รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
29 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
ท่านวาดภาพคนรู้แจ้งในธรรมว่าอย่างไร ?

ผมค่อนข้างมั่นใจว่า หลายๆ ท่านในกลุ่มภาวนาต่างวาดภาพในฝันของตนเองไว้ว่า ผู้รู้แจ้งในธรรมจะมีสภาพทีมีแต่ความสุข ดังพระราชาผู้ไร้ทุกข์ ทีมีบริวารห้อมล้อม ไม่มีทุกข์ใด ๆ เลย เพราะเพียงแต่ต้องการสิ่งใด ก็จะได้ทุกสิ่ง ไม่มีใครกล้าหือให้รำคาญใจ บางท่านจะแถมอีกว่า มีอภินิหาร อ่านใจคนอื่นออก บ้างก็มีตาทิพย์ เห็นสวรรค์ เห็นนรก

ถ้าท่านวาดภาพอย่างทีผมเขียนข้างบนไว้ในใจ ท่านเลิกภาวนาได้เลย
เพราะสิ่งทีท่านจะได้จากการภาวนา ท่านจะไม่ได้อย่างนั้น แม้แต่อย่างเดียว

นิพพาน เป็นสุขอย่างยิ่ง นี่เป็นคำกล่าวทีถูกต้องทีสุด แต่เมื่อพบนิพพานนั้น มันพบขันธ์อยู่ด้วย
ดังนั้น พระอรหันต์ จะมีพบทั้งสุขทีเป็นนิพพาน และ พบทุกข์ทีเป็นขันธ์ ในคราวเดียวกัน
ถ้าพูดถีงนิพพานอย่างเดียว ถูกทีว่า สุขที่สุด แต่มันไม่ใช่นิพพานอย่างเดียวนะซิ จึงไม่ใช่อย่างทีท่านคิดเอาเอง

ผู้รู้แจ้งในธรรม ต่างรู้แจ้งในอริยสัจจ์ 4 อันเป็นแก่นของพุทธศาสนาและเป็นคำสอนที่
ไม่มีใครหน้าไหนจะบิดเบือนไปได้เลย

ท่านรู้แจ้งอย่างไร......

ผู้รู้แจ้งท่านรู้ว่า มีทุกข์เกิดแล้ว ต่อไปท่านก็ละตัณหาด้วยกำลังของสติและปัญญา
ผลคือนิโรธเกิดขึ้น ด้วยการทีจิตไม่ยีดมั่นถือมันในทุกข์ นีคือวงเวียนสัจจะทีผู้รู้แจ้งจะพบตลอดเวลาอย่างนี ไม่ใช่ผู้รู้แจ้งมีแต่สุข ไม่มีทุกข์ ถ้าอย่างนั้น ฉีกอริยสัจจ์ 4 ทิ้งไปได้เลย เพราะมันขัดกัน

ทุกอย่างทีผมพยายามถ่ายทอด เพื่อให้ท่านรู้จักทุกข์ เช่นการรู้สีกอะไรวูบๆ ของกาย หรือ ของจิตปรุงแต่ง การเห็น มโนทีเป็นพลังงาน เห็นจุดศูนย์กลางการรู้ สิ่งเหล่านี้ คือ ทุกข์ทั้งนั้น
ถ้าไม่มีทุกข์ เจ้าสิ่งเหล่านี้จะไม่มีเลย แล้วผมก็พยายามจะสอนว่า ทำสัมมาสติ สัมมาสมาธิอย่างไร ให้จิตมีพลังสู้แรงตัณหาได้ เพราะถ้าท่านรู้ทุกข์ แต่ไม่มีแรงสู้ตัณหา ไม่เกิดประโยชน์เลย ท่านต้องเก่งทังบู้และบู่น จึงจะเข้าข่ายแห่งอริยสัจจ์ 4

ผู้รู้แจ้งนั้น มีกำลังแห่งสัมมาสมาธิทีตั้งมั่น ไว้เพื่อละตัณหา มีสัมมาสติทีว่องไว เพื่อให้รู้จักทุกข์ได้เร็ว การมีครบหมดทั้งบู้และบุ่น จึงเป็นผู้รู้แจ้งในอริยสัจจ์ 4 ได้

ท่านอย่าไปหาว่า ภาวนาอย่างไร ไม่ให้มีทุกข์ ซี่งไม่มีทางทีเป็นอย่างนั้น
แต่ท่านต้องภาวนาไป เพื่อให้รู้จักทุกข์ให้ไว แล้วมีพลังจิตที่ไม่ยีดในทุกข์นั้น จีงจะถูกต้องครับ


Create Date : 29 สิงหาคม 2556
Last Update : 29 สิงหาคม 2556 20:17:03 น. 0 comments
Counter : 882 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 128 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.