รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
1 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
นิมิต ก็คือความคิด

บทความนี้ลงใน fb เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2555 

มันไม่ต่างกัน ทั้งนิมิตและความคิด ล้วนเป็นสังขารขันธ์ที่จิตไปสร้างขึ้นมาเหมือนกัน แต่สิ่งที่ผมจะเขียน ไม่ใช่เพื่อตอบท่านที่ถามในกระทู้ห้องศาสนา แต่ผมจะพาท่านที่อ่าน blog ของผมให้เข้าใจอะไรมากขึ้นในเทคนิคการภาวนาที่ผมเคยให้ไว้ ทั้ง นิมิต และ ความคิด ล้วนเกิดใน มโน ทั้งสิ้น แต่จุดทีนักภาวนาสมควรจะทำความเข้าใจและใช้ทั้ง นิมิตและความคิดในการฝึกฝนก็คือ ** อย่าได้ตามนิมิต หรือ ตามความคิดไป ** ที่ผมว่า*ตาม* หมายความว่า ตัวจิตวิ่งเข้าไปเกาะในนิมิตหรือความคิดครับ
ถ้าไม่ตาม ก็คือ อย่าให้จิตเข้าไปเกาะในนิมิตหรือเกาะความคิด โดยที่นักภาวนาจะรู้ว่าไม่เกาะก็คือ เห็น นิมิตหรือความคิด โดยไม่ใช่เห็นแบบแนบชิด แต่มีระยะห่างระหว่างตัวเราที่กำลังเห็นและตัวนินิต
ซึงอาการนี้จะเกิดเป็นว่า มีผู้ดูนิมิตคือตัวจิต และ สิ่งที่ถูกดูคือตัวนิมิต แต่ในคนที่ภาวนานั้นโดยเฉพาะมือใหม่ กำลังสัมมาสมาธิไม่ตั้งมั่น พอเกิดนิมิตปุ๊บ จิตวิ่งไปจับที่นิมิตทันที อย่างนี้ใช้ไม่ได้ครับ 

ที่ผมเคยแนะนำให้มองภาพสว่างแล้วหลับตา เกิดแสงเรื่อ ๆ ในความมืด นี่ก็คือ นิมิต เช่นกัน แต่มันต่างกันตรงทีว่า พอเราฝึก เห็นแล้วให้หลับตา ตอนนั้น เรายังไม่เผลอ กำลังสติของเรายังดีอยู่ ยังไม่เผลอ การที่เราเห็นแสงเรือ ๆ นี่ นี่ก็คือ การฝึกเห็น สิ่งต่างๆ ใน มโน นั้นเอง ถ้าท่านเห็นภาพเรื่อ ๆ สักครุ่แล้วภาพหายไป ก็เริ่มใหม่ การเริ่มใหม่ นี่เป็นสิ่งดี เพราะทุกครั้งที่เริ่มใหม่ นี่แสดงว่า ท่านยังไม่เผลอนะครับ นักภาวนาไม่เข้าใจในเรื่องนี้ อยากให้แสงเรื่อ ๆ อยู่นาน ๆ นั่นแหละครับ ท่านเผลอไปแล้ว จิตวิ่งไปเกาะแล้ว อย่างนี้ไม่ดีครับ

เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของการทำงานในกลไกของจิต ถ้าสิ่งที่เกิดใน มโน นั้น ไม่มีจิตเข้าไปยึดเกาะ สิ่งนั้นจะเป็นไตรลักษณ์ ปรากฏไม่ได้นาน แต่ถ้า จิตเข้าไปเกาะยึดเมื่อใด สิ่งนั้นจะปรากฏได้นานมากขึ้น ขอให้ท่านเข้าใจในกลไกนี้ด้วย การภาวนาโดยมีการเริ่มต้นใหม่บ่อยๆ นี่ก็เป็นการหัดไม่ให้เผลอได้ดีมาก เช่นการเคลื่อนมือแบบหลวงพ่อเทียน ที่เคลื่อนหยุด เคลื่อนหยุด 

ในอาณาปานสติก็เช่นกัน นักภาวนามือใหม่จำนวนมาก อยากที่นั่งดูลมจนลมหายไป เพราะได้ยินมาว่า ลมหายก็คือ ฌาน4 ที่เขาได้ยินมานั้นถูกต้อง แต่สิ่งที่นักภาวนามือใหม่สัมผัสว่า ลมหาย ไม่ใช่ ฌาน 4 แต่เป็นเพราะกำลังสติของเขาอ่อนแอลงไปจนไม่เห็นลมต่างหาก ถ้ายังหลงว่าอยู่ฌาน 4 ก็เสียเวลานั่งไปเปล่า ๆ แถมยังมาคุยอีกว่า นั่งนานเป็นชั่วโมง คนทีเขารุ้จริงก็จะอมยิ้มไป อันว่า ฌาน4 มิใช่สิ่งทีได้มาง่าย ๆ มันยากสุด ๆ ที่ฌาน 4 ไม่มีลมก็จริง แต่นักภาวนาต้องเห็นจิตอยู่ เป็นจิตล้วน ๆ นี่แหละครับ ฌาน 4 แล้วมือใหม่ยังไม่เห็นจิต จะเข้าถึงฌาน 4 จะเป็นไปได้หรือครับ นอกจากหลงทางอย่างเดียวเท่านั้น



Create Date : 01 มิถุนายน 2555
Last Update : 7 มิถุนายน 2555 8:28:41 น. 0 comments
Counter : 732 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 130 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.