All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
3 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 

*** Peninsula *** เงินอยู่ที่ไหน โอกาสอยู่ที่นั่น

*** Peninsula ***






ภาคต่อของ Train to Busan ที่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับภาคแรกเลย นอกจากเป็นเหตุการณ์ในอีก 4 ปีถัดไปจากเหตุการณ์ใน Train to Busan

นอกจากนี้แนวหนังก็เปลี่ยนไป จากที่เคยเล่าถึงการเอาตัวรอดจากเหล่า Zombie ที่ขุดให้ผู้ชมเห็นถึงแง่มุมของมนุษย์ กลายมาเป็นหนัง action ยุคหลังโลกล่มสลาย ในสไตล์เดียวกับ Mad Max: Fury Road

ดังนั้นในภาคนี้ เหล่า Zombie วิ่งเร็วทั้งหลาย เป็นเพียงแค่เครื่องมือและเงื่อนไขให้ทั้ง 2 ฝ่ายของตัวละครก็เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นว่าด้วยความรู้สึกผิดและการไถ่บาป รวมถึงหายนะที่เกิดจากความโลภของมนุษย์ ก็ยังคงเป็นประเด็นหลัก ไม่ต่างกับ Train to Busan





*** จากนี้ไปเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ เหมาะสำหรับผู้ที่ชมแล้วเท่านั้น ***





หนังเล่าเรื่องราวของ Jung-seok (Gang Dong-won) อดีตนายทหารที่ต้องสูญเสียครอบครัว จากเหตุการณ์ระบาดของเหตุการณ์ประหลาดที่เปลี่ยนคนให้มีลักษณะคล้าย Zombie (ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดบนคาบสมุทรเกาหลีเท่านั้น)

4 ปีผ่านไป Jung-seok และพี่เขย Chul-min (Kim Do-yoon) ที่เป็นผู้ลี้ภัยในฮ่องกง ได้มีโอกาสกลับไปที่คาบสมุทรเกาหลีอีกครั้ง เพื่อไปขนเงินที่ถูกทิ้งไว้กลับมาให้พวกมาเฟียในฮ่องกง



เมื่อกลับไปที่เกาหลีอีกครั้ง Jung-seok ได้มีโอกาสพบกับครอบครัวของ Min-jung (Lee Jung-hyun) หญิงสาวที่เขาเคยปฏิเสธเธอและลูกๆให้ขึ้นรถหนีไปด้วยเมื่อ 4 ปีก่อน

หนังแสดงให้เห็นว่าตัวละคร Jung-seok มักจะตัดสินใจทุกอย่างด้วยเหตุผล แต่สุดท้ายก็ไม่อาจช่วยชีวิตใครได้ จะมีก็แต่เขาเท่านั้นที่รอดตายมาได้ทุกครั้ง

การกลับไปที่คาบสมุทรเกาหลีและได้พบเจอครอบครัวของ Min-jung คือโอกาสในการไถ่บาปของเขา





เราจะพบว่า “เงิน” สร้าง “โอกาส” ให้ Jung-seok ในสองแง่มุม นั่นก็คือ

1. ชีวิตที่ดีกว่าการเป็นผู้ลี้ภัยในฮ่องกง

2. โอกาสในการไถ่บาปในสิ่งที่เคยตัดสินใจผิดพลาด





ไม่ใช่แค่ตัว Jung-seok เท่านั้นที่มีโอกาสมีชีวิตที่ดีขึ้น ครอบครัว Min-jung และผู้กอง Seo (Koo Kyo-hwan) หัวหน้ากลุ่มทหารที่ถูกทิ้งอยู่ในเมือง ก็มีโอกาสในการย้ายหนีไปจากคาบสมุทรเกาหลีเหมือนกัน





หนังวางเงื่อนไขในฉาก action เพื่อสื่อสารเชิงสัญลักษณ์
เมื่อทุกคนต่างไล่ตามรถขนเงิน รถขนเงินก็ถูก Spot light ฉายเพื่อให้ Zombie วิ่งไล่ตาม



นี่คือการเปรียบเทียบให้เห็นว่า เหล่าคนที่ไล่ตามเงินเพื่ออนาคตที่สดใสของตัวเองนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับ Zombie ที่วิ่งไล่ตามแสงสว่าง

ดังนั้นหนังต้องการที่จะบอกเราว่า เงินมอบโอกาสในการไถ่บาปได้ เงินมอบโอกาสสำหรับชีวิตที่ดีกว่าได้



ในโลกทุนนิยม เงินอยู่ที่ไหน โอกาสอยู่ที่นั่น





น่าสนใจที่ว่า ท้ายที่สุดแล้วเมื่อ ผู้กอง Seo ที่ขนเงินไปให้มาเฟียฮ่องกงได้สำเร็จ กลับถูกกำจัดทิ้ง ไม่ต่างกับการถูกหลอกใช้ที่พอหมดประโยชน์ก็ถูกเขี่ยทิ้ง ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ไม่ยากในโลกทุนนิยม ที่เมื่อหมดประโยชน์แล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเก็บไว้





ในขณะที่ฉากสุดท้ายของหนังเป็นการคลี่คลายปมของตัวละคร Jung-seok ที่ต้องตัดสินใจเปลี่ยนแปลงความคิด จากการตัดสินใจตามหลักเหตุและผลมาเป็นการตัดสินใจโดยใช้จิตใจ อารมณ์และความรู้สึก

ซึ่งในที่สุดโศกนาฏกรรมที่เกือบจะเกิดขึ้นก็ไม่เกิดขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงความคิดของ Jung-seok





Peninsula มีประเด็นที่น่าสนใจ แต่ก็เบาบางและไร้ซึ่งความคมคาย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะหนังหันมาเน้นที่ฉาก action เป็นหลัก

อย่างไรก็ตามการที่บทหนังยังไม่เข้มข้นมากพอ ทำให้การอัดฉาก action เข้ามาก็ไม่ช่วยอะไรได้มากนัก

แถมฉาก action และการกระทำของตัวละครเกือบครึ่งหนึ่งก็ดูไม่น่าเป็นไปได้ และขาดความสมจริงจนน่าเสียดาย



บางฉากของหนังยังดูยัดเยียด และโหมประโคมอารมณ์ผู้ชม จนเกินพอดี โดยเฉพาะฉากท้ายๆที่ ดนตรีประกอบโหมกระหน่ำ และ อัด Slow motion ที่เยิ่นเย้อ กินเวลา จนกลายเป็นน่ารำคาญมากกว่าจะเรียกความซาบซึ้งจากผู้ชม

ในขณะที่ฉากที่ควรให้เวลากับผู้ชมได้ซึมซับไปกับตัวละครในช่วงกลางๆเรื่อง หนังกลับรีบเร่งในการเล่าจนผู้ชมไม่สามารถจับต้องตัวละครต่างๆได้มากพอ

ยังดีที่ทีมนักแสดงยังทำให้หนังน่าติดตาม จากความสามารถในการดึงดูดให้ผู้ชมเอาใจช่วยพวกเขาไปตลอดจนหนังจบ





แม้ Peninsula อาจยังไม่น่าจดจำเท่ากับ Train to Busan อีกทั้งยังมีหลายส่วนที่ทำออกมาได้ไม่ดีนัก แต่หนังก็ยังมีประเด็นที่น่าสนใจให้จับต้องได้

โดยภาพรวมแล้ว Peninsula เป็นความบันเทิงที่สนุกคุ้มค่ากับเงิน, เวลา และความเสี่ยงต่อ Covid-19 เมื่อต้องเข้าไปดูในโรง

ใครคิดถึงการไปดูหนังในโรง เรื่องนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในช่วงนี้





6 / 10





 

Create Date : 03 สิงหาคม 2563
1 comments
Last Update : 4 สิงหาคม 2563 0:17:00 น.
Counter : 122 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse

 

navagan Movie Blog ดู Blog
หนังมีสาระข้อคิดอย่างนี้นี่เอง
อุตสาหกรรมหนังเกาหลีถึงก้าวไกลกว่าหนังไทย
โดยเฉพาะบางเรื่องที่เน้นฮาแต่หาคอนเทนท์ไม่มีเลย



 

โดย: หอมกร 3 สิงหาคม 2563 9:12:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


navagan
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.