รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
1 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
อวิชชา เป็น ปัจจัย ให้เกิด สังขาร

บทความนี้ลงใน fb เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2555

อวิชชา เป็น ปัจจัย ให้เกิด สังขาร
นี่คือประโยคแรกของ**ปฏิจสมุปบาทสายเกิด** ผมจะมาบอกท่านว่า สังขาร ในประโยคนี้หมายถึงสิ่งใด สังขาร ในปฏิจสมุปบาท นี้คือ มโน ที่มัวหมองครับ ยังไม่ถึงระดับความคิดเกิด แต่จิตไปสร้าง มโน รอไว้เพื่อเตรียมการสร้างขันธ์ต่อไป คล้าย ๆ กับการเตรียมพื้นทีว่างเพื่อจะสร้างบ้าน มโน คือ พื้นที่ว่าง ตัวบ้าน คือ ขันธ์ 5 ถ้าเราจะไม่ให้มีการสร้างบ้าน ก็ง่ายมาก ก็อย่าให้มีที่ว่างเสีย บ้านก็สร้างไม่ได้แล้ว เพราะบ้านไม่รู้ว่าจะไปตั้งได้ในที่ใด มโน ก็คือ สิ่งที่จิตสร้างขึ้นมา เพื่อการสร้างขันธ์ต่อไป แต่ด้วยความไม่รู้จัก คือ อวิชชา คนจึงไม่รู้จัก มโน

การทำลาย อวิชชา ในบั้นปลายของการภาวนา ก็คือ การทำลายทิ้ง มโน ทีมันมัวหมองนี้ ให้มันสลายเป็นความว่างเปล่า เหมือนมีเศษขยะ เราทำลายเศษขยะทิ้งเสีย ไม่เหลือแม้แต่ซากให้เห็น ก็จะเป็นความว่างเปล่า มโน นี่เห็นได้ยากมาก แต่ถ้าภาวนาถึงและเป็นคนช่างสังเกต ก็จะเห็นได้


วิธีทำลาย มโน นั้น คือ ให้จิตมันหดกลับเข้ามาที่กายครับ เพราะ มโน คือ จิตไปสร้างไว้แถวใบหน้า เมื่อจิตหดกลับมาที่กาย มโน ก็หายไปแล้ว แล้วจะให้ จิตหด เข้ามาที่กายได้อย่างไร ก็ง่าย ๆ อีก *** ให้รู้สึกลงไปที่กายแบบผ่อนคลายครับ*** นี่คือ เคร็ดการทำลาย มโน ให้ว่างเปล่า เพื่อท่านจะได้รู้จักกับสภาวะก่อน
ผมจะแยกให้เห็นเป็นชัด ๆ
1. ให้รู้สึกลงไปที่กาย

2. แบบผ่อนคลาย

ถ้าไม่ลงที่ 2 ข้อนี้ มโน ยังอยู่ครับ โดยเฉพาะข้อ 2 มันเหมือนง่าย แต่จริง ๆ ไม่ง่าย ข้อ 1 กลับง่ายกว่ามือ เพียงท่านทำปากขมุบขมิบเหมือนเคี้ยวหมากฝรั่ง แล้วรู้สึกไปที่การเคี้ยวนั้น ก็เป็นการรู้สึกลงไปที่กายแล้ว ส่วนข้อ 2 ความผ่อนคลาย ถ้าท่านไม่ผ่อนคลายจริง มโน ก็ยังค้างอยู่ ท่านต้องผ่อนคลายมาก ๆ มโน จะสลายไปเอง
เมื่อท่านฝึกไปมาก ๆ จิตหดกลับมาที่กาย ท่านรูุ้แล้วว่าอาการที่ไม่มี มโน เป็นอย่างไร ท่านเพียงไม่ตรีงเครียด แล้วใจสัมมาสติควบคุมจิตอย่างละมุมละม่อม ผ่อนคลาย ไร้ความอยากและไร้ความคิด ทุกอย่างก็จบสิ้น บัดนี้ ท่านรู้จักอวิชชาและรู้จักสังขารในอวิชชา และ รู้ว่า สังขารดับ นั้นเป็นอย่างไร และ จะดับมันได้อย่างไร

แต่ในการภาวนานั้น ท่านต้องเห็น มโน ให้ได้ก่อน ให้รู้จัก มโน ก่อน รู้จักแล้วค่อยมาจัดการกับ มโน ภายหลัง ด่านนี้ ก็คือ ทำอย่างไร นักภาวนา จึงจะเห็น มโน ได้ นี่ซิยากกว่า การทำลาย มโน ทิ้งเสียอีก เพราะอธิบายอย่างไร ถ้าไม่เห็น มโน เสียที


การทำลายสังสารวัฏ คือ การทำลายเสียซึ่ง มโน (เมื่อ มโน ถูุกทำลาย ก็จะเป็นสุญญตาสภาวะ) เพราะถ้ายังมี มโน จิตก็จะสร้างโลก 3 ขึ้น คือ สวรรค์ นรก โลกมนุษย์ แล้ว การวนเวียนเกิดตาย มันก็จะไม่สิ้นสุดเพราะการมี มโน อยู่

Updated 18 June 2555





Create Date : 01 มิถุนายน 2555
Last Update : 18 มิถุนายน 2555 18:33:56 น. 0 comments
Counter : 809 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 128 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.