยาวเป็นอันดับสองของประเทศไทย

หากใครพอคุ้นๆ ตาบ้าง สถานีแห่งนี้เคยใช้เป็นฉากประกอบภาพยนต์ไทยเรื่อง "โอ.เค. เบตง"



พักสายตากับเพื่อนสี่ขาประจำสถานี จนน้องๆ หลายๆ คนที่เคยเที่ยวตามสถานีต่างๆ ก่อนหน้านี้ ประทับใจ เก็บภาพไว้เป็น collection ทีเดียวแหละ



จากสถานีบุใหญ่ ไฮไลท์หนึ่งของรถไฟพิเศษขบวนนี้ ได้ลอดอุโมงค์พระพุทธฉาย ซึ่งยาวเป็นลำดับสองของประเทศไทย แล้วหยุดที่ปากอุโมงค์ด้านใต้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย

อุโมงค์พระพุทธฉาย

ตั้งอยู่บริเวณ กม ที่ 147.102 ถึง กม.ที่ 148.299 ระหว่างสถานีบุใหญ่ - สถานีวิหารแดง ในเขต จ.สระบุรี ตัวอุโมงค์มีความยาว 1,197 เมตร กว้าง 5 เมตร สูง 5.5 เมตร ภายในเป็นผนังคอนกรีต ทางรถไฟในอุโมงค์เป็นรางเชื่อม 100 ปอนด์/หลา หมอนคอนกรีตอัดแรงแบบโมโนบล็อก ออกแบบอุโมงค์โดยบริษัท Transystem ประเทศ Italy ราคาค่าก่อสร้าง 127.5 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2536 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2537 และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2539

(ข้อมูลจากเว็บไซต์ Rotfaithai.Com)


ลิมบอกไปนิด...บริเวณใกล้อุโมงค์พระพุทธฉายด้านใต้ เคยเป็นที่รับหินคลุกขึ้นขบวนรถไฟเพื่อนำไปถมที่ก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ



จากอุโมงค์พระพุทธฉาย เส้นทางรถไฟเริ่มลาดลงเขาแล้วครับ ผ่านไร่นาที่ฉ่ำฝนและชุมชนชาวบ้านในเขตพื้นที่ อ.วิหารแดง จ.สระบุรี



ฝ่าสายฝนผ่านสถานีวิหารแดง โดยไม่ได้จอดแวะแต่อย่างใด



เลยสถานีวิหารแดงไปเล็กน้อย จะมีเส้นทางแยกเข้าไปบริเวณศูนย์อุตสาหกรรมอิตาเลียนไทย ทำหน้าที่ผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อรองรับงานก่อสร้างโครงการต่างๆ ของบริษัทฯ และส่งลูกค้าตามแต่จะสั่งให้ผลิตครับ



จากสถานีวิหารแดง เส้นทางรถไฟจะเข้าสู่พื้นที่ อ.บ้านนา จ.นครนายก

ในสมัยก่อน เคยมีผู้ทายปัญหาเกี่ยวกับจังหวัดนครนายกว่า มีเส้นทางรถไฟผ่านหรือไม่ ? และน้อยคนนักจะตอบว่ามี

จริงๆ แล้วก่อนหน้านั้น จะมีเส้นทางรถไฟสายตะวันออกผ่านพื้นที่ อ.ปากพลี จ.นครนายก เพียงเสี้ยวหนึ่ง ซึ่งอยู่ชายเขตจังหวัดกับ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา และ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี มีสถานีรถไฟตั้งอยู่ 1 แห่ง คือ สถานีบ้านปากพลี

เดี๋ยวนี้ จ.นครนายก มีเส้นทางรถไฟผ่านเกือบครึ่งจังหวัด เนื่องจากมีโครงการก่อสร้างเส้นทางสาย ชุมทางคลองสิบเก้า - ชุมทางแก่งคอย นี่แหละ

อย่าได้ขายความเชยนะครับ ประเดี๋ยวเสียฟอร์ม



สถานีองครักษ์ ผู้ที่นั่งรถยนต์ส่วนใหญ่ผ่านไปมาบริเวณนั้น ไม่ค่อยรู้จักหรอกครับว่า ตัวสถานีตั้งอยู่บริเวณใด ? แม้แต่ป้ายบอกทางเข้าสถานีที่อยู่เหนือตลาดองครักษ์ ยังเล็กนิดเดียวแทบมองไม่เห็น

ยิ่งไม่มีขบวนรถโดยสารวิ่งผ่านด้วยแล้ว สถานีองครักษ์ เหมือนจะถูกลืมหายไปจากความทรงจำ



ข้ามทางหลวงหมายเลข 305 (รังสิต - องครักษ์ - นครนายก) และคลองรังสิต บริเวณปลายคลองครับ



แล้วในที่สุด เส้นทางรถไฟจากชุมทางแก่งคอย จะมาบรรจบกับเส้นทางสายตะวันออกที่ สถานีชุมทางคลองสิบเก้า อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีขบวนรถดีเซลรางสายอรัญประเทศ - กรุงเทพฯ จอดรอในย่าน เพื่อให้ขบวนรถพิเศษแซงไปก่อน



ผู้คนทั้งสองขบวน ต่างมองกันไปมาล่ะครับ ทางขบวนนี้คว้ากล้องออกมาเก็บภาพ ส่วนผู้โดยสารที่ขบวนนั้นมีสีหน้าพิศวงว่า ขบวนรถไฟและคนกลุ่มนี้มากันได้อย่างไร ?

เพราะรู้อยู่ว่ามีแต่ขบวนรถสินค้าเท่านั้น ที่แล่นมาจากแก่งคอย



ผ่านสถานีบางน้ำเปรี้ยว ขบวนรถไฟพิเศษแล่นเข้าสู่สถานีชุมทางฉะเชิงเทรา

ชุมทางฉะเชิงเทรา ณ เวลานั้น กำลังพลุกพล่านด้วยผู้โดยสารที่จะรอขึ้นรถไฟเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งตามหลังมา และไปสถานีระหว่างทางกับขบวนรถโดยสาร กรุงเทพ - กบินทร์บุรี ที่กำลังเข้าเทียบชานชาลาสถานีพอดี

เช่นกันครับ การมาของขบวนรถพิเศษ สร้างความสนใจกับผู้โดยสารที่มารอขบวนรถเข้ากรุงเทพฯ ไม่น้อย บางรายเกือบคว้าข้าวของจะมาขึ้นรถก็มี ดีที่ทางสถานีออกประกาศเสียงตามสายแจ้งไว้ก่อน เหอๆ

ระหว่างที่จอดรอทำขบวนต่อไปยังเส้นทางสายสัตหีบ ทางผู้จัดและลูกทีม ต่างกระวีกระวาดหิ้วเสบียงกลางวันขึ้นรถกันคนละไม้ละมือล่ะครับ

สักครู่เดียวก็แล้วเสร็จ รอให้ขบวนรถไฟกบินทร์บุรีออกจากสถานีก่อน จึงจะเดินทางกันต่อไป

.........................................


Create Date : 20 ตุลาคม 2553
Last Update : 26 ตุลาคม 2553 7:44:26 น. 2 comments
Counter : 2004 Pageviews.

 
ถ่ายรูปสวยจังค่ะ นี่ขนาดฝนเปียกๆแบบนี้ยังสวยเลยเนอะ เก่งจัง


โดย: plenaka วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:23:00:24 น.  

 
ขอบคุณที่มาแวะชมนะครับ

ถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิตัลคอมแพ็คกลางสายฝน ต้องระวังมากๆ ไม่ให้กล้องเปียก เพราะมีอาการค้างได้ง่ายๆ ครับ


โดย: owl2 วันที่: 21 ตุลาคม 2553 เวลา:1:14:56 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

owl2
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add owl2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.