All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2566
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
1 ธันวาคม 2566
 
All Blogs
 

*** The Killer *** ปากว่า ตาขยิบ

*** The Killer ***






ผลงานล่าสุดของผู้กำกับที่ได้ชื่อว่าผู้นิยมความสมบูรณ์แบบอย่าง David Fincher เล่าเรื่องของนักฆ่าผู้นิยมความสมบูรณ์แบบไม่ต่างกัน

ตัวหนังดัดแปลงจาก นิยายภาพของ Alexis 'Matz' Nolent



สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู ผมขอพูดถึงแบบไม่เปิดเผยเนื้อหา ก่อนจะเจาะลึกเนื้อเรื่องและตีความกัน

นี่เป็นหนังของ David Fincher ที่ผมชอบมากอันดับต้น ๆ เรื่องหนึ่ง เพราะสไตล์และเนื้อเรื่องถูกจริตเป็นการส่วนตัว

หนังมีเนื้อเรื่องที่ชวนให้ขบคิดเปรียบเทียบถึงโลกการทำงานในยุคปัจจุบัน

แม้ฉาก action จะมีน้อย แต่อัดแน่นด้วยคุณภาพและความน่าประทับใจ



การถ่ายทอดงานด้านภาพและเสียงทำได้ดีในฐานะการรับใช้เรื่องราวและการควบคุมอารมณ์ของผู้ชมแบบแนบเนียน

เช่น ภาพในจอถูกใช้แสดงสภาพจิตใจของตัวละคร

ตอนจิตใจสงบภาพบนจอก็เคลื่อนไหวแบบนิ่งและมั่นคง
ตอนจิตใจไม่สงบภาพบนจอเปลี่ยนเป็นสั่นไหวไม่มั่นคง

(สังเกตได้จากตอนก่อนลงมือสังหารและหลังจากทำงานพลาดที่กล้องถูกเปลี่ยนรูปแบบจากการใช้อุปกรณ์สร้างความนิ่งในการเคลื่อนกล้องมาเป็นแบบแฮนด์เฮล)




Michael Fassbender ทำให้ตัวละคร The Killer เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่น่าจดจำในโลกภาพยนตร์

ส่วนเพลงของ The Smiths ที่สะท้อนจิตใจตัวละครคือของแถมสำหรับคนชอบวงนี้





จบไปแล้วสำหรับการรีวิวแบบไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ

ต่อจากนี้จะพูดถึงเนื้อเรื่อง ใครยังไม่ได้ดู ไม่ควรอ่านต่อครับ





*** (จากนี้ไปเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ) ***





เริ่มเรื่องเราจะรู้จักตัวละครนักฆ่าของเราผ่านเสียงความคิดในหัวของเขา ซึ่งเราเข้าใจตัวละครได้อย่างชัดเจนว่า ชายคนนี้ไม่สนใจเรื่องอะไรที่ไม่ใช่ผลลัพธ์ของงานของเขา

Stick to your plan. Anticipate, don't improvise. Trust no one. Never yield an advantage. Fight only the battle you're paid to fight.

Forbid empathy. Empathy is weakness. Weakness is vulnerability.

ทำตามแผนที่วางไว้ เชื่อมั่นในแผน อย่าไปด้นสด ไม่เชื่อใจใคร ชิงความได้เปรียบ สู้เฉพาะในศึกที่มีคนจ้างให้สู้

ห้ามมีความเห็นใจ ความเห็นใจคือจุดอ่อน จุดอ่อนคือความเปราะบาง



นี่คือคติที่นักฆ่าตัวเอกของเรายึดเอาไว้ตลอด เพื่อการบรรลุเป้าหมาย
(ซึ่งคนทำงานมืออาชีพในโลกทุนนิยมยุคปัจจุบันที่มุ่งหวังผลสำเร็จเอาคตินี้ไปใช้ได้เลย)

เหมือนที่เขาบอกไว้ว่า เขาไม่สนเรื่องอื่นนอกจากการทำงานให้สำเร็จ (I don't give a f**k)



การเป็น 'มืออาชีพ' ในการทำงาน คือการละทิ้ง 'ความเป็นมนุษย์' ออกไป

ยิ่งความเป็นมืออาชีพเยอะ ความเป็นมนุษย์ก็น้อยลง






อย่างไรก็ตาม แม้จะทำทุกอย่างตามคติประจำใจที่พร่ำมา นักฆ่าของเรากลับพลาดเป้าหมายสังหารในที่สุด



หลังจากทำงานพลาดเขาหนีไปกบดานที่บ้านพักใน Dominican เพื่อที่จะพบว่าแฟนสาวของเขาถูกทำร้ายอย่างสาหัสโดยนักฆ่าจากองค์กรของตัวเอง ที่หวังเข้ามาฆ่าเขาที่ทำงานพลาด

(เหมือนที่บริษัทลงโทษพนักงานที่ทำงานพลาดด้วยการไล่พวกเขาออก มันย่อมส่งผลกระทบไปถึงครอบครัวของพนักงานด้วย ไม่มากก็น้อย)



นักฆ่าของเราจึงต้องตามไปจัดการหัวหน้าองค์กรตัวเอง, นักฆ่าที่ถูกจ้างทำมาเก็บเขา กระทั่งลูกค้าเจ้าของงานที่เขาทำพลาด ด้วยคติประจำใจที่เขายึดถือ





เรามาพิจารณาทั้งหกศพกันดีกว่า



- ศพแรก: Leo คนขับแท็กซี่

เราจะพบความเหี้ยมของนักฆ่า ที่ฆ่าคนขับแท็กซี่ดวงซวยที่เข้ามาข้องเกี่ยวโดยไม่รู้เรื่องราวลึก ๆ ของเขา

จุดนี้แสดงให้เห็นว่า เขาฆ่าเพราะจำเป็นต้องฆ่าเพื่อปกปิดความลับ

ความเป็นมืออาชีพไร้หัวใจของเขายังคงเต็มเปี่ยม





- ศพที่สอง: Hodges หัวหน้าองค์กร

นักฆ่าจัดการ Hodges เพื่อความจำเป็นในแผนการที่วางไว้ แต่ความผิดพลาดเล็กน้อยเกิดขึ้น เขายังไม่ทันได้ข้อมูลที่ต้องการ Hodges ก็ดันมาตายเสียก่อน โชคยังดี เขายังมีแผนสำรอง





- ศพที่สาม: Dolores ผู้ช่วยของ Hodges

เราจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของนักฆ่า สำหรับศพนี้ ระหว่างกำลังขมขู่ Dolores เธอร้องขอความเมตตาจากเขาว่าให้ช่วยฆ่าเธอให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุเพื่อที่ประกันชีวิตจะได้จ่ายเงินให้ลูก ๆ ของเธอ

นี่เองเราจะส่งเกตุเห็นว่า นักฆ่าตัวเอกของเรา 'ตาซ้ายขยิบ' จากนั้นเขาก็ฆ่าเธอให้เหมือนว่าเป็นอุบัติเหตุตามที่เธอร้องขอไว้



'ตาขยิบ' คืออีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของตัวละครที่ใช้แสดงว่า เขาเริ่มมี 'ความเป็นมนุษย์' มากขึ้น





- ศพที่สี่: The Brute

The Brute คือนักฆ่าชายที่ถูกส่งไปฆ่าเขาและทำร้ายแฟนเขาเพื่อให้บอกที่กบดานของตัวนักฆ่า

ในการจัดการกับ The Brute เราจะพบว่า นักฆ่าของเราเริ่มห่างไกลจากความเป็นมืออาชีพไปอีกขั้น

เดิมทีก่อนจะจัดการเป้าหมาย อัตราการเต้นของหัวใจเขาต้องต่ำกว่า 65 BPM (แสดงถึงความสงบของจิตใจ)

แต่ด้วยความแค้นส่วนตัวที่ The Brute ทำร้านแฟนของเขาจนสาหัส นักฆ่าเลิกสนใจอัตรการเต้นของหัวใจ เขาถอดเรื่องวัดออกแล้วเดินเข้าไปจัดการทันที (แม้ว่าปากในหัวของเขายังคงพร่ำคติที่ยึดถือเอาไว้ก็ตามที)





- ศพที่ห้า: The Expert

The Expert คือนักฆ่าอีกคนที่เข้าไปทำร้ายแฟนเขา
เราจะพบว่า มีวิธีมากมายที่นักฆ่าจะเข้าไปจัดการเธอ แต่เขาเลือกวิธีเผชิญหน้าทั้งที่ไม่จำเป็น

อย่างที่ The Expert ว่าไว้ว่าแท้จริง เขาก็แค่ต้องการแสดงความเหนือกว่า อันเป็นเหตุผลทางด้านอารมณ์เพื่อเยียวยาความรู้สึกผิดจากการทำงานพลาด

อย่างไรก็ตาม แม้ความเป็นมืออาชีพขเขาจะลดลงแล้ว แต่เขากยังยึดคติที่ว่า 'อย่าไว้ใจใคร' จนเขาไม่พลาดท่าให้กับ The Expert



ความเป็นมนุษย์มากขึ้น ความเป็นมืออาชีพลดลดง แต่ผลลัพธ์ยังคงสำเร็จ ?





- ศพที่หก: ลูกค้าชื่อ Claybourne ?

ไม่ใช่

Claybourne ไม่ถูกนักฆ่าจัดการ

เชื่อว่าหลายคนคงประหลาดใจว่าทำไมนักฆ่าถึงไม่จัดการปลิดชีวิตชายผู้เป็นตัวการทั้งหมด

อาจเพราะ Claybourne ไม่มีเรื่องที่แค้นเป็นการส่วนตัว ที่ต้องทำเป็นเพราะคำแนะนำของ Hodges

แต่อย่าลืมว่าทุกศพก่อนหน้านี้ ไม่มีใครแค้นส่วนตัวต่อนักฆ่าของเรา โดยเฉพาะ Leo คนขับแท็กซี่ที่แทบจะไม่รู้ที่มาที่ไป ก็โดนนักฆ่าจัดการไปเพราะความจำเป็น

หรืออาจเพราะ Claybourne เป็นคนดังอันเป็นเป้าสนใจ แถม Claybourne ก็ดูไร้พิษสงสำหรับเขา

ดังนั้น Claybourne จึงเป็นคนที่หกในรายชื่อแต่ไม่ใช่ศพที่หก





- ศพที่หก: ตัวตนอันไร้ความเป็นมนุษย์ของนักฆ่า

เอาเป็นว่า ไม่มีศพที่หกในเชิงรูปธรรม แต่ในเชิงนามธรรมศพที่หกก็คือตัวตนไร้ความเป็นมนุษย์ของนักฆ่านั่นเอง

น่าประหลาดที่ไม่ต้องทำตัวไร้หัวใจ ไม่ต้องทำตามแผน แต่ผลลัพธ์กลับน่าพอใจ





หลังจากไว้ชีวิต Claybourne นักฆ่ากลับบ้านไปใช้ชีวิตสงบสุขกับแฟนสาว

เขายอมรับว่าเขาไม่ใช่คนส่วนน้อยที่อยู่บนจุดยอดของห่วงโซ่ที่ไร้ความเป็นมนุษย์อีกต่อไป
แต่เป็นคนส่วนใหญ่ที่ไร้ 'ความเป็นมืออาชีพ'



ก่อนหนังจบลง ตาของนักฆ่า 'ขยิบ' อีกครั้ง

มันเป็นสัญลักษณ์ของ 'ความเป็นมนุษย์'









8 / 10







 

Create Date : 01 ธันวาคม 2566
0 comments
Last Update : 1 ธันวาคม 2566 22:26:21 น.
Counter : 927 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


navagan
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 73 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.