All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2565
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
9 มิถุนายน 2565
 
All Blogs
 
*** Top Gun: Maverick *** หนึ่งภารกิจ พิชิตสองปัญหา

*** Top Gun: Maverick ***






ออกตัวไว้ก่อนว่าสมัย Top Gun ฉายครั้งแรกในปี 1986 ผมอายุยังไม่ถึง 2 ขวบ ดังนั้นผมได้ดู Top Gun ครั้งแรกก็ประมาณปี 1998 (ตอนนั้นตามเก็บงานของผู้กำกับ Tony Scott อยู่)

ซึ่งความรู้สึกตอนนั้นคือ ค่อนข้างไม่ประทับใจ


แต่กับภาคต่ออย่าง Top Gun: Maverick ถือว่าให้ผลลัพธ์ในทางตรงข้าม
จะเป็นอย่างไรนั้น ใครดูแล้วชวนเลื่อนลงไปอ่านกันครับ





*** จากนี้ไปเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ ***





Top Gun: Maverick เล่าเรื่องราวใน 36 ปีต่อมาของ Pete “Maverick” Mitchell (Tom Cruise) นักบินรบฝีมือระดับตำนาน แต่กลับไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

แถมภารกิจล่าสุดในฐานะนักบินทดสอบ Maverick ยังขัดคำสั่งและทำลายเครื่องบินทดสอบพังไม่เป็นท่า



แต่ในขณะที่กำลังจะถูกไล่ออก Iceman (Val Kilmer) เพื่อนเก่าจาก Top Gun ที่ตอนนี้เป็นนายพลใหญ่ ได้มอบโอกาสให้ Maverick แก้ตัว โดยให้เขาไปทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนเหล่านักบิน Top Gun รุ่นใหม่ เพื่อทำภารกิจที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ นั่นก็คือ การทำลายโรงยูเรเนียม ที่กำลังจะถูกสร้างขึ้นในใจกลางหุบเขาลึกของเขตพื้นที่ศัตรู



นอกจากความยากในการฝึกสอนนักบินรุ่นใหม่เหล่านี้แล้ว ความท้าทายอีกอย่างของ Maverick ก็คือ การเผชิญหน้ากับ Rooster (Miles Teller) ลูกชายของ Goose เพื่อนสนิทที่เป็นนักบินที่สองที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เครื่องบินตกที่ตัว Maverick เป็นคนขับ (ในภาคแรก)



ปัญหาระหว่าง Maverick และ Rooster ไม่ใช่แค่การที่ Rooster ติดใจในการตายของพ่อของเขา แต่เป็นเพราะความไม่พอใจที่ Maverick ขัดขวางการเข้าเป็นนักบินของ Rooster จนทำให้เขาเสียเวลาไป 4 ปี






ประเด็นสำคัญของ Top Gun: Maverick จึงอยู่ที่การสะสางปัญหาของ Maverick ทั้ง 2 ปัญหาที่ซ้อนทับกัน และทั้งสองปัญหาที่ว่านี้ ต่างก็ขับเน้นซึ่งกันและกัน ลองมาพิจารณากัน





เราจะพบว่า Maverick ยังคงย่ำอยู่กับที่เหมือนเมื่อ 36 ปีที่แล้ว


Maverick ยังอยู่ในยศ Captain ทั้งที่สร้างผลงานมากมาย และยังคงทำหน้าที่เป็นนักบินเหมือนเดิม

[Maverick ยังติดอยู่ในอดีตที่เขามีส่วนทำให้ Goose เพื่อนของเขาต้องตาย]





โดยปัญหาที่ Maverick ต้องจัดการคือ


ทำภารกิจทิ้งระเบิดทำลายโรงยูเรเนียมที่กำลังก่อสร้างในแดนศัตรู

[ทำภารกิจทำลายปมในใจของตัวเอง และของ Rooster]





โดย Maverick มี Iceman เป็นผู้เปิดโอกาสให้เขาแก้ปัญหาในชีวิต


Iceman ให้โอกาส Maverick ในการกลับมาทำงานเป็นผู้ฝึกสอนนักบิน

[Iceman ให้โอกาส Maverick ได้พบกับ Rooster เพื่อสะสางปมในใจ]





ซึ่งศัตรูของภารกิจนี้คือการเอาชนะตัวเอง


Maverick ต้องทำให้เหล่านักบินหน้าใหม่ ท้าทายขีดจำกัดของตัวเองเพื่อให้ภารกิจสำเร็จ

[Maverick ต้องทำให้ตัวเขาเองและ Rooster ท้าทายขีดจำกัดที่เกิดจากปมในใจ]

(จะเห็นได้ว่าหนังแทบไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฝ่ายศัตรูเลยแม้แต่น้อยว่าเป็นใคร เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ ศัตรูจึงมีหน้าที่เป็นเป้าหมายให้ตัวละครก้าวผ่านเพื่อเอาชนะตนเอง)





วิธีการในการปฏิบัติภารกิจก็น่าสนใจไม่น้อย





ท้ายที่สุดหนังเลือกให้คู่กรณีอย่าง Maverick และ Rooster ทำภารกิจด้วยกัน

[Maverick และ Rooster ทำภารกิจเปิดใจเคลียร์ปมในอดีตด้วยกัน]



Maverick ต้องยิงเปิดแผลบนพื้นดินให้ก่อน จากนั้น Rooster ค่อยยิงตามเข้าไปในแผลที่เปิดไว้เพื่อทำลายฐานใต้ดิน

[Maverick ต้องเป็นผู้นำในการเปิดใจก่อน เพื่อให้ Rooster ทำลายปมลึกในใจของทั้งคู่]



ทั้ง Maverick และ Rooster ต้องทนแรงจีมหาศาลขณะบินไต่ระดับออกมาจากหุบเขาหลังจากทำลายเป้าหมาย

[ทั้ง Maverick และ Rooster ต้องเอาตัวรอดจากแรงกดดันทางใจหลังจากขุดปมที่ฝังลึกในจิตใจ]



ทั้ง Maverick และ Rooster จะทำภารกิจสำเร็จได้ต้องมี Wingman คอยชี้เป้าและช่วยเหลือ

[ทั้ง Maverick และ Rooster จะสางปมในใจได้สำเร็จต้องมีคนอย่าง Iceman คอยนำทางและช่วยเหลือ]





จากตัวอย่างที่ยกมาข้างต้น จึงจะเห็นได้ว่า Top Gun: Maverick คือการเล่าอุปมาอุปไมยระหว่าง 2 ปัญหาที่ตัวละคร Maverick ต้องจัดการนั่นก็คือ



1. การกำจัดฐานยูเรเนี่ยมในแดนศัตรูให้สำเร็จ

2. การสะสางปัญหาของตัวเองกับ Rooster ให้สำเร็จ



โดยทั้ง 2 ปัญหานี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำภารกิจเดียว






ปมของตัวละครทั้งสองส่วนนี้ต่างถูกเขียนให้เสริมส่งกันจนกลายเป็นความบันเทิงของหนังในฐานะหนังดราม่าและหนังแอ๊คชั่นไปพร้อมกัน

ซึ่งต้องชมไปที่บทภาพยนตร์ของ Ehren Kruger, Eric Warren Singer และ Christopher McQuarrie (จากโครงเรื่องของ Peter Craig และ Justin Marks) ที่สร้างความเข้มข้นน่าติดตามให้กับหนังที่พล็อตเรื่องเดิมๆได้อย่างน่าสนใจ



ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันคือการกำกับของ Joseph Kosinski ที่ดึงเอากลิ่นอายของหนัง blockbuster ยุค 80’s มานำเสนอใหม่ในแบบที่ยังมีความเชยแต่ก็มีความร่วมสมัย



งานภาพและฉากแอ๊คชั่นที่เน้นถ่ายทำจริง โดยใช้ CG ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นคือจุดเด่นสำคัญ

ซึ่งต้องบอกว่า Top Gun: Maverick เป็นหนังที่เหมาะที่จะชมในโรงภาพยนตร์เท่านั้น



มุขตลกของหนังมาน้อยแต่ทำงานได้มีประสิทธิภาพ

และที่เป็นความฮาแบบไม่ตั้งใจก็คือการเห็น Tom Cruise วิ่งหน้าตั้งอีกครั้ง จนอดคิดชมทีมเขียนบทไม่ได้ว่ายังอุตส่าห์หาฉากให้พี่แกได้วิ่งจนได้



ทีมนักแสดงไม่มีอะไรให้ติ ทุกคนกลมกลืนไปกับโทนหนังได้อย่างยอดเยี่ยม





อย่างไรก็ตาม จุดที่ยังทำได้ไม่ดีพอคือการหาทางออกและทางลงให้กับสถานการณ์ในตอนท้ายที่ Maverick และ Rooster ติดอยู่ในแดนข้าศึก

เนื้อเรื่องในส่วนนี้กลายเป็นการทำลายความจริงจังของหนังลงไปนิดหนึ่ง

แต่ก็เข้าใจได้ว่าต้องการเอาใจแฟนหนัง Top Gun กับการใช้เครื่องบินตัวเด่นจากภาคแรกเป็นองค์ประกอบสำคัญ






โดยภาพรวมแล้ว Top Gun: Maverick คือความประทับใจและความบันเทิงในฐานะหนังแอ๊คชั่นดราม่า ที่ควรค่าแก่การดูในโรงภาพยนตร์

แม้ว่าอาจจะดูเก่าดูตกยุคไปแล้ว แต่หนังก็มีเสน่ห์ในแบบที่หาได้ยากในหนังยุคใหม่



เหมือนที่นายพลช่วงต้นเรื่องปรามาส Maverick ไว้ว่า ในยุคนี้ที่มีอากาศยานไร้คนขับแล้ว นักบินแบบ Maverick ก็ไม่จำเป็นต้องมีอีกต่อไป

แต่สุดท้ายมันก็มีที่ทางให้คนอย่าง Maverick ได้แสดงความสามารถอยู่ดี



แม้จะมีอากาศยานไร้คนขับ แต่ก็ยังมีภารกิจที่ต้องการนักบิน

เช่นเดียวกัน

แม้จะมีหนังให้ดูทางสตรีมมิ่งออนไลน์ แต่ก็มีหนังบางประเภทที่ต้องดูในโรงภาพยนตร์



Top Gun: Maverick คือหนังเรื่องนั้น










8 / 10






Create Date : 09 มิถุนายน 2565
Last Update : 11 มิถุนายน 2565 21:28:42 น. 6 comments
Counter : 705 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเจ้าหญิงไอดิน, คุณอุ้มสี, คุณnewyorknurse, คุณSertPhoto


 
วิจารณ์ได้ยอดเยี่ยมค่ะ


โดย: เจ้าหญิงไอดิน วันที่: 9 มิถุนายน 2565 เวลา:23:53:38 น.  

 
เห็นด้วยที่ขโมยเครื่องบินศัตรูง่ายไปหน่อยจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 10 มิถุนายน 2565 เวลา:9:10:54 น.  

 
ไม่ได้ดูหนังเลยค่ะ
มาอ่านจากที่นี่แทน


โดย: อุ้มสี วันที่: 10 มิถุนายน 2565 เวลา:9:12:57 น.  

 
- ตอบคุณเจ้าหญิงไอดิน

ขอบคุณมากครับ


- ตอบคุณหอมกร

ใช่เลยครับ ตอนท้ายเล่นง่ายไปนิด ไอ้ความยาก ไอ้ที่ต้องฝึกฝนที่ผ่านมาแบบจริงจัง เจออันนี้ง่ายๆเข้าไปกลายเป็นหนังคนละเรื่องเลย 555


- ตอบคุณอุ้มสี

ถ้ามีเวลาว่างๆ แนะนำให้ไปสัมผัสบรรยากาศในโรงครับ


โดย: navagan วันที่: 12 มิถุนายน 2565 เวลา:10:57:36 น.  

 
คิดถึงข้าวโพดคั่วมากกกก


โดย: อุ้มสี วันที่: 15 มิถุนายน 2565 เวลา:0:10:22 น.  

 
วิจารณ์ได้ดีครับ


โดย: SertPhoto วันที่: 9 กรกฎาคม 2565 เวลา:6:13:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

navagan
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 73 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.